โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

อาโปเป็นนาคนะป๊า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 09.11 น. • คุณโฬเมียว
คำสั่งแรกในฐานะเด็กฝึกงานกลิ่นนมผงคือการให้ไปไล่จับผีในเขตครุฑกับรุ่นพี่เพื่อทำยอด แต่พวกผีร้ายชอบแกล้งอาโป แล้วไหนจะป๊าที่เล่าว่าพวกครุฑชอบกินนาคเป็นชีวิตจิตใจอีก… แง ๆ ๆ อาโปเป็นนาคนะป๊า!!

ข้อมูลเบื้องต้น

tag: #อาโปเป็นนาคนะป๊า

อาโป เด็กน้อยวัยสามขวบถ้วนจู่ ๆ ก็มีตราประหลาดแปะบนพุงกะทิ ต่อมาพบว่าสิ่งนี้คือความผิดพลาดของระบบมหานรก จึงได้ตำแหน่ง‘เจ้าหน้าที่พิเศษ’ ท่ามกลางพี่ ๆ หน่วยอารักษ์อย่างปฏิเสธไม่ได้

คำสั่งแรกในฐานะเด็กฝึกงานกลิ่นนมผงคือการให้ไปไล่จับผีในเขตครุฑกับรุ่นพี่เพื่อทำยอด แต่พวกผีร้ายชอบแกล้งอาโป แล้วไหนจะป๊าที่เล่าว่าพวกครุฑชอบกินนาคเป็นชีวิตจิตใจ

แง ๆ ๆ อาโปเป็นนาคนะป๊า!!

❖❖❖

รายละเอียด

✓ เรื่องยาว (ยังไม่จบ)

✓ รายตอน

✓ E-book วางจำหน่ายหลังรายตอน

✗ ไม่มีรูปเล่ม

อัปเดตนิยายทุกวัน เวลาเย็น-ดึก

*** NC/NSFW น้อยมาก ***

คำเตือนเนื้อหา
มีฉากต่อสู้ การผจญภัย เบื้องหลังต่าง ๆ
ผสมเรื่องเล่าเกี่ยวกับผี, ป่าหิมพานต์,
ไตรภูมิพระร่วงเข้ากับจินตนาการของผู้เขียน
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

❖❖❖

ช่องทางการติดตามข่าวสาร
twitter(x)/ facebook/ bluesky

เรื่องนี้เป็นนิยาย
สโลว์ไลฟ์ แอ็กชัน แฟนตาซี
อัปนิยายช่วงเย็น-ดึก
อัปบ่อย แต่ไม่ทุกวัน
นิยายเรื่องนี้ไม่เน้นเลิฟไลน์ในช่วงแรก
เลิฟไลน์จะมาในช่วงหลัง (ตอนอาโปโต)

เป็นการเดินทางและการเติบโตของอาโปตั้งแต่ตัวอ้วนกลมจนน้องเติบใหญ่ รายล้อมไปด้วยมิตรภาพ ครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่มีรักสามเส้าหรือการดำเนินเรื่องแบบหลายพี (ในคู่อาโป)

พระเอกมีคนเดียวคือพี่ช้าง

ฉาก NC / NSFW เรื่องนี้อาจมีน้อยมากถึงน้อยที่สุด

1. สำหรับสายอ่านฟรี

• ปลดเหรียญให้อ่านฟรีทุก ๆ 2 วัน เวลา 00:00 น.

• มีการแปะวันอ่านฟรีให้ทราบท้ายชื่อตอน

• มีการแปะคำเตือนต่าง ๆ ที่จำเป็นท้ายชื่อตอน

2. สำหรับสายอ่านล่วงหน้า

• ราคาประมาณ 1-2 เหรียญ

• ถ้าตอนยาวมากหรือมีฉากเรทอาจ 3-4 เหรียญ

• อิงจากจำนวนคำและความยากง่ายตอนเขียน

• จ่ายครั้งเดียวจบ ต่อให้กลับมาติดเหรียญถาวรก็ไม่ต้องจ่ายซ้ำ

3. สำหรับสายอีบุ๊ก (ไม่มีรูปเล่ม)

• คิดไว้ว่า 2-3 เล่ม

• คาดว่าจะออกให้สะสมหลังจากอัปรายตอนเรื่องนี้จบ เพราะฉันแต่งสดทุกวัน -- ไม่มีตอนสต็อกค่ะ

• เนื้อหาจะถูกรีไรต์ อาจมีการเพิ่ม / ลดเนื้อหาหรือแก้ไขบางฉากเพื่อความสมบูรณ์ จะมีการจ้างนักพิสูจน์อักษรเพื่อเก็บคำผิดและเกลาประโยคให้สวยงามขึ้น

• มีตอนพิเศษแยกเล่ม

4. ลงตอนพิเศษในเว็บด้วยหรือไม่?

