โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มั่นใจ “ตลาดตราสารหนี้” รองรับความต้องการใช้เงิน “ภาครัฐ” ได้สบาย... ส่วน “หุ้นกู้มีปัญหา” ไม่ถึง 1% มั่นใจยอดออก “หุ้นกู้” ทั้งปี 0.9 – 1.0 ล้านล้านบาท !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 10.22 น. • โต๊ะกองทุน WealthyThai

Fun of Funds: “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ถือเป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของแหล่งเงินทุนที่สำคัญของประเทศนอกเหนือจาก “สินเชื่อแบงก์” และ “ตลาดหุ้น” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่สิ้นไตรมาสที่1/24
มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยทะยานแตะ 17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี จนมาขนาดเท่ากับ “ตลาดหุ้นไทย” มีสัดส่วน 95% ของ GDP เท่ากัน ในขณะที่ “สินเชื่อแบงก์” ยังมากสุด คิดเป็น 103% ของ GDP แต่ก็มีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในช่วงทที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี
ภาพรวม “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในไตรมาสที่1/24 และมุมมองตลาดในปีนี้จะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทข้อมูลที่น่าสนใจพร้อมๆ กันได้เลย

“ต่างชาติ” ขายสุทธิตราสารหนี้ไทยไตรมาส1/24 กว่า 3.4 หมื่นล้านบาท…ลุ้นไหลกลับครึ่งปีหลัง

โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า ณ สิ้นไตรมาส1/24 “ตลาดตราสารหนี้ไทย” มีมูลค่าคงค้างเท่ากับ 17.0 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากสิ้นปีที่แล้ว จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลและ ธปท. เป็นหลัก จนทำให้มีสัดส่วนเท่ากับ “ตลาดหุ้นไทย” ในปัจจุบัน คิดเป็นสัดส่วน 95% ของ GDP สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่มากขึ้นของตลาดตราสารหนี้ได้เป็นอย่างดี การเติบโตสะท้อนถึงศักยภาพของตลาดตราสารหนี้ในการเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญของประเทศได้เป็นอย่างดีทั้งของภาครัฐและเอกชน ในอนาคตหากภาครัฐมีแผนกู้เงินผ่านตลาดตราสารหนี้ไทยก็เชื่อมั่นว่าไม่มีปัญหาแต่ประการใด เพราะสภาพคล่องในตลาดก็ยังมีมากเพียงพอ อย่างไรก็ตามภาครัฐเองมีแหล่งเงินกู้ที่หลากหลายไม่เฉพาะแค่การกู้เงินจากตลาดตราสารหนี้เท่านั้น และที่ผ่านมาก็เคยผ่านการกู้เงินขนาดใหญ่มาเช่นกันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับตลาดตราสารหนี้ไทยแต่ประการใด

(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)

“ส่วนเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในไตรมาสที่1/24 เป็นการขายสุทธิ 34,305 ล้านบาท ทำให้มีการถือครองตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 9.0 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.3% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ผู้ลงทุนต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.8 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.6 ปี เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้มากมายอะไร”
การขายของนักลงทุนต่างชาติก็มีหลากหลายเหตุผล หนึ่งในนั้น คือ การที่ดัชนีตราสารหนี้เอเชียมีการเพิ่มน้ำหนักของ “อินเดีย” ขึ้นเป็น 10% ซึ่งกระทบกับสัดส่วนของประเทศอื่นๆ เฉลี่ยประมาณ 1.6% ซึ่งไม่มากอะไร กองทุนที่ลงทุนแบบ Passive ในตลาดตราสารหนี้เอเชียก็อาจจะต้องมีการปรับน้ำหนักด้วยดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับพื้นฐานของประเทศแต่ประการใดแต่เป็นผลจากการปรับน้ำหนักตามดัชนีเท่านั้นเอง
ทั้งนี้หากมองไปในช่วงที่เหลือของปี ก็มีโอกาสที่ “เงินต่างชาติ” จะไหลกลับเข้ามาได้เช่นกัน เพราะทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐเองมีโอกาสจะปรับลงในปีนี้ 3 ครั้งและปีหน้าอีก 3 ครั้ง ตามมุมมองตลาด ดอกเบี้ยที่ลดลง อาจทำให้นักลงทุนมีการโยกเงินกลับมาในเอเชียอีกครั้ง เพราะเงินก็จะวิ่งไปหาที่ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบ ตรงนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน

