โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สหชาติ” ทั้ง 7 สิ่งมงคลอันเป็นอัศจรรย์ ที่เกิดพร้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 00.30 น.
การประสูติของพระสิทธัตถะกุมาร (ภาพจาก unvesakaustralia.org)

สหชาติ ทั้ง 7 สิ่งมงคลอันเป็นอัศจรรย์ ที่เกิดพร้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในวันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้บังเกิดเหตุอัศจรรย์อันเป็นมงคล คือ“สหชาติ” ทั้ง 7 ที่มีประสูติกาลพร้อมพระโพธิสัตว์ เรียกง่าย ๆ ว่า เกิดวัน เดือน ปี เดียวกันกับ พระพุทธเจ้า

โดยคำว่า สหชาติหมายถึง “เกิดพร้อมกัน”มาจาก สห-แปลว่า ด้วยกัน, ร่วม, พร้อม และ ชาติแปลว่า การเกิด หรือกำเนิด

สหชาติ 7 เหล่า

คัมภีร์พุทธศาสนาเล่าว่า ในวันเพ็ญเดือน 6 เมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช วันที่กุมารน้อยแห่งศากยวงศ์ประสูตินั้น ได้เกิด มนุษย์ สัตว์ และสิ่งของ เป็นสหชาติร่วมกันกับพระองค์ ถึง 7 สิ่ง สหชาติเหล่านั้น ได้แก่

1. พระนางพิมพา หรือพระนางยโสธรา พระราชบุตรีของพระเจ้าสุปปพุทธะ แห่งกรุงเทวทหะ และเป็นพระขนิษฐาของพระเทวทัต พระนางเป็นพระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อพระชนม์ได้ 16 พรรษา เป็นพระมารดาของ พระราหุล ภายหลังเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดพระประยูรญาติ พระนางเข้าไปกอดพระบาท โหยไห้รำพึงรำพันดั่งขาดสติอย่างน่าเวทนา พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพระธรรมเทศนา เป็นผลให้พระนางคลายโศกเศร้าถึงขั้นบรรลุโสดาบัน

ภายหลังพระนางพิมพาออกบวช มีนามว่า “พระภัททกัจจานาเถรี” เนื่องจากมีพระสิริโฉมงดงาม พระสรีระและผิวพรรณเปล่งปลั่งดุจทองคำ พระยโสธราเถรีบรรลุอรหันต์ และนิพพานขณะพระชนมายุ 78 พรรษา หรือ 2 ปีก่อนการเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

2. พระอานนท์ เจ้าชายในศากยวงศ์ โอรสของพระเจ้าสุกโกทนะ ซึ่งเป็นพระเจ้าอาของเจ้าชายสิทธัตถะ พระอานนท์ออกบวชในพระพุทธศาสนา และได้เป็น “พระอุปัฏฐาก” หรือผู้อุปถัมภ์ดูแลประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้า ทั้งได้รับยกย่องเป็น “เอตทัคคะ” (ผู้ยอดเยี่ยมด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ) หลายอย่าง ได้แก่ เป็นพหูสูต มีสติ มีคติ มีธิติ และการเป็นพุทธอุปัฏฐาก

พระอานนท์บรรลุอรหัตผล หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน 3 เดือน เป็นกำลังสำคัญเมื่อคราวทำปฐมสังคายนาของคณะสงฆ์ ท่านมีอายุได้ 120 ปี จึงปรินิพพานบนท้องฟ้าเหนือแม่น้ำโรหิณี พรมแดนระหว่างแคว้นของพระประยูรญาติทั้งสองฝ่าย คือศากยวงศ์และโกลิยวงศ์

3. นายฉันนะอำมาตย์คนสนิทของเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นสารถีของเจ้าชายเมื่อครั้งยังทรงอยู่ในวัง ตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชา นายฉันนะตามเสด็จไปด้วย และนำเครื่องอาภรณ์กับคำกราบทูลของเจ้าชายกลับไปแจ้งยังกรุงกบิลพัสดุ์

ภายหลังนายฉันนะบวชเป็นภิกษุ ได้ถือตนว่าเป็นคนใกล้ชิดพระพุทธเจ้ามาแต่ครั้งเป็นเจ้าชาย ภิกษุรูปอื่นว่ากล่าวตักเตือนมักไม่ฟัง เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พระฉันนะถูกเหล่าสงฆ์ลงพรหมทัณฑ์ คือพร้อมใจกันไม่พูดคุยด้วย ปล่อยให้โดดเดี่ยวจากหมู่สงฆ์ (โดนแบน) เป็นเหตุให้พระฉันนะระลึกได้ แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

4. อำมาตย์กาฬุทายี มหาดเล็กที่เกิดในตระกูลอำมาตย์แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ พระสหายสนิทของ เจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระเจ้าสุทโธทนะได้ส่งอำมาตย์กาฬุทายีไปทูลเชิญพระพุทธเจ้าที่กรุงราชคฤห์ ให้เสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์ ปรากฏว่าเมื่อท่านได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังพระธรรมเทศนาก็บรรลุพระอรหัตผลทันที จึงอุปสมบทเป็นภิกษุ

แต่พระกาฬุทายีเถระยังรำลึกเสมอว่า ต้องทูลเชิญพระพุทธเจ้าไปโปรดพระประยูรญาติและชาวเมืองที่กรุงกบิลพัสดุ์ จึงทูลเชิญพระพุทธเจ้าพร้อมเหล่าภิกษุให้เสด็จไปจนเป็นผลสำเร็จ และได้รับยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในเรื่องผู้นำตระกูลให้เลื่อมใส

5. ม้ากัณฐกะ ม้าพระที่นั่งของเจ้าชายสิทธัตถะ ตัวยาวจากคอถึงหาง 18 ศอก ทรงม้าสมส่วน กายสีขาวผ่องเหมือนเปลือกหอยสังข์ ในคืนที่เจ้าชายเสด็จหนีออกจากพระราชวังไปออกบวชนั้น (นายฉันนะเกาะหางม้าไปด้วย) ม้ากัณฐกะเดินทางจากรุงกบิลพัสดุ์ถึงแม่น้ำอโนมา เป็นระยะทาง 30 โยชน์ (480 กิโลเมตร) ใช้เวลาจากเที่ยงคืนถึงเช้า แล้วกระโดดข้ามแม่น้ำในทีเดียว

หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะรับสั่งว่า “กัณฐกะ เจ้าจงกลับไปยังเมืองกบิลพัสดุ์เถิด”ม้ากัณฐกะที่มองพระโพธิสัตว์ลับสายตาไปได้ตรอมใจจนถึงแก่ความตายทันที ก่อนไปเกิดอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในนาม “กัณฐกเทวบุตร”

6. ต้นมหาโพธิ์ เกิดพร้อมพระกุมารเช่นกัน และเป็นต้นไม้ที่พระโพธิสัตว์ซึ่งมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ทรงบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวันเพ็ญ เดือน 6 ใต้ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์นี้ ภายในป่าสาละ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ (ปัจจุบันคือ ตำบลพุทธคยา แขวงเมืองอุรุเวลาเสนานิคม ของรัฐพิหาร)