โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เพิ่มมูลค่าเห็ดเป็นข้าวเกรียบ-น้ำพริก แบรนด์ “ยืนบุรีฟาร์มเห็ด” ที่สงขลา

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 06 มิ.ย. 2565 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2565 เวลา 21.00 น.

“เห็ด” เป็นผลผลิตทางการเกษตรอีกชนิดที่นิยมนำมาแปรรูปได้หลายรูปแบบ ทางการแพทย์ระบุสรรพคุณสาระสำคัญทางโภชนาการของเห็ดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไว้มากมาย ด้วยเหตุนี้ผู้เพาะเลี้ยงเห็ดจึงตั้งใจผลิตเห็ดให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพราะไม่เพียงได้ขายดอกเห็ดอร่อย มีคุณภาพ แต่ยังนำมาแปรรูปเป็นอาหารที่ปลอดภัยด้วย

คุณวีระชาติ ยืนบุรี เจ้าของฟาร์ม “ยืนบุรีฟาร์มเห็ด” ตั้งอยู่เลขที่ 190/3 หมู่ที่ 5 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นอีกแห่งที่ผลิตเห็ดคุณภาพ มีความสมบูรณ์ ด้วยกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยจนได้รับมาตรฐาน “ORGANIC THAILAND” ล่าสุดฟาร์มแห่งนี้ยังนำผลผลิตเห็ดมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบกับน้ำพริกส่งขายผ่านตลาดออนไลน์เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ

แต่เดิมคุณวีระชาติเพาะขายเห็ดอย่างเดียว มีหลายชนิด เช่น เห็ดนางฟ้า นางรม เป๋าฮื้อ เห็ดแครง และหลินจือ เป็นต้น ภายหลังทำการตลาดมาช่วงเวลาหนึ่งพบว่า นางฟ้า ฮังการี และหลินจือเป็นที่นิยมทั้งในรูปเห็ดสดและแปรรูปมากกว่า

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา คุณวีระชาติจำต้องปรับแผนการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงจึงเลือกผลิตเห็ดนางฟ้ากับหลินจือ โดยหลินจือเน้นขายออนไลน์ ส่วนนางฟ้าขายให้กับลูกค้าในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ยังนำเห็ดนางฟ้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบและน้ำพริกเผา

นอกจากเห็ดทั้งสามชนิดแล้ว คุณวีระชาติยังเลือกเพาะเห็ดที่มีรสชาติอร่อย อย่างโคนญี่ปุ่น เห็ดยามาบูชิตาเกะ เป๋าฮื้อ โดยไม่ได้เพาะไว้มากเนื่องจากลูกค้าในแถบนี้ยังไม่นิยมทานกันเพราะไม่คุ้นเคย เวลาขายมักจะนำเสนอขายไปพร้อมเห็ดตัวหลักเพื่อแนะนำให้ลูกค้ารู้จัก

โรงเรือนเพาะเห็ดมีทั้งแบบผลิตได้ 1,000 ก้อนมี 4 หลัง ขนาด 2,000 ก้อนมี 3 หลัง ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอกับการรองรับความต้องการเห็ดในปริมาณมาก แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องปรับแผนการผลิตเป็นช่วงจังหวะเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างเหมาะสม

ก้อนเห็ดผลิตด้วยส่วนประกอบคือ ขี้เลื่อยไม้ยาง รำละเอียด โดโลไมท์ ยิปซัม ดีเกลือ และน้ำหมักปลาหรือน้ำหมักจากก้อนเห็ดที่ไม่ใช้งาน คุณวีระชาติ บอกว่า น้ำหมักจะช่วยย่อยอาหารที่อยู่ในก้อนเห็ดทำให้การส่งอาหารเป็นไปอย่างรวดเร็ว ช่วยให้เห็ดมีความสมบูรณ์ ขนาดใหญ่ และรสชาติดี

การเพาะเห็ดขายในบางช่วงพบว่าปริมาณเห็ดมีมากเกินความต้องการ แนวทางป้องกันปัญหาผลผลิตที่เหลือคือการนำมาแปรรูป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับไม่ให้ราคาผลผลิตตก อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วย

คุณวีระชาติ บอกว่า การแปรรูปน้ำพริกเห็ดนางฟ้ามาจากปริมาณผลผลิตเห็ดที่มีมากแล้วไม่สามารถส่งขายได้ทันจึงนำมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบและน้ำพริกเผา เน้นขายทางออนไลน์ ส่วนดอกเห็ดสดมักขายในพื้นที่มากกว่า

แล้วยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดทางการตลาดของข้าวเกรียบเห็ดว่า ความจริงแล้วทางภาคใต้นิยมทำข้าวเกรียบกุ้ง ข้าวเกรียบปลากันมาก ดังนั้น การผลิตข้าวเกรียบเห็ดจึงมียอดขายเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ กลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มคนที่แพ้อาหารทะเล รวมถึงในช่วงเทศกาลกินเจ ใช้วิธีขายทางออนไลน์ในรูปแบบข้าวเกรียบดิบ มีขนาด 400 กรัม ราคาห่อละ 70 บาท

