โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

10 อาหารที่มี วิตามินดี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค พร้อมเผยอันตรายหากได้รับวิตามินดีมาก-น้อยเกินไป

News In Thailand

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2567 เวลา 03.50 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
10 อาหารที่มี วิตามินดี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค พร้อมเผยอันตรายหากได้รับวิตามินดีมาก-น้อยเกินไป

เรียกได้ว่า อาหารเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของคน และสารอาหารก็สำคัญเช่นกัน เพราะแต่ละคนก็ได้อยากได้สารอาหารแบบครบถ้วนด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาไปดูว่า อาหารอะไรบ้าง มีวิตามินดี นั่นเอง

วิตามินดี คืออะไร วิตามินดี หรือ "วิตามินแดด" เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันและจำเป็นต่อร่างกายเพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน นอกจากบทบาทหลักนี้ วิตามินดี ยังมีคุณสมบัติช่วยลดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ควบคุมการติดเชื้อ และลดการอักเสบ จึงมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวม

แหล่งของวิตามินดี

ร่างกายสามารถได้รับวิตามินดีจากแหล่งต่างๆ เช่น อาหารที่มีวิตามินดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง และไข่แดง แต่การรับประทานเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ เนื่องจากการผลิตวิตามินดีจากแสงแดดช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินชนิดนี้ได้อย่างเต็มที่ วิตามินดีมี 2 ชนิดหลัก คือ

วิตามินดี2 (Ergocalciferol) - ได้จากพืชและเชื้อรา

วิตามินดี3 (Cholecalciferol) - พบในสัตว์และร่างกายมนุษย์ โดยวิตามินดี3 มีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้ดีกว่าวิตามินดี 2

10 อาหาร ที่มีวิตามินดี เป็นวิตามินที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ โดยมักพบในอาหารเหล่านี้

1.ปลานิล

2.ปลาทับทิม

3.ปลาตะเพียน

4.ปลาแซลมอน

5.ปลาแมคคอแรล

6.ปลาทูน่ากระป๋อง

7.ไข่แดง

8.ตับ

9.นม

10.เห็ด

ปริมาณวิตามินดีที่เหมาะสมกับช่วงวัย

ปริมาณวิตามินดีที่เหมาะสมในแต่ละวัยต่อวัน คือ

-วัย 6–12 เดือน ควรได้รับ 10 ไมโครกรัมต่อวัน

-วัย 1-70 ปี ควรได้รับ 15 ไมโครกรัมต่อวัน

-วัยผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป ควรได้รับ 20 ไมโครกรัมต่อวัน

ประโยชน์ของวิตามินดีต่อสุขภาพ

บำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ – ช่วยควบคุมระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ลดความเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุ และช่วยป้องกันการหกล้ม

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน – ช่วยควบคุมการอักเสบและสนับสนุนการต่อสู้กับเชื้อโรค ลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อ เช่น ปอดบวมและโควิด-19

สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด – มีการเชื่อมโยงระหว่างการขาดวิตามินดีกับโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่อย่างไรก็ตามยังต้องการการวิจัยเพิ่มเติม

เสริมสร้างอารมณ์และสุขภาพจิต – วิตามินดีมีผลกระตุ้นการผลิตเซโรโทนิน ซึ่งช่วยลดภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล

การพัฒนาของกระดูกในเด็ก – ลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกอ่อนในเด็กและกระดูกนิ่มในผู้ใหญ่

อันตราย หากได้รับวิตามินดีมากเกินไป

หากได้รับวิตามินดีมากเกินไป จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้เช่นกัน โดยเรียกภาวะนี้ว่า อาการเป็นพิษ เนื่องจากได้รับวิตามินดีเกิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กวัยกำลังโต และในบางรายที่มีอาการหนักอาจจะเสียชีวิตจากการล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้

อันตราย หากได้รับวิตามินดีน้อยเกินไป

แต่หากได้รับปริมาณที่น้อยเกินไปหรือขาดวิตามินดี จะส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกอ่อนในเด็ก และกระดูกอ่อนในผู้ใหญ่มีอาการชักหรือฟันผุ รวมถึงอาจทำให้ติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น และเมื่อติดเชื้อแล้วกลไกในการกำจัดเชื้อของร่างกายในคนที่มีวิตามินดีเพียงพอจะดีกว่าคนที่ขาดวิตามินดีอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...