• ลงค่ะ แต่ราคาติดเหรียญถาวรจะสูงกว่าปกติ

เมื่อปลดเหรียญให้อ่านฟรีครบแล้ว
จะเปิดให้อ่านฟรีประมาณ 1 เดือน

หลังจากนั้นจะติดเหรียญถาวรค่ะ
(ราคาจะเพิ่มขึ้นมา 1-2 เหรียญ)

ขอให้ทุกท่านที่มาพบกันได้รับความน่ารัก ความโบ๊ะบ๊ะและพลังงานดี ๆ กลับไปอย่างเต็มที่ ฉันเองก็รู้สึกว่าตัวเองมีความหมายขึ้นมาเมื่อได้อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ ที่ทุกคนมอบให้

ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง หากฉันทำอะไรพลั้งพลาดไป
สามารถบอกกล่าวกันได้เสมอค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ค้นพบงานของฉันค่ะ

????

— Romeaow

แก้ไขเรื่องอีบุ๊กและตอนพิเศษ
01.05.67

๑ อาโป

อาโป

แสงแดดยามเที่ยงวันถูกกั้นไว้ด้วยบรรดาแมกไม้ที่ปลูกไว้ล้อมรอบตัวบ้าน ตรงพื้นดินมีแสงลอดจากใบไม้และต้นหญ้าเป็นหย่อม ๆ ละลานตา

กระรอกตัวหนึ่งเดินออกมาจากโพรงต้นไม้ ปีนป่ายกิ่งก้านมาถึงขอบหน้าต่างที่ถูกเปิดอ้ารับลมไว้ ตรงจุดที่มันยืนมีจานเล็ก ๆ ใส่ผลไม้อบแห้งและเมล็ดพืช เป็นเจ้าของบ้านที่เอาของกินมาแบ่งปันให้มันประจำ

มันหยิบถั่วพีแคนขึ้นมาอมไว้จนแก้มข้างหนึ่งป่องพอง จังหวะนั้นเองมันได้ยินเสียงคนในบ้านกระซิบกระซาบกันในห้องครัวจึงสะดุ้งตกใจ กระโดดลงจากขอบหน้าต่างแล้วเผ่นแนบหายไปในพงหญ้าข้างบ้านเร็วทันควัน

เสียงในครัวยังคงซุบซิบออกมาอย่างต่อเนื่อง

“โอ้ย ทำไมไอ้คุกกงคุกกี้อะไรเนี่ยมันยุ่งยากแท้ ปวดหลังไปหมด” หญิงวัยกลางคนบ่นกระปอดกระแปด มือหนึ่งถือคุกกี้ที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ มือหนึ่งทุบสะโพกตัวเองสองสามที

“ผมบอกแล้วว่าให้ใส่ผงฟูตามสูตร ป้าวรรณก็อยากคิดค้นสูตรตัวเองขึ้นมาอยู่นั่นแหละ” ชายหนุ่มตรงกลางเท้าเอวเอ็ด “เป็นไงล่ะ แข็งยิ่งกว่าหิน ปาใส่ไอ้ด่าง ไอ้ด่างหัวแตก”

“พ่อก็บอกแล้วว่าให้ทำขนมพื้นเมืองที่แม่วรรณถนัด” ลุงอีกคนชะเง้อหน้ามองผลงานเมียตัวเอง คุกกี้บนถาดดูสวยงามน่าทานดีแท้ แต่คุณสมบัติของมันดูจะพิเศษกว่านั้น

ปึก!

“ชู่ว!”

“เบา ๆ สิลุงศะ!”

อีกสองคนหันมาถลึงตาใส่ ส่วนคนโดนดุทำหน้าตกตะลึงจังงัง คุกกี้ทุบโต๊ะแล้วไม่แตกด้วยเว้ยเฮ้ย!

