โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ส่อง 8 สมุนไพร ช่วยไล่ยุง ฉุนสะใจ ยุงไม่ขอใกล้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 เม.ย. 2567 เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2567 เวลา 02.00 น.

“ยุง” มักสร้างความรำคาญให้กับคนในบ้านไม่น้อย บินวนรอบตัวเราตลอดเวลา และยังเป็นพาหะตัวร้ายของโรคไข้เลือดออก โรคไข้มาลาเรีย หรืออื่นๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 8 สมุนไพรไล่ยุง เป็นทางเลือกจากธรรมชาติที่ช่วยป้องกันยุงไม่ให้เข้ามาในบริเวณบ้าน จะมีสมุนไพรชนิดไหนกันบ้างมาดูกันเลย

1. ตะไคร้หอม (คนทนได้ แต่ยุงไปก่อน)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon nardus (L.) Rendle

ชื่อวงศ์ : POACEAE

ชื่ออื่นๆ : จะไคมะขูด ตะไคร้แดง ตะไครมะขูด

ข้อมูลทั่วไป มีถิ่นกำเนิดในบริเวณเขตร้อนของทวีปเอเชีย พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

สรรพคุณทางยา

– ราก แก้แผลในปาก

– เหง้า เป็นยาบีบมดลูก ขับประจำเดือน ขับปัสสาวะ ขับระดู ขับลมในลำไส้

– เหง้าและใบ มีน้ำมันหอมระเหย ใช้แต่งกลิ่นน้ำหอม สบู่ มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา ใช้เป็นยากันยุงและเข้ายาอบ

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ไล่ยุง มีสารที่สำคัญคือ Citronellal และ Geraniol ความเข้มข้นที่ 10% และ 20% มีประสิทธิภาพในการไล่ยุงได้ไม่แตกต่างจาก DEET (N,N-diethyl-meta-toluamide) ความเข้มข้น 20% สามารถไล่ยุงได้ 70% นานถึง 4 ชั่วโมง โดยหากเตรียมครีมเบสโดยใช้ Oleaginous ointment ไล่ยุงได้ถึง 80% นาน 4 ชั่วโมง

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : นำต้นตะไคร้หอมมาทุบให้แตกวางไว้บริเวณที่ต้องการไล่ยุง หรือปลูกตะไคร้หอมไว้รอบๆ บ้านก็จะสามารถไล่ยุงได้ หรืออาจนำน้ำมันมาทำขี้ผึ้งรักษาแผลยุงกัดได้ Poor

2. กระเทียม (ฉุนสะใจ ยุงไปทันที)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Allium ampeloplasum L.

ชื่อวงศ์ : AMARYLLIDACEAE

ชื่ออื่นๆ : กระเทียมต้น กระเทียมใต้กระเทียมโทนหัวใหญ่

ข้อมูลทั่วไป : เป็นยาและเครื่องเทศที่เก่าแก่ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น มีเรี่ยวแรง ทำให้รสชาติอาหาร ดีขึ้น มีสาร Allicin ทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น

สรรพคุณทางยา

– หัว ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ ขับพยาธิเส้นด้าย บำรุงเส้นผมให้ดกดำ รักษากลากเกลื้อน ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด แก้ไอ ฆ่าเชื้อ หลายชนิด

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : มีฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายที่ความเข้มข้น 60% ขึ้นไป ช่วยไล่เห็บในสัตว์เลี้ยง ความเข้มข้นเพียง 1.4% มีประสิทธิภาพไล่เห็บได้ถึง 87% โดยมีสารสำคัญคือ สารในกลุ่ม Thiophenes และ Dithiane ที่สกัดมาจากส่วนหัวกระเทียม

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : นำหัวกระเทียมและพริกไทยมาทุบรวมกัน วางไว้บริเวณที่ต้องการไล่ยุง

3. กลอย (พืชพิษกินได้ ทำลายยุง)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dioscorea hispida Dennst.

ชื่อวงศ์ : DIOSCOREACEAE

ชื่ออื่นๆ : กลอยขาว กลอยข้าวเหนียวกลอยนก กลอยหัวเหนียว กอย คลี้ มันกลอย

ข้อมูลทั่วไป : กลอย เป็นมันป่ามีหัวใต้ดินชนิดหนึ่งที่มีหัวใหญ่ที่สุด มีแป้งมากสามารถใช้เป็นอาหารแทนข้าวในภาวะสงครามหรือภาวะอดอยาก แต่กลอยมีสารพิษคือ สารไดออสคอรีน (Dioscorine) ซึ่งเป็นสารพิษต่อระบบประสาทส่วนกลางของมนุษย์อาจทำให้ถึงตายได้ สารนี้ละลายน้ำได้จึงมีภูมิปัญญาในการกำจัดพิษในกลอยเสียก่อนจึงจะนำมาใช้เป็นอาหารได้