“หุ้นกู้ระยะยาว” แม้ไตรมาสแรกชะลอตัว…แต่มั่นใจยอดออกทั้งปีถึง 0.9 – 1.0 ล้านล้านบาท

ด้าน “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย บอกว่า ในส่วนของ “หุ้นกู้มีปัญหา” นั้นยังมีขนาดใกล้เคียงกับช่วงสิ้นปี คือ ไม่ถึง 1% ของมูลค่าคงค้างของหุ้นกู้ทั้งระบบที่มีประมาณ 4.79 ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อย 1% จากสิ้นปี23 ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบหลัง COVID-19 ที่กระทบต่อธุรกิจ ตลอดจนทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่หากบริษัทเหล่านี้มีความตั้งใจที่จะแก้ไข การขอยืดหนี้ออกไป และในช่วงที่ดอกเบี้ยในประเทศก็มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงก็น่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจเหล่านี้ให้มีโอกาสกลับมาได้และสามารถชำระคืนหนี้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนได้เรียนรู้ว่า “หุ้นกู้” ก็ผิดนัดชำระหนี้ได้ มีการเลื่อนชำระหนี้ได้เช่นกัน ดังนั้น การกระจายการลงทุนจึงเป็นทางเลือกที่น่าจะดีกว่า เป็นสิ่งที่นักลงทุนเองได้เรียนรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ส่วน “หุ้นกู้มีปัญหา” ก็คงจะมีอยู่บ้างเป็นเรื่องปกติเหมือนที่แบงก์ก็มี NPL เช่นกัน แต่ก็คงเป็นเฉพาะรายๆ ไป ไม่ได้เป็นปลกระทบเชิงระบบที่น่ากังวลแต่ประการใด

(อริยา ติรณะประกิจ)

“ส่วน ‘หุ้นกู้ระยะยาว’ ไตรมาสที่1/24 มีมูลค่าการออกชะลอตัวลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าการออก 207,126 ล้านบาท ซึ่งกว่า 93% ยังเป็นหุ้นกู้ในกลุ่ม Investment gradeซึ่งการที่ยอดออกชะลอตัวลงหลักๆ มาจากกลุ่มเรทติ้ง A ที่ชะลอการออก เพราะมีแหล่งเงินทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถทำได้ในช่วงที่ดอกเบี้ยอาจจะดูสูงไป อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มดอกเบี้ยในประเทศที่คาดว่ามีโอกาสจะลดลง ถึงระดับหนึ่งก็อาจเหมาะสมที่จะทำให้บริษัทเหล่านี้กลับมาออกหุ้นกู้อีกครั้งเพราะสามารถ Lock ต้นทุนการเงินของตัวเองไว้ได้ ภาพรวมทั้งปีนี้ยังมั่นใจว่ายอดออกหุ้นกู้ระยะยาวทั้งปีจะถึง 0.9 – 1.0 ล้านล้านบาท ตามเป้า
ในช่วงไตรมาสที่2-4 ที่เหลือนี้ มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 696,411 ล้านบาท มากสุดเดือนเม.ย.กว่า 1.1 แสนล้านบาท ก็เชื่อว่าเดือนเม.ย.นี้ จะมีการ Roll Over และออกหุ้นกู้มารองรับกันคึกคักเช่นกัน
นี่คือการเคลื่อนไหวของ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในไตรมาสที่1/24 และแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งยังมีทิศทางที่สดใส ทั้งฝั่ง “ผู้ออก” และฝั่ง “ผู้ลงทุน” เลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...