โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นโยบายการศึกษา 2568-2569... ปะผุ ปฏิรูป ปฏิวัติ?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ธ.ค. 2567 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2567 เวลา 03.06 น.

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 309 งวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 หน้า 11 ลงประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568-2569

เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย ดังนี้

1.ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา
1.1 พัฒนาและต่อยอดวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.2 ย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น กลับภูมิลำเนาด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น
1.3 พัฒนาและต่อยอดการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและเห็นผลเป็นรูปธรรม
1.4 จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ
1.5 ดำเนินการยกเลิกครูเวรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง “ชีวิตและความปลอดภัยของครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน” ครูมีเวลาจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
1.6 จัดหานักการภารโรงเพื่อช่วยลดภาระงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาและช่วยรักษาความปลอดภัย
1.7 ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็น หรือซ้ำซ้อน
1.8 แก้ปัญหาการขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา

2.ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง
2.1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบ หรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2.2 ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Drop out) ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย
2.3 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพอย่างน้อย 1 โรงเรียนต่อ 1 อำเภอ
2.4 พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์และมีเหตุผล
2.5 พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพและมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษา ผ่านธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)

2.6 พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
2.7 จัดให้มีอาหารสำหรับนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ
2.8 ส่งเสริมให้มีกระบวนการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียน
2.9 สร้างโอกาสให้ทุกคน ทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ ตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต พร้อมการพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill)
2.10 นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ
2.11 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข ให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการนำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568-2569 ข้างต้นไปเป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษาและดำเนินงาน โดยจัดทำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

ครับ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการศึกษา ผมคัดประกาศกระทรวงศึกษาธิการมาเผยแพร่อีกครั้ง เพื่อให้ร่วมกันติดตามผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงนั่นข้อหนึ่ง

ข้อต่อมาเพื่อมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดนโยบายการศึกษา ตามหลักการศึกษาแบบมีส่วนร่วม การศึกษาเพื่อปวงชน ไม่ใช่ของภาครัฐ รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการฝ่ายเดียว

ข้อความตามประกาศกล่าวถึงนโยบายแค่ 2 ข้อหลักเท่านั้นจริงๆ เรื่องอื่นไม่กล่าวถึงเท่าที่ควร

อ่านแล้วเกิดข้อชวนคิดว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และอะไรควรทำยิ่งกว่า ให้สมกับที่ประกาศหนักแน่นหลายครั้ง การศึกษาไทย ไม่ใช่แค่ปฏิรูป ต้องปฏิวัติ “ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ”

ตามด้วยข้อคำถามว่า นโยบาย 2 ข้อ 2 ปีต่อจากนี้จัดอยู่ในระดับไหน ระหว่าง ปะผุ ปฏิรูป ปฏิวัติ

ขณะที่นโยบายสำคัญมีผลต่อความเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่า ได้แก่ การกระจายอำนาจบริหารการศึกษา ความเป็นอิสระของสถานศึกษา การจัดการปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขนานใหญ่ วางโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติและกฎหมายรองรับ และปฏิรูปครูทั้งระบบ กลับไม่ประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่าจะเร่งรัดให้ก้าวหน้า เห็นผลภายใน 2 ปีต่อจากนี้

เมื่อไม่ปรากฏย่อมไม่เป็นการผูกมัดถึงความรับผิดชอบของผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติต่อไป

ทั้งความรับผิดชอบทางการบริหาร ความรับผิดชอบทางการเมือง และที่สำคัญความรับผิดชอบทางการศึกษาต่ออนาคตลูกหลาน ทั้งปัจจุบันและอนาคต

แม้จะอ้างว่าเรื่องใหญ่ๆ ที่ว่า ก็ทำ ไม่ใช่ไม่ทำ เพียงแต่ไม่ได้เขียนให้ชัด เมื่อเขียนแต่เรื่องระดับรอง แผนปฏิบัติราชการที่จะตามมาก็ย่อมมุ่งตอบโจทย์ 2 เรื่องตามประกาศเป็นหลัก แทนที่จะเป็นแผนปฏิบัติการรองรับนโยบายสำคัญใหญ่ๆ

การไม่เขียนเรื่องใหญ่ไว้ในนโยบาย แปลความไปได้อีกว่า ไม่ทำก็ไม่ผิด ทำไม่สำเร็จก็ไม่ผิด เพราะไม่ปรากฏลายลักษณ์อักษรใดๆ และไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด

การกำหนดนโยบายเพียงเท่านี้จึงสะท้อนว่า การเมืองนำการศึกษา ยิ่งกว่าการศึกษานำการเมือง

เมื่อนักการศึกษาไม่สามารถนำเสนอ โน้มน้าว ผลักดันให้ฝ่ายการเมืองเห็นคล้อยตาม ทำเรื่องสำคัญที่ให้ผลยิ่งกว่าได้สำเร็จ

แล้วเราจะฝากความหวังไว้กับใคร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นโยบายการศึกษา 2568-2569… ปะผุ ปฏิรูป ปฏิวัติ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...