สรรพคุณทางยา

– หัว รักษาโรคผิวหนัง กัดดานเป็นก้อนแข็งในท้อง หุงกับน้ำมันทาแผลกัดหนองและฝ้า

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : นอกจากสารไดออสคอรีนจะเป็นพิษต่อมนุษย์แล้วยังมีพิษต่อแมลงเช่นเดียวกัน กลอยจึงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรกำจัดยุงที่มีฤทธิ์แรง ทั้งยังสามารถกำจัดแมลงศัตรูพืชหรือนำน้ำคั้นไปราดเพื่อฆ่าปลวกและมด รวมทั้งสับใส่นาข้าวเพื่อฆ่าหอยเชอรี่

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : นำหัวกลอยสด 10 กิโลกรัม มาล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นๆ และต้นแมงลักคา 10 ต้น ใช้ทั้งใบทั้งต้น นำมาต้มกับน้ำ 30 ลิตร เคี่ยวจนเหลือ 15 ลิตร (เหลือครึ่งหนึ่ง) กรองเอาแต่น้ำมาใช้ฉีดไล่ยุง

4. กะเพรา (สมุนไพรเทพเจ้า คนกินได้แต่ยุงไปทันที)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum tenuiflorum L.

ชื่อวงศ์ : LAMIACEAE

ชื่ออื่นๆ : กอมก้อ กอมก้อดง กะเพราขน กะเพราขาว กะเพราแดง

ข้อมูลทั่วไป : เป็นเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดร้อน ช่วยย่อย ช่วยดับกลิ่นคาวในเมนูอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ของคนไทยที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะเลยก็ว่าได้ อินเดียถือว่ากะเพราเป็นสมุนไพรเทพเจ้าใช้บูชากับทำยา มาเลเซียใช้กินเป็นผักสลัดอยู่บ้าง นอกจากนี้ กะเพราอยู่คู่ครัวคู่บ้านคนไทยมาอย่างยาวนาน

สรรพคุณทางยา

– ราก ขับเหงื่อ

– ใบ ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้ปวดท้อง ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ขับน้ำนม รักษาหอบหืด

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : ใบกะเพรามีน้ำมันหอมระเหยที่มีสารสำคัญคือ Eugenol และ Caryophyllene มีฤทธิ์ไล่แมลงซึ่งมีการศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดจากใบที่ความเข้มข้น 5% มีประสิทธิภาพในการไล่ยุงได้สูงสุด และยังมีประสิทธิภาพในการฆ่าลูกน้ำยุงลายได้ด้วย

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : นำใบกะเพรามาขยี้ทาตามตัว หรือวางไว้ในบริเวณที่ต้องการไล่ยุง

5. โกฐจุฬาลัมพา (ยาโบราณไล่ยุง)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artemisia pallens Wall. ex DC.

ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE

ชื่ออื่นๆ : ตอน่า หญ้าตีตุ๊ด

ข้อมูลทั่วไป : โกฐจุฬาลัมพา เป็นสมุนไพรไทยเชื้อสายจีน ในตำรับยาไทยหลายขนาน คนจีนนิยมปลูกไว้หน้าบ้านเป็นไม้มงคลขับไล่ความชั่วร้าย ซึ่งคล้ายกับความเชื่อเรื่องส้มป่อยของคนไทย สามารถใช้น้ำคั้นมาผสมแป้งทำขนมกินเพื่อบำรุงเลือดลม

สรรพคุณทางยา

– ใบ ขับลมในลำไส้ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ท้องร่วง แก้ไขข้ออักเสบ ระงับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ

– ใบและช่อดอก แก้ไข้ที่มีผื่นคันตามตัว เช่น หัด อีสุกอีใส แก้หืด แก้ไอ ขับเสมหะ

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : น้ำมันหอมระเหยของโกฐจุฬาลัมพายังมีฤทธิ์ในการไล่ยุง และยับยั้งการวางไข่ของยุง มีการศึกษาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการกันยุงของน้ำมันหอมระเหยโกฐจุฬาลัมพากับน้ำมันมะกรูดพบว่า สามารถป้องกันยุงได้ดี

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : นำใบโกฐจุฬาลัมพามาขยี้ทาตัว หรือนำใบมาเผาไฟให้เกิดควันและกลิ่นเพื่อไล่ยุง ไล่แมลง

6. คนทีเขมา (ยุงเมาไม่สร่าง)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitex negundo L.

ชื่อวงศ์ : LAMIACEAE

ชื่ออื่นๆ : กุโนกามอ กูนิง

ข้อมูลทั่วไป : เป็นสมุนไพรคู่บ้านคนไทยมาแต่โบราณ ปรากฏในตำรายาใบลานอีสานในชื่อผีเชื้อ (ผีเชื้อ) ถือเป็นพืชศักด์สิทธิ์ชนิดหนึ่งที่ต้องปลูกไว้กันผี นิยมปลูกริมน้ำเพื่อกันมีน้ำเซาะตลิ่งพัง

สรรพคุณทางยา

– ใบและผล เป็นยาร้อนใช้รักษาโรคทางเดินหายใจ ได้แก่ หวัด ไอ หอบ ใช้แก้ปวดหัว มึนหัว ปวดเมื่อย เข้ายาสตรี

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : สารที่ทำหน้าที่ในการไล่แมลง คือ O-pinene, Citronellal, Linalool และ Myrcene มีการศึกษาพบว่า สารสกัดจากคนทีเขมามีประสิทธิภาพป้องกันยุงได้นานมาก

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : ชาวบ้านนำกิ่ง ก้าน และใบมาต้มกับน้ำใช้ฉีดไล่ยุงหรือเผาไฟให้เกิดควันไล่ยุงได้

7. คนทีสอ (ยุงไม่ขอใกล้)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitex trifolia L.