รพี, เจ้าของบ้านปาดเหงื่อออกจากขมับ เสียงลมหวีดหวิวแว่วผ่านหูเล็กน้อย พอหันไปมองนาฬิกาก็พบว่ายังทันเวลาอยู่หากจะทำคุกกี้ชุดใหม่เพิ่ม เขาหันไปหาลุงศะกับป้าวรรณที่ช่วยกันทำช่วยกันอบอะไรต่อมิอะไรตั้งแต่ช่วงสาย

“เอาไงครับ จะทำคุกกี้ต่อหรือจะทำขนมพื้นเมืองที่ถนัดดี ถ้าทำต่อเดี๋ยวผมแง้นไปซื้อของมาเติมให้”

ป้าวรรณเขกหัวชายหนุ่มดังโป๊ก “มะเหงกสิ! หลานฉันอยากกินคุกกี้ก็ต้องทำคุกกี้เท่านั้น ขนมต่างชาติมันจะสักแค่ไหนกันเชียว!”

รพีลูบหัวตัวเองป้อย ๆ “จะแค่ไหนก็ดูดิป้า แข็งระดับฟันปลอมลุงศะก็เอาไม่อยู่— แว้ก ไปแล้วจ้า ไปแล้ว!” รีบโกยเท้าคว้ากุญแจจักรยานยนต์ออกไปอย่างไม่รอช้าเลยทีเดียว

ป้าวรรณยกตะกร้อตีแป้งค้างไว้

“ฮึ่ย เจ้าเด็กคนนี้นี่ เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ !”

“หล่อนก็เพลา ๆ มือบ้างเถอะ นี่ถาดที่สามแล้วนะแม่วรรณ” ลุงศะมองบรรดาวัตถุดิบที่ก่ายกองบนเคาน์เตอร์ นึกสงสารไอ้หนุ่มรพีขึ้นมานิด ๆ

เมียเขาถ้าทำไม่ได้ดั่งใจก็ไม่เลิกรา เพราะแบบนั้นร้านแม่วรรณ อภิมหากะหรี่(ปั๊บ)ยัดไส้ถึงได้เลื่องชื่อไปทั่วแถบนี้จากสูตรเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร

“คนที่เอาแต่เป่าลูกโป่งบิดไปบิดมาแบบพ่อน่ะเงียบปากไปเลย ทำขนมมันก็ต้องใช้เวลาอยู่แล้วสิ” เมียรักหันมาเถียงกระปอดประแปด “ไอ้คุกกี้นี่ก็เหลือเกิน ฉันแค่อยากใส่ไส้กะทิเยิ้ม ๆ หอมหวานมันผสมกับกลิ่นดอกไม้ทำไมถึงยากเย็นนัก!”

“เบา ๆ สิแม่”

พออารมณ์เริ่มมา เสียงก็เริ่มดัง กลายเป็นลุงศะที่ต้องหันมาเอานิ้วชี้แตะปากเตือนเมียชู่ว ๆ บ้าง หลังจากนั้นไม่นานรพีก็กลับมาพร้อมกับข้าวของสำหรับทำขนมล็อตใหม่ ทั้งสามคนคลุกกันอยู่ในครัวหัวแทบฟู เสียงเดี๋ยวดังเดี๋ยวเบาเป็นระยะ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มลงมือจัดงาน แล้วคาดว่าคงจะดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายคล้อย

แอ๊ด…

พอถึงเวลาอันสมควร บานประตูห้องนอนที่ปิดสนิทมาทั้งวันก็ค่อย ๆ แง้มออกเชื่องช้า ชายหนุ่มผมสีดำยาวรวบเป็นบันครึ่งหัวโผล่หน้าเข้าไปด้านใน กลิ่นนมผงเด็กลอยมาแตะจมูกก่อนเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยก้อนนุ่มนิ่มหอมแป้งเด็กพุ่งมาเกาะขาหมับ!

“อาโ…”

“ป๊าาา แงงงงงงงงงงง!”

เจ้าก้อนดาวเด่นของงานในวันนี้เงยหน้าขึ้น โชว์ฟันน้ำนมที่ขึ้นครบชุดด้วยการแหกปากร้องจ้าฟ้องผู้ปกครองตัวเองครั้งแรกของวัน

สองมือรีบอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมากอดปลอบโอ๋ รพีหันขวับไปหาร่างเลือนลางในห้องที่กำลังชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพลางทำหน้าเหลอหลา เอ่ยตำหนิเสียงเข้ม “ภูผา! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าแกล้งอาโปน่ะ!”

แถมยังเป็นวันนี้อีก!

