นักวิทย์เริ่มชันสูตรซาก วาฬหายากที่สุดในโลก พบมีกระเพาะมากถึง 9 ห้อง
นักวิทยาศาสตร์ชันสูตร ‘วาฬที่หายากที่สุดในโลก’ ทั้งโลกเคยเจอแค่ 6 ครั้งเท่านั้น พบมีกระเพาะ 9 ห้องและฟันกรามบนที่ยังไม่ผุจนผู้เชี่ยวชาญต้องทึ่ง
เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคมที่ผ่านมา หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า Taieri Mouth ในนิวซีแลนด์ได้รายงานต่อหน่วยงานรัฐว่าพวกเขาพบสัตว์ตัวหนึ่งที่ดูแปลกตามาเกยพื้นตื้นอยู่ที่ชายหาด เจ้าหน้าที่ของกรมอนุรักษ์สัตว์ (DOC) ได้เดินทางมาตรวจสอบและพบว่ามันคือสัตว์ที่ล้ำค่ายิ่งนัก
สัตว์ตัวดังกล่าวคือวาฬที่ชื่อว่า ‘spade-toothed whale’ (Mesoplodon traversii) ตัวผู้ขนาด 5 เมตร แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่มันคือ ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีคนรู้จักน้อยที่สุดสายพันธุ์หนึ่งในยุคปัจจุบัน’ หรือกล่าวอีกอย่าง มันเป็นวาฬที่หายากที่สุดในโลก
โดยก่อนหน้านี้มีการพบเห็นเพียง 6 ครั้งเท่านั้นบนโลก ซึ่งแต่ละครั้งไม่เคยได้มีโอกาสหรือสถานการณ์ที่เหมาะสมในการศึกษาวาฬตัวนี้ ขณะเดียวกันงานวิจัยในปี 2012 ก็เผยให้เห็นว่าวาฬ spade-toothed whale นั้นเป็นนักดำน้ำลึกเป็นพิเศษ ดังนั้นการเกยตื้นครั้งนี้จึงเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งสำหรับวิทยาศาสตร์
“การวิจัยเเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลนั้นเป็นเรื่องยากมาก หากคุณไม่พบมันในทะเล” Hannah Hendriks ที่ปรึกษาด้านเทคนิคทางทะเลของกระทรวงอนุรักษ์ กล่าว “มันเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร คุณไม่รู้ว่าจะมองหาที่ไหน"
ความรู้ที่เกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่ได้มาจากตัวอย่างขากรรไกรล่าง และฟันที่เก็บรวบรวมได้บนเกาะพิตต์ที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ของนิวซีแลนด์ไปทางตะวันตกราว 800 กิโลเมตร ซึ่งพบมาตั้งแต่ปี 1874 และตัวอย่างเนื้อจากวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบรุกรานน้อยที่สุดก่อนที่วาฬจะหายไปในปี 2010 และ 2017 เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเมื่อการเกยตื้นมาถึง วิทยาศาสตร์ก็เตรียมพร้อมที่จะเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ เพื่อไขความลึกลับของมันให้กระจ่างทั้งในด้านชีววิทยาและวิถีชีวิตเกี่ยวกับวาฬ ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มีการชันสูตรวาฬที่หายากที่สุดในโลกตัวนี้
“แม้เรากำลังศึกษาในสัตว์ที่ตายแล้ว แต่สัตว์ตัวนั้นก็สามารถบอกเราได้ว่ามันดำรงอยู่อย่างไร และนั่นยังทำให้เราสามารถเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ตัวนั้นทั้งหมดอีกด้วย” Anton van Helden ที่ปรึกษาอาวุโสด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลของกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนิวซีแลนด์ กล่าว
รายงานล่าสุดที่เผยแพร่ออกมาเผยให้เห็นว่าวาฬตัวนี้มีฟันที่แหลมคมขนาดเล็กเหลืออยู่ในขากรรไกรบน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ถือว่าซากชิ้นส่วนนี้สามารถบอกถึงวิวัฒนาการของสัตว์ได้ มันแสดงให้เห็นว่าครั้งหนึ่งฟันดังกล่าวเคยมีเพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ (เช่นใช้เป็นอาวุธหลักในการจัดการเหยื่อ)
แต่เมื่อเวลาผ่านไปฟันกลับถูกลดความสำคัญลง ทว่าก็ไม่มีแรงกดดันจาวิวัฒนาการให้สูญเสียลักษณะดังกล่าวไปทั้งหมด พร้อมกันนั้นยังมีสะโพกและขาที่เล็กจิ๋วติดอยู่ ซึ่งเป็นหลักฐานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่เคยอยู่บนบกมาก่อนเมื่อราว 50 ล้านปี ก่อนจะลงมาอาศัยอยู่ในทะเล
แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ‘กระเพาะอาหาร’ ที่วาฬตัวนี้มีถึง 9 ห้อง ซึ่งบางห้องยังมีชิ้นส่วนอาหารเหลืออยู่
“ในกระเพาะบางส่วน เราจะพบจะงอยปากและเลนส์จากดวงตาของหมึกอยู่ หนอนปรสิตบางตัว และบางทีอาจมีส่วนอื่น ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่เราไม่ค่อยแน่ใจนัก” van Helden กล่าว “แต่เรามีนักปรสิตวิทยาที่จะศึกษากระเพาะเหล่านี้เพื่อค้นหาว่ามันคืออะไร”
นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบโครงสร้างอื่น ๆ เช่นการผลิตเสียง อีกทั้งยังได้ข้อมูลมากมายทั้งน้ำหนัก การวัด กล้ามเนื้อและอวัยวะมากมาย “เพื่อช่วยให้เราสามารถอธิบายสายพันธุ์นี้และเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องได้” van Helden เสริม “สิ่งเหล่านี้กำลังเพิ่มพูนความรู้ที่เรากำลังสร้าง”
การตายของสัตว์สายพันธุ์หายากนี้แน่นอนว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า โดยเชื่อว่ารอยฟกช้ำรอบศีรษะและกรามหักซึ่งบ่งชี้ว่ามีการบาดเจ็บอย่างรุนแรงอาจเป็นสาเหตุของการตาย แต่แม้ว่าชีวิตของมันจะสิ้นสุดลงแล้ว วาฬจะยังคงมีชีวิตอยู่ในวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมชนพื้นเมืองของชาวนิวซีแลนด์
ตามรายงานของ AP โครงกระดูกส่วนที่เหลือจะถูกนไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Tūhura Otago ในเมือง Dunedin ที่ที่ประชาชนทั่วไปจะสามารถชื่นชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ลึกลับและหายากที่สุดในโลกชนิดนี้ได้
“เป็นสัปดาห์ที่ผมจะไม่มีวันลืมในชีวิต” van Helden กล่าว “มันจะเป็นที่จดจำอย่างแน่นอน และเป็นจุดเริ่มต้นของการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ที่สวยงามตัวนี้”
ที่มา
https://edition.cnn.com/…/spade-toothed…/index.html
https://www.iflscience.com/first-dissection-of-the-worlds…
https://www.doc.govt.nz/…/worlds-rarest-whale-washes…
https://www.smithsonianmag.com/…/scientists-just…/
Photo: New Zealand Department of Conservation