โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่บ้านรวมกลุ่ม นำใบอ้อยมาสร้างมูลค่า สร้างรายได้สูงถึงกิโลละ 7,000

มุมข่าว

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 12.13 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แม่บ้านรวมกลุ่ม นำใบอ้อยมาสร้างมูลค่า สร้างรายได้สูงถึงกิโลละ 7,000

ที่จังหวัดอุทัยธานี มีกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ใช้เวลาหลังจากว่างงาน มารวมตัวกันตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านใหม่หนองแกทัพหลวง นำวัสดุที่ไม่ใช้ประโยชน์อย่างใบอ้อย มาทำเป็นเส้นใยใบอ้อย ผลิตเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า จากวัสดุไร้ค่าสู่สินค้ามีมูลค่าสร้างรายได้งามสูงถึงกิโลกรัมละ 7,000 บาท สามารถช่วยลดมิลพิษทางอากาศ และยังสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเช่นใยใบอ้อยนั้น ในประเทศไทยมีเพียง 5 กลุ่ม ใน 5 จังหวัดเท่านั้น โดยล่าสุด ได้มีการนำผลงานที่ผลิตจากเส้นใยใบอ้อย ไปร่วมประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น และได้รับรางวัลเหรียญทองแดง กลับมาอีกด้วย

โดย นางสาวไข่มุก เลาหะกาญจนศิริ อายุ 44 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านใหม่หนองแก เปิดเผยว่า เดิมทีกลุ่มของตนเองนั้นปลูกหม่อนเลี้ยงไหมกันมาก่อน โดยแรงบันดาลใจในการนำใบอ้อยมาผลิตเสื้อผ้านั้น เกิดจากปัญหาการเผาไร่อ้อยในชุมชน ซึ่งในพื้นที่อำเภอบ้านไร่นั้น ประกอบอาชีพทำไร่อ้อยกันเป็นหลัก ซึ่งมักมีการเผาหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางกลุ่มเล็งเห็นถึงคุณค่าของใบอ้อยที่สามารถนำมาสร้างมูลค่า และลดปัญหาการเผาไหม้

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้พบกับ ดร. สรัน ผู้ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับเส้นใยจากใบอ้อย ทางกลุ่มจึงได้ติดต่อและนำใบอ้อยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า หมวก กระเป๋าโน๊ตบุ๊ก และชุดสูท โดยมีการใช้ สีธรรมชาติจากคราม ในการย้อมสี เพื่อเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผลตอบรับในช่วงแรก ชาวบ้านมองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์จากใบอ้อยของกลุ่มดังไกลถึงต่างประเทศ โดย ดร.สรัน ได้นำผลงานไปประกวดที่ประเทศญี่ปุ่นและได้รับรางวัลเหรียญทองแดง กลับมาอีกด้วย

ซึ่งขั้นตอนวิธีการทำนั้นจะเริ่มจากการนำใบอ้อยสดมาฉีกเป็นเส้น ก่อนนำมามัดเป็นกำขนาดดี จากนั้นนำไปหมัก EM ในถัง ใช้เวลาในการหมักที่ 90 วัน จากนั้นจะนำมาซักจนเกิดเป็นเส้นใยก่อนนำไปต้ม และตากแห้ง ก่อนนำไปผสมกับฝ้ายเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ต้องการ ส่วนน้ำหมักที่เหลือนั้นสามารถนำไปใช้รถต้นไม้ และพืชผักในสวน ในไร่ต่อได้อีกด้วย

ในส่วนราคาสินค้าที่ขายนั้นก็จะอยู่ที่แต่ละประเภทของสินค้า อย่างเช่น เสื้อสูท จะอยู่ที่ราคาตัวละ 6,000 บาท เสื้อแขนยาว ราคา 1,200 บาท เสื้อแขนสั้นเริ่มต้นที่ 500-1,000 บาท กระเป๋า ใบละ 4,500 บาท เป็นต้น ส่วนใบอ้อย และใยอ้อยนั้นก็มีราคาเช่นเดียวกัน เราจะรับซื้อใบอ้อยสดที่กิโลกรัมละ 3 บาท ใบที่ฉีกเส้นแล้ว กิโลกรัมละ 2 บาท ส่วนเส้นใยใบอ้อย 1 กิโลกรัม เมื่อผ่านกระบวนการทอผลิตแล้ว และหักค่าใช้จ่ายแล้วนั้นจะได้กำไรสูงถึงกิโลกรัมละ 7,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...