“เฮ้ยเธอ ผายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะวันนี้!” วิญญาณชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับรพีรีบแก้ต่าง “พูดจริงนะโว้ยไม่ได้โม้ ไม่เชื่อหันไปถามพิงค์ดูดิ!”

วิญญาณหญิงสาวอีกคนในห้องลอยมาจุ๊บเหม่งเด็กน้อยทีหนึ่ง จุ๊บแก้มรพีทีหนึ่ง หน้าตาเธอเหมือนภูผาอย่างกับแกะบ่งบอกว่าเป็นฝาแฝดชายหญิง ภูพิงค์แสยะยิ้มให้ “ไม่รู้ไม่ชี้ พิงค์ลงไปช่วยป้าวรรณเตรียมของดีกว่า ไปละ”

“อ้าว ทิ้งระเบิดใส่กันเฉย”

อาโป ซุกหน้าลงบนต้นคอผู้เป็นป๊า

เด็กน้อยเบะปากสะอึกสะอื้นจนหน้าหงิกงอชวนสงสาร “ภะ ภูผาบอกว่าข้างนอกมีสัดปะหลาดกินตับอยู่นอกห้อง ภูผาไม่ยอมให้อาโปออกไปช่วยป๊า ฮึก อาโปมีดาบสักสิดนะ ทำไมอาโปจะช่วยป๊าไม่ด้ายอะ แงงงงง”

เหตุเกิดจากภูผากับภูพิงค์ได้รับหน้าที่สำคัญในวันนี้ คือการถ่วงเวลาเจ้าก้อนน้อยไม่ให้ออกไปซุกซนก่อนงานเริ่ม ช่วงบ่ายโมงรพีเข้ามาดูและหลอกล่อไปทีหนึ่งแล้ว แต่พอท้องฟ้าเริ่มเป็นสีส้ม อาโปก็นั่งไม่ติดที่ อยากเดินเตาะแตะไปหาป๊าตัวเองท่าเดียว ภูผาจึงต้องงัดไม้เด็ดออกมาก่อนจะมีเด็กดื้อโผล่หัวออกไปนอกห้อง

ภูพิงค์อุตส่าห์แกล้งบอกว่าป๊าไปหาซื้อของที่อาโปชอบ แต่คำว่าสัตว์ประหลาดของภูผามันดึงดูดใจให้เชื่อมากกว่า อาโปจึงร้องไห้โยเยไปโดยปริยาย

รพีเหลือบไปมองมือป้อมฝั่งซ้ายก็เห็นเด็กน้อยถือดาบของเล่นติดมือมาด้วยจริง ๆ สุดท้ายอดไม่ได้ ฟังลูกพูดจบก็ขำพรืดด้วยความเอ็นดู

“อุ๊บ— ฮะ ๆ ๆ จริงด้วย อาโปมีดาบศักดิ์สิทธิ์อันเบ้อเร่อเลย มิน่าล่ะ ตอนป๊ากำลังลำบาก จู่ ๆ เจ้าสัตว์ประหลาดกินตับก็วิ่งหนีป๊าจู๊ด ๆ เลย ที่แท้เป็นเพราะอาโปคนเก่งนี่เอง!”

“ฮึก อะ อื้ม!”

รพีพูดแล้วก็หอมแก้มยุ้ย ๆ ทั้งซ้ายและขวาด้วยรอยยิ้ม

อาโปเห็นป๊าปลอดภัยแล้วยังมีรอยยิ้มเต็มหน้าก็หยุดร้องไห้ ดวงตากลมโตสีเขียวมะกอกหยียิ้มจนตาฉ่ำน้ำเป็นเสี้ยวน่ารักน่าชัง

เมื่อเรื่องราวคลี่คลาย รพีก็พาลูกน้อยเดินออกไป บ้านสไตล์นอร์ดิกหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว ผู้ใหญ่เดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงห้องนั่งเล่นอันเป็นจุดหมายปลายทาง

พอปิดม่านลงมา หน้าต่างทุกบ้านพลันมืดสนิท ดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดสีส่องแสงอยู่นอกบ้าน แต่ในบ้านกลับไม่ต่างอะไรจากยามค่ำไร้แสงไฟ

อาโปทิ้งดาบศักดิ์สิทธิ์ไว้ในห้องนอน เห็นห้องนั่งเล่นมืดตึ๊ดตื๋อไม่เปิดไฟสักดวงก็เริ่มใจเสีย ไม่มีใครอยู่เลย หากสัตว์ประหลาดยังคงซุ่มซ่อนอยู่จะทำอย่างไรดี

