โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ผ่านเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65 กว่า 8.7 แสนราย รีบยืนยันตัวตนก่อนอดรับสิทธิ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 18.01 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 11.01 น.

คลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ปี 65 กว่า 8.7 แสนราย รีบยืนยันตัวตน (e-KYC) ที่ธนาคารกรุงไทยภายใน 26 ธ.ค. 67 ก่อนหมดสิทธิรับเงินสวัสดิการฯ สำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนแทนได้

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบการกำหนดระยะเวลาการยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 (โครงการฯ) สำหรับกลุ่มที่ยังไม่มายืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ จำนวน 878,431 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567)โดยผู้ผ่านคุณสมบัติกลุ่มดังกล่าวจะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน และผลการยืนยันตัวตนต้องแสดงสถานะว่า “ผ่านการยืนยันตัวตน (e-KYC)” ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เพื่อรับสิทธิสวัสดิการภายใต้โครงการฯและสามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนภายในวันดังกล่าว จะไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการย้อนหลังสำหรับเดือนก่อนหน้า ในกรณีที่ผู้ผ่านคุณสมบัติไม่ดำเนินการยืนยันตัวตน ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จะถือว่าท่านไม่ประสงค์รับสิทธิ และสามารถลงทะเบียนใหม่ตามโครงการฯ ครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ในการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านคุณสมบัติจะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) และต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการรับสิทธิสวัสดิการ หากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงไทยฯ ได้ทุกวัน รวมวันเสาร์ - อาทิตย์ สาขาทั่วไปตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น. และสาขาในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.

สำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมายืนยันด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนแทนได้ โดยใช้เอกสาร ดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน(ผู้ลงทะเบียน)
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ได้รับมอบอำนาจ)
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือ (ผู้ได้รับมอบอำนาจ) ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) ให้นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...