ชื่อวงศ์ : LAMIACEAE

ชื่ออื่นๆ : คนทิสอขาว คุนตีสอ โคนดินสอ ดอกสมุทร ดินสอ ทิสอ เทียนขาว ผีเสื้อ ผีเสื้อน้อย มูดเพิ่ง สีสอ สีเสื้อน้อย

ข้อมูลทั่วไป : คนทีสอ เป็นสมุนไพรคู่บ้านคนไทยมาแต่โบราณเช่นเดียวกับคนทีเขมา ใช้คู่กันในสรรพคุณเดียวกัน ไม่มีต้นใดต้นหนึ่งก็สามารถใช้อีกต้นแทนกันได้ แต่คนทีสอจะมีกลิ่นที่อ่อนกว่าคนทีเขมา สามารถใช้น้ำคั้นผสมแป้งนึ่งทำขนมได้ เรียก ขนมคนที

สรรพคุณทางยา เช่นเดียวกับคนทีเขมา

– ใบและผล เป็นยาร้อนใช้ รักษาโรคทางเดินหายใจ ได้แก่ หวัด ไอหอบ ใช้แก้ปวดหัวมึนหัว ปวดเมื่อย เป็นยาร้อน เข้ายาสตรี

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : ในน้ำมันหอมระเหยของคนทีสอมีสารในกลุ่ม Monoterpenes ที่มีประสิทธิภาพในการไล่แมลงสูง มีการนำน้ำมันหอมระเหยไปทำเป็นโลชั่นทาผิวพบว่า ไม่ระคายเคืองและป้องกันยุงได้นานกว่า 3 ชั่วโมง

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : ชาวบ้านจะใช้ใบคนทีสอนำมาเผาไฟเพื่อให้เกิดควันและกลิ่นไล่ยุง

8. เนียมหูเสือ (เหนือกว่ายุง หอมจรุงใจ)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng.

ชื่อวงศ์ : LAMIACEAE

ชื่ออื่นๆ : ใบหูเสือ หอมด่วนหลวง หอมด่วน หูเสือ

ข้อมูลทั่วไป : เนียมหูเสือ มีใบเหมือนใบหูของเสือ เป็นพืชในเครื่องหอมของคนอีสานซึ่งมักจะใช้คำขึ้นต้น ชื่อพืชหอมด้วยเนียม เนียมหูเสือสามารถกินเป็นผักสดหรือใส่ในต้มจืดก็ได้ เป็นผักที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) โปรดปรานมาก ใบเมื่อแห้งแล้วบดเป็นผงจะมีกลิ่นเหมือนออริกาโนเครื่องเทศของยุโรป

สรรพคุณทางยา

– ใบ แก้ไอ แก้หวัด คัดจมูก ขับลม แก้ท้องอืด แก้ปวดท้อง

สรรพคุณไล่ยุง/กำจัดยุง : ในน้ำมันหอมระเหยของใบเนียมหูเสือมีสารสำคัญ คาร์วาครอล (Carvacrol) มีฤทธิ์ในการไล่แมลงและไล่ยุงพบว่า น้ำมันหอมระเหยจากใบเนียมหูเสือสามารถป้องกันยุงได้ดีมากไม่แตกต่างกับ DEET ในความเข้มข้นที่เท่ากันและยังมีฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำได้ดีอีกด้วย

การใช้ไล่ยุงวิถีชาวบ้าน : ชาวบ้านจะใช้ใบขยี้ทาตามตัว หรือวางไว้บริเวณใกล้ตัวเพื่อไล่ยุง

สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการไล่ยุงส่วนใหญ่จะมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งแต่ละชนิดมีกลิ่นเฉพาะที่บางคนไม่ชอบ และอาจมีฤทธิ์ระคายเคืองเยื่อบุหรือผิวหนังได้ ภูมิปัญญาชาวบ้านเดิมมักจะใช้สมุนไพรไล่ยุง โดยจะทำใช้เอง เพียงปั่น ตำ ทุบ บด ส่วนต่างๆ ของพืชให้มีน้ำมันหอมระเหยออกมาก็สามารถนำมาใช้ป้องกันยุงและแมลงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือสมุนไพรอภัยภูเบศร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง 8 สมุนไพร ช่วยไล่ยุง ฉุนสะใจ ยุงไม่ขอใกล้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...