เจ้าก้อนนุ่มซุกตัวเข้าหาป๊ามากกว่าเดิม

“หงึ…มืดจังอ่าป๊า”

“…”

จู่ ๆ รพีก็หยุดเดิน ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตรงกลางห้อง อาโปเงยหน้ามองคางป๊าในความมืดด้วยความสงสัย ยังไม่ทันที่ความกลัวสายหนึ่งจะแล่นขึ้นมาจากปลายเท้า เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบราวกับรู้ว่าจังหวะไหนควรเปิดฉาก

“แฮปปี้เบิร์ด…เดย์ ทูยู”

แสงไฟจากเปลวเทียนจุดขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า

เป็นป้าวรรณเดินถือเค้กวันเกิดเข้ามาหา ตากลมของอาโปพราวระยับสะท้อนแสงเทียนละลานตา ไม่นานลุงศะก็เดินมายืนข้าง ๆ ภรรยา ตามมาด้วยภูผาและภูพิงค์ ทุกคนล้อมเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดของรพีเป็นวงกลม

“แฮปปี้เบิร์ด…เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์…. แฮปปี้…เบิร์ด…เดย์…ทู…ยู”

รพีกระซิบลูกน้อย “สุขสันต์วันเกิดนะอาโปของป๊า สามขวบแล้วน้า เอ้า หลับตาอธิษฐานแล้วเป่าเทียนเลยครับผม”

“ฮื่อ!”

อาโปพยักหน้ารัวแล้วทำตามที่ป๊าบอก เด็กน้อยหลับตาลง ทำปากขมุบขมิบ จากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาเป่าลมใส่เทียนสามเล่มจนดับพรึ่บ!

ปุ้งงงงงง!

“สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะอาโป” ป้าวรรณยิ้มแฉ่ง

ไฟทั่วบ้านสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือระรัว พลุสายรุ้งกระจายไปทั่วด้วยความครื้นเครง อาโปยิ้มกว้างหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตั้งแต่เกิดมาก็มีทุกคนรายล้อมตนในวันเกิดทุกปี แม้ไม่ได้สายเลือดเดียวกัน แต่ก็ไม่ต่างอะไรจากครอบครัวใหญ่ที่ดูแลกันและกัน

“ลุงขออวยพรให้หนูไม่เจ็บไม่ป่วย สุขภาพร่างกายแข็งแรงนะลูก” ลุงศะอวยพรแล้วลูบหัวด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“สวบขวบแล้วเหรอไอ้เด็กขี้แง— แอ๊กกก” ภูผาจิ้มแก้มอาโปจึก ๆ ยิ่งอาโปทำแก้มป่องต่อต้านยิ่งจิ้มเข้าไปใหญ่ ไม่ทันพูดอะไรต่อก็ถูกพี่สาวกระแทกอย่างแรงจนลอยทะลุผนังหายไป

“ขอให้เป็นที่รักของทุกคนตลอดกาลเลยนะคะคนเก่ง”

“แต่แค่นี้ก็รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้วเนอะ หลานฉันเองจะใครล่ะ” ป้าวรรณหันไปหัวเราะร่วนกับสามี

หากคนนอกมองเข้ามาเห็นภูผาและภูพิงค์ลอยวนเวียนไปมาคงตกใจหัวโกร๋น แต่ทุกคนที่นี้ดูไม่แปลกใจ และทำเสมือนว่าวิญญาณฝาแฝดคู่นี้เป็นผู้อาศัยร่วมบ้านที่พูดคุยเม้าท์มอยได้

ทุกคนหัวเราะเริงร่า ต่างคนต่างเดินไปนั่งที่โต๊ะในห้องกินข้าวซึ่งเต็มไปด้วยอาหารและของว่าง ตกแต่งไปด้วยลูกโป่งและของเล่นกระดาษหลากสีสัน ป้าวรรณวางเค้กลงกลางโต๊ะ รพีปล่อยให้ลูกชายยืนบนโต๊ะกินข้าวเพราะอาโปอยากเห็นหน้าเค้กชัด ๆ

จานกระดาษสำหรับเค้กลอยมาวางบนโต๊ะด้วยฝีมือสองวิญญาณ ภูผาประกาศก้อง“ได้เวลาแบ่งเค้กแล้วจ้า!”