ส่วนรสชาติข้าวเกรียบเห็ดนางฟ้า คุณวีระชาติ เผยว่า คล้ายข้าวเกรียบกุ้งทั้งกลิ่นและรส แต่ความหวานมีน้อยซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ขณะเดียวกัน ต้องการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าทุกกลุ่มเพศและวัยจึงผลิตข้าวเกรียบเห็ดให้มีรสชาติอื่นเพื่อเอาใจตลาด ไม่ว่าจะเป็นรสปาปริก้า และรสโนริสาหร่าย ทำให้ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบเห็ดนางฟ้าจำนวน 3 รส ได้แก่ รสดั้งเดิม รสปาปริก้า และรสโนริสาหร่าย

สำหรับน้ำพริกเผาเห็ดนางฟ้า คุณวีระชาติ เล่าว่า ดั้งเดิมแม่ทำน้ำพริกโดยใส่กุ้งแห้งเป็นส่วนผสม จึงลองใช้สูตรเดียวกันแล้วใช้เห็ดฟางแห้งแทนกุ้งแห้ง ในระยะแรกลองทำขายในพื้นที่ก่อนปรากฏว่าได้รับความสนใจ จากนั้นจึงขยับไปขายทางออนไลน์พร้อมกับเปลี่ยนภาชนะบรรจุให้มีมาตรฐานมากขึ้น จัดทำสติ๊กเกอร์แบรนด์ชื่อ “น้ำพริกเผาเห็ดนางฟ้า บ้านยืนบุรีฟาร์มเห็ด” เพื่อส่งขายทางออนไลน์และออฟไลน์ด้วย มีขนาดบรรจุ 120 กรัม ราคา 49 บาท

ส่วนผสมน้ำพริกเผาเห็ดนางฟ้าล้วนแต่เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีประโยชน์ ได้แก่ เห็ดนางฟ้าแห้งป่น กระเทียม หอมแดง มะขามเปียก พริกแห้ง น้ำตาลทราย จึงทำให้น้ำพริกเผาเห็ดมีรสอร่อยจากความเข้มข้นของเห็ดที่มีในน้ำพริกถึง 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมไปกับกลิ่นหอมของสมุนไพร จึงมีทั้งความเปรี้ยว หวาน หอม และเผ็ด (เล็กน้อย) จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ โดยการผลิตน้ำพริกแต่ละครั้งต้องดูจากยอดสั่งล่วงหน้าก่อน ไม่มีการผลิตไว้ล่วงหน้าเพราะไม่ได้ใส่สารกันบูด อีกทั้งยังต้องการให้ลูกค้าได้ทานน้ำพริกที่เพิ่งผลิตใหม่

การผลิตสินค้าแปรรูปทุกชนิดคุณวีระชาติให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด นำเทคโนโลยีเครื่องจักรบางชนิดมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดภาระการใช้แรงงาน สร้างความรวดเร็วในการผลิต

สำหรับก้อนเชื้อเห็ดที่หมดอายุการใช้งานแล้วคุณวีระชาติไม่ได้ทิ้ง แต่นำมาหมักร่วมกับเศษใบไม้ มูลสัตว์ แล้วราดด้วยน้ำหมักจะเกิดกระบวนการย่อยสลายจนกลายเป็นดินปลูกอินทรีย์ที่สมบูรณ์แบบ นำไปใช้เป็นดินสำหรับปลูกผักสลัดในรูปแบบผักยกแคร่ ถือเป็นการปลูกผักสลัดอินทรีย์ที่มีลูกค้าสนใจมาก

ลักษณะแคร่ปลูกผักคือเป็นการสร้างโรงปลูกจากโครงเหล็กขนาด 6 คูณ 1.40 เมตร ปูด้วยกระเบื้องหลังคาเก่าทั้งด้านล่างและด้านข้าง ใส่ดินปลูกที่ผ่านการหมักลงไปผสมกับปุ๋ยมูลไส้เดือนเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูดินตามธรรมชาติ ผักสลัดที่ปลูก ได้แก่ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ฟินเล่ คอส โดยไม่ได้ปลูกพร้อมกันทุกชนิดแต่จะสลับเปลี่ยนหมุนเวียน เป็นผักอินทรีย์ที่มีราคาสูงกว่าผักทั่วไปจึงมีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เน้นขายออนไลน์ก่อน แล้วส่งให้กับลูกค้าขาประจำ ราคากิโลกรัมละ 150 บาท หากยังมีผักเหลือจะนำไปทำเป็นสลัดโรลขายเพื่อเพิ่มมูลค่า

ผักยกแคร่ในแนวคิดของคุณวีระชาติถือเป็นการใช้ประโยชน์จากเห็ดให้คุ้มค่าแทนการทิ้งสูญเปล่าหรือเป็นการบริหารจัดการของเหลือใช้ ทั้งยังมีแนวคิดว่าใต้โรงปลูกผักจะเลี้ยงไก่ไข่หรือปลาดุก เพื่อเป็นการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด

สอบถามรายละเอียดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ดของ “บ้านยืนบุรีฟาร์มเห็ด” ได้ที่ คุณวีระชาติ ยืนบุรี โทรศัพท์ 088-398-1871 หรือ fb : บ้านยืนบุรี ฟาร์มเห็ด สงขลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...