โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ท้องอืดบ่อย แก้อย่างไร?

Health Daily

เผยแพร่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 11.00 น.

ท้องอืดบ่อย แก้อย่างไร?

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดจุกเสียดแน่นท้อง เป็นปัญหากวนใจที่แม้ไม่ใช่อาการอันตรายร้ายแรง แต่หากเกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นแบบเรื้อรัง ก็ย่อมทำให้เรารู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน ทำให้หลายๆคนมองหาวิธี แก้อาการ ท้องอืด มาหลายทาง และยังไม่สามารถแก้ได้เสียที วันนี้ สุขภาพดีดี.com ห่วงสุขภาพของทุกท่านจึงได้รวบรวมข้อมูล ท้องอืดบ่อย แก้อย่างไร? มาให้ทุกคนค่ะ

เริ่มต้นจากมาทำความรู้จักสาเหตุของของอาการท้องอืดกันก่อนว่า เป็นอาการที่เกิดจากการมีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ซึ่งสาเหตุก็มักมาจากอาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะเมื่อเรากินมากหรือเร็วเกินไป กินอาหารที่มีแก๊สเยอะ กลืนอากาศเข้าไปมาก หรือมีปัญหาในทางเดินอาหารอยู่แล้ว เช่น เป็นโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ เป็นต้น

การแก้อาการท้องอืด สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การบรรเทาอาการด้วยตัวเอง การกินยา ไปจนถึงการรักษาโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ สำหรับคนที่เจอปัญหานี้บ่อยๆ สุขภาพดีดี.com รวมวิธีการแก้อาการท้องอืด แบบธรรมชาติๆ ที่เราสามารถทำได้เองมีอะไรบ้างมาให้อ่านกันค่ะ

ท้องอืดมีสาเหตุมาจากอะไร ?

สาเหตุของอาการท้องอืดที่พบบ่อยมาจากการมีแก๊สในระบบทางเดินอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารแล้วไม่สามารถย่อยได้อย่างเหมาะสมหรือมาจากการกลืนอากาศเข้าไปในขณะที่กำลังรับประทานอาหารหรือดื่มเครืองดื่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมต่อไปนี้ อาจเพิ่มโอกาสให้ท้องอืดได้มากขึ้น

  • รับประทานอาหารเร็วเกินไป
  • รับประทานอาหารพร้อมกับคุยไปด้วย
  • ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ดื่มน้ำจากหลอดดูด
  • เคี้ยวหมากฝรั่ง
  • สูบบุหรี่
  • สวมฟันปลอมหลวม
  • การขาดหรือมีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารมากเกินไป
  • มีการสะสมของแก๊ส
  • การเคลื่อนไหวหรือการบีบตัวของลำไส้ลดลง
  • เกิดความบกพร่องในการระบายลมออกจากร่างกาย
  • ท้องผูก
  • การดูดซึมอาหารที่ผิดปกติ
  • ลำไส้แปรปรวน

วิธีแก้อาการท้องอืด

1. ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินใหม่ แก้อาการท้องอืด

หนึ่งในวิธีง่ายๆ และได้ผลดี ก็คือการเปลี่ยนนิสัยการกินที่ไม่ดีเสียใหม่ เช่น กินอาหารให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น หลีกเลี่ยงการกินเยอะจนอิ่มเกินไป งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีแก๊สเยอะ อย่างน้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดอง และผักตระกูลกะหล่ำ รวมถึงอย่านอนทันทีหลังกินอิ่มใหม่ๆ วิธีเหล่านี้จะช่วยป้องกันอาหารไม่ย่อยซึ่งเป็นที่มาของปัญหาท้องอืดได้

2. กินผักผลไม้ที่ช่วยคลายท้องอืด

ผักและผลไม้บางชนิดมีสรรพคุณที่ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อหลังเรากินอาหารมื้อใหญ่ๆ ได้ เช่น สับปะรด และมะละกอสุก ที่มีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนอยู่ตามธรรมชาติ รวมถึงผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง อย่างมะเขือเทศ และกล้วยหอม ก็ช่วยลดอาการบวมน้ำและจุกแน่นในท้องได้ดีเช่นกัน

3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มบางอย่าง ช่วยคุณได้

ใครที่มีปัญหาจุกเสียดอาหารไม่ย่อยหลังทานข้าว งดชา งดกาแฟ หรือลองเปลี่ยนพฤติกรรมมาเปลี่ยนมาล้างปากด้วย น้ำมะนาว น้ำขิง หรือชาคาโมมายล์อุ่นๆ ทดแทนเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยขับลม กระตุ้นระบบย่อยอาหาร แถมยังแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้รวดเร็วทันใจอีกด้วย

4. รับประทานโปรไบโอติกส์ แก้อาการท้องอืด

โปรไบโอติกส์ (Probiotics) คือจุลินทรีย์ชนิดดีที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลภายในทางเดินอาหาร ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคอื่นๆ เข้ามารุกราน ลดอาการท้องผูก-ท้องเสีย และยังมีส่วนช่วยในการย่อยอาหารด้วย เราสามารถรับโปรไบโอติกส์ได้จากอาหารจำพวกนมเปรี้ยว โยเกิร์ต ซึ่งหากทานเป็นประจำก็จะช่วยแก้ปัญหาท้องอืดในระยะยาวได้

5. นวดกดจุดลดแน่นท้อง

การนวดกดจุด เป็นศาสตร์การแพทย์โบราณที่สามารถบรรเทาภาวะอาหารไม่ย่อย หรือการดูดซึมผิดปกติได้ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าจุดที่กดแล้วจะช่วยแก้ท้องอืดได้ ได้แก่ “จุดจงหว่าน” ที่อยู่กึ่งกลางลำตัวตรงหน้าท้อง เหนือสะดือขึ้นมาประมาณ 4 นิ้ว “จุดจู๋ซานหลี” ที่อยู่ตรงหน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง ใต้สะบ้าหัวเข่าประมาณ 3 นิ้ว และ “จุดเน่ยกวน” ที่อยู่ตรงแขนด้านใน ใต้เส้นข้อมือประมาณ 2 นิ้ว การนวดคลึงเบาๆ ที่จุดเหล่านี้เป็นเวลา 3 – 5 นาทีหลังกินอาหาร จะช่วยลดอาการท้องอืดจุกเสียดแน่นได้เป็นอย่างดี

6. ใช้ยาสมุนไพรแก้ท้องอืด

รู้ไหมว่าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรหลายตัวมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืดได้ดีไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันเลย ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากตะไคร้และขิง หรือน้ำมันสกัดจากเปปเปอร์มินต์ และสเปียร์มินต์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบระคายเคืองในช่องท้อง รวมไปถึงอาการปวดเสียด แน่นท้อง และท้องอืดจากสาเหตุต่างๆ แถมสมุนไพรที่ว่ายังมีส่วนผสมของเมนทอลที่ให้กลิ่นหอมเย็นสดชื่น ซึ่งช่วยคลายความเครียด วิตกกังวล อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาหารไม่ย่อยอีกด้วย

ที่มาข้อมูล: รพ.พญาไท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...