อาโปตื่นเต้นกับเสียงปลุกใจ เด็กสามขวบถ้วนกระโดดขึ้นสูง ชูไม้ชูมือร้องเย้จนเสื้อเปิดตามแรงลม เผยให้เห็นตราประทับสีดำประดับลวดลายแปลกตาแปะอยู่บนพุงกะทิน้อย ๆ ของอาโปเต็มสองตา

ผู้ใหญ่ทุกคนอ้าปากค้างเติ่ง

เดิมทีตราหิมเวศจะปรากฎอยู่บนอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งของผู้สืบเชื้อสายสัตว์หิมพานต์ในโลกมนุษย์เมื่อถึงวัยอันควร เพื่อแจ้งเจตจำนงให้ทราบว่านับแต่นี้ไป ผู้ถูกประทับตราจะต้องทำงานให้กับทางมหานรก, หนึ่งในสามไตรภูมิอันยิ่งใหญ่, จนกว่าชีวิตจะหาไม่

แต่

แต่…

แต่อาโปเพิ่งสามขวบนะเฮ้ย?!!!!!

นักเขียน

— ฉันอยากเขียนให้เรื่องนี้มีกลิ่นนมผงเยอะ ๆ ค่ะ

ป.ล. ฉันตรวจทานซ้ำทุกครั้งที่เขียน แต่ตอนอ่านฟรีบนเว็บอาจมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง นักอ่านทุกท่านสามารถแจ้งคำผิดหรือวิจารณ์การเขียนฉันอย่างสุภาพได้เสมอ

ส่วนฉบับเรียบเรียงใหม่, จ้างพิสูจน์อักษรแล้ว ฉันตั้งใจจะทำเป็นฉบับอีบุ๊กที่อาจปล่อยช้ากว่ารายตอนค่ะ (--คาดไว้ว่าช้าเพราะฉันเบลอเก่งมาก เอเนจี้สมองเท่าเม็ดถั่ว พิมพ์ต๊อกแต๊ก ๆ หนึ่งตอนจบก็เหนื่อยแล้วค่ะ ????)

๒ ตราประทับ

ตราประทับ

จากจะร่วมวงฉลองวันเกิดให้อาโปวัยสามขวบถ้วน กลับกลายเป็นความอลหม่านยกบ้านเมื่อทุกคนเห็นตราประทับโผล่มาช็อตฟีลได้ถูกที่ถูกเวลา… ซะเมื่อไรกันเล่า!

“ป๊า หม่ำ ๆ ฮะ หม่ำ ๆ”

อาโปที่ถูกหอบหิ้วมายังหนึ่งในสำนักงานใหญ่ขององค์กรหิมเวศในตอนเช้าอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวยกมือป้อมสูง พยายามดันเค้กรสวานิลลานมสดเข้าปากป๊าตาแป๋ว “อาหย่อยน้าป๊า”

“หม่ำก่อนเลยครับอาโป ป๊ารู้ว่าอาโปชอบ”

รพียิ้มให้ลูกน้อย ในใจพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

ตัดภาพไปด้านหลังป้าวรรณกับลุงศะแทบจะกินหัวพนักงานสาว เพื่อไม่ให้ภาพและเสียงของลุงกับป้ากลายเป็นยักษ์ขมูขีต่อหน้าลูก รพีจึงต้องรับหน้าที่พาอาโปออกมาในระยะปลอดภัยก่อน

“นี่มันหมายความว่ายังไง! ทำไมหลานฉันถึงมีตราประทับขึ้นมาได้ แกแค่สามขวบเองนะยะ สามขวบ!” ป้าวรรณแทบจะทุบโต๊ะอยู่รอมร่อ

“ต้องมีอะไรผิดพลาด เธอลองเช็กดูให้ดี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้นะรู้ไหม” ลุงศะเองก็หน้าเครียด หนวดเคราบนหน้ายิ่งทำให้ดูดุดันเข้าไปใหญ่

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันกำลังติดต่อกับทางผู้ใหญ่ให้ ใจเย็น ๆ กันก่อนนะคะ”

พนักงานสาวผู้เห็นทุกคนอุ้มตาหนูน่ารักน่าชังมาเปิดพุงกะทิให้ดูถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอรีบก้มหัวตามหน้าที่ จากนั้นยกโทรศัพท์ตามผู้มีอำนาจมากกว่าลงมาจัดการปัญหาและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อย

การคัดเลือกเจ้าหน้าที่ผ่านการประทับตราคือ [ระบบ] ของมหานรกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสำนักใหญ่ เป็นเพียงพลังอำนาจของเบื้องบนที่ทำงานด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องมีใครสั่งการ

