โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"เพชรสังฆาต" สมุนไพรไทยความหวังรักษาโรคกระดูกพรุน ใช้จริงในโรงพยาบาลลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา

สวพ.FM91

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 05.10 น.

"เพชรสังฆาต" สมุนไพรไทยความหวังรักษาโรคกระดูกพรุน ใช้จริงในโรงพยาบาลลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา เกษตรกรได้ประโยชน์

โดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนา "เพชรสังฆาต" เพื่อใช้ในผู้ป่วยกระดูกบางและพรุน โดยมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเพชรสังฆาต และวิจัยทางคลินิกพบว่าอาจมีส่วนช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูกในผู้ป่วยกระดูกบางในช่วงเวลา 6 เดือน ปัจจุบันได้นำมาใช้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาล และติดตามผลลัพธ์การใช้ที่นานขึ้น ผลการใช้เบื้องต้นพบว่า การเสริมการรักษด้วยเพชรสังฆาตช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูก หลังจากใช้ต่อเนื่อง 1 ปีขึ้นไป

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ที่จะพัฒนาวิธีการปลูกเพชรสังฆาตที่มีสารสำคัญสูง และถ่ายทอดต่อให้กับเกษตรกร ซึ่งโครงการนี้เป็น 1 ใน 7 โครงการที่ได้รับเลือกจากคณะกรรมการเป็นกรณีศึกษาที่มีความโดดเด่นด้านผลงานที่สร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน และประเทศ ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนต่อการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักทั้งระยะเฉียบพลันและระยะต่อเนื่อง พบว่าเพชรสังฆาตให้ต้นทุนต่อคอร์สการรักษาที่ถูกกว่ายาแผนปัจจุบัน 1.4-1.5 เท่า และที่สำคัญวัตถุดิบนี้สามารถผลิตได้เองภายในประเทศโดยเกษตรกรไทย

สำหรับในโรคกระดูกพรุนซึ่งเป็นโรคที่มีแนวโน้มเกิดสูงขึ้นและเป็นภาระค่าใช้จ่ายสูงของภาครัฐในการรักษาถึงปีละ 136,470 ล้านบาท และมีรายงานของการใช้ยาแผนปัจจุบันที่มีราคาต่อการรักษาต่อปีอยู่ระหว่าง 10,872 บาท -231,120 บาท โดยหากมีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องคาดว่าเพชรสังฆาตจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการรักษาได้ นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว โครงการนี้ยังสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบันปริมาณการรับซื้อสมุนไพรเพชรสังฆาตเฉลี่ย 5 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1.5 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...