กล่าวโดยสรุป

มันทำหน้าที่เหมือนกับตาชั่งวัดความดีความชั่วของพญายมราชนั่นแหละ บทจะเกิดก็เกิดขึ้นมาโดยไม่มีใครตั้งตัว

โชคดีที่ปัจจุบันทางมหาราชเริ่มมีการพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เพราะมนุษย์นั้นมีเรื่องราวการใช้ชีวิตที่มากล้น บางครั้งความชั่วก็กลายเป็นความดี บางครั้งความดีก็กลายเป็นความชั่ว ตาชั่งที่ทำงานอย่างซื่อตรงกับความแน่นอนจึงไม่อาจทำให้เชื่อถือได้ 100% ไปซะทุกเรื่อง

ตราประทับของหิมเวศก็เช่นกัน

“ชื่ออาโปใช่ไหมลูก น้าชื่อมินตราน้า ขอดูพุงของหนูหน่อยได้ไหมเอ่ย?”

“ด้ายยยย”

มินตรา, หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กร, ถึงกับต้องลงมาดูอาโปให้เห็นชัดกับตา หญิงสาวรุ่นแม่ผู้มีภาพลักษณ์เคร่งขรึมระบายยิ้ม ยามเด็กน้อยชูสองแขนขึ้นอย่างว่าง่าย เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

เปิดเสื้อออกก็เห็นตราประทับที่คุ้นเคยแปะอยู่บนพุงขาว ๆ เหมือนซาลาเปา

ชัดเจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋เลยงานนี้

“อย่างนี้…จะเป็นอะไรไหมครับ?” รพีที่อุ้มลูกถามเสียงเบา

ปกติแล้วตราประทับจะปรากฏขึ้นประมาณช่วงวัย 18-22 ปี ถือว่าเป็นวัยที่ร่างกายพรั่งพร้อมทุกอย่าง เหลือแค่การขัดเกลาไหวพริบและการชำนาญด้วยประสบการณ์การทำภารกิจเท่านั้น

รพีเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรหิมเวศคนหนึ่งเช่นกัน

ตัวเขาสืบสายเลือดมาจากติณสีหะ, หนึ่งในเผ่าราชสีห์ตระกูลสิงห์แห่งป่าหิมพานต์ รูปพรรณตามตำราคล้ายโค กายสีเขียว กีบเท้าเหมือนม้า กินพืชจำพวกหญ้าเป็นอาหาร

ตราหิมเวศปรากฏบนหลังคอรพีเมื่ออายุ 19 ปีบริบูรณ์

ตอนแรกรพีคิดว่าตัวเองเป็นแค่มนุษย์ที่มีสัมผัสที่หก เห็นวิญญาณดีและร้ายมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อตราประทับปรากฏขึ้น พลังของเผ่าก็สำแดงฤทธิ์ตามมา เขาจึงเข้าใจว่าตนมีหน้าที่เหนือธรรมชาติรออยู่

“ลูกผมยังเด็กเกินกว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อารักษ์” รพีกล่าว

รอบด้านมีลุงป้าและสองวิญญาณแฝดฟังแล้วคิดหนักไม่แพ้กัน

มีแค่อาโปที่กำลังกินเค้กที่ถูกห่อมาให้อย่างเอร็ดอร่อย เด็กน้อยฟังคำพูดผู้ใหญ่แล้วมึนงงเกินกว่าสมองน้อย ๆ จะรับรู้ ทำตาแป๋วฟังไม่นานก็เบื่อ หันไปจดจ่อกับของกินจนครีมเปื้อนไปทั้งสองแก้มอ้วน

มินตราพยายามอธิบาย “ฉันเข้าใจว่าพวกคุณเป็นกังวลเรื่องอะไร เพราะเมื่อตราประทับปรากฏขึ้นแล้ว ทางเหล่าผู้สืบสายเลือดทุกคนจะต้องทำภารกิจภายใน 7 วันไม่งั้นจะมีเคราะห์สินะคะ”

“ใช่ครับ”

มันเป็นกฎที่เบื้องบนกำหนดไว้

ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ 7 วันแรกคือการชี้ชะตาผู้ถูกประทับตราทุกคน จะเคราะห์หนักเคราะห์เบาไม่แน่ชัด แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากลองเสี่ยงทั้งนั้น

จะเรียกว่าบังคับก็ได้ แต่ผู้สืบสายเลือดทุกคนล้วนถูกปลูกฝังมาแล้วว่าการเป็นเจ้าหน้าที่อารักษ์ล้วนเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติ

แต่ยกเว้นรพีไว้คนหนึ่ง

เขาเติบโตมาแบบมนุษย์ธรรมดาและตั้งใจเลี้ยงอาโปมาอย่างคนธรรมดา เดิมทีวางแผนไว้แล้วว่าจะบอกเรื่องนี้ตอนอาโปขึ้นชั้นประถม จากนั้นค่อยเริ่มฝึกฝนวิชาต่าง ๆ ให้ลูกน้อยตามลำดับ

ไม่คิดว่าตราประทับจะมาเร็วขนาดนี้ไง

ขนส่งไปรณีย์ที่เลื่องลือว่าเร็วเหนือแสงยังกรอกชื่อผู้ส่งไม่เสร็จเลยเถอะ!

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ” มีเสียงวิ้งดังขึ้นเบา ๆ พื้นที่เหนือใบหูของมินตราปรากฏแสงนีออนสีขาวลากยาวเป็นลายกนกครอบคลุมใบหูไว้คล้ายหูฟังสุดไฮเทค

“เนื่องจากความผิดพลาดของระบบมหานรก ทางเราจึงลงความเห็นกันว่าน้องอาโปจะได้รับตำแหน่ง ‘เจ้าหน้าที่พิเศษ’ นับจากนี้เป็นต้นไปค่ะ”

“ครับ!?” รพีตาโต

“โอ้ว! แบบนี้ก็เป็นเรื่องดีน่ะสิ!” ลุงศะร้องลั่น ป้าวรรณหันไปแปะสองมือกับภูพิงค์

เจ้าหน้าที่สาวผู้รวบผมเป็นหางม้าสูงขยับยิ้มให้เด็กน้อยที่ยังไม่รู้ความมากนัก อาโปพอได้ยินชื่อตัวเองในบทสนทนาก็เงยหน้าขึ้น

“จ้าวหน้าที่พิเสดคืออะไยอะ?”

รพียังตาโตอยู่ มินตราจึงก้มลงตอบแทน “น้าหมายถึงหนูจะเป็นเจ้าหน้าที่อารักษ์ที่สามารถเลือกสำนักที่ต้องสังกัดในอนาคตมากกว่าหนึ่งตามใจหนูได้ค่ะ นอกจากนี้ทางองค์กรจะสนับสนุนทุกอย่างเวลาหนูต้องจัดการกับวิญ—”

อาโปไม่เข้าใจ ถามรพีงง ๆ “ฉำนักคือไยอะป๊า อาโปกินได้ไหม เลือกได้เย้อสะแดงว่ามีหลายรสเลยใช่ป่าว?”

มินตราที่เผลอใช้ศัพท์ยากไปเตรียมย่อยลงมาเป็นคำพูดฟังง่าย ภูพาลอยนิ่ง ๆ ข้างพี่สาวฟังมานานจึงเอ่ยรวบรัดตัดตอนให้เจ้าเด็กอ้วนตามนิสัยผีปากไว

“ก็คือต้องไปจับผีร้ายแบบขบวนการพิทักษ์โลกไงล่ะไอ้หนู!”

ไม่ว่าจะองค์กรใหญ่ยักษ์ หรือสำนักแยกย่อยที่เหล่าเจ้าหน้าที่อารักษ์สังกัดหน่วย ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือไล่จับวิญญาณร้ายบนโลกมนุษย์กลับมหานรก

“ได้เป็นเจ้าหน้าที่อารักษ์เท่ ๆ เลยนะโว้ยโป คราวนี้ละดาบศักดิ์สิทธิ์อาโปจะได้เฉิดฉาย—”

ภูผายังพูดไม่ทันจบ

อาโปก็เบะปาก น้ำตาคลอเบ้า

“ไม่อาวนะ ผีร้ายนิสัยไม่ดี อาโปเกียดผีร้ายที่สุด อาโปไม่อยากโดนผีแบบภูผางับพุงอีกแล้ว พุงอาโปจะแดง แล้วอาโปก็จะปวดท้อง ม่ายอาว ม่ายเปน แงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!”

ทุกคน: ภูผาโว้ยยย!!!

ภูผา: เก๊าขอโต๊ดดดดดดดดดดดดด

นักเขียน

— เฉลยแล้วว่าภูผาในสายตาน้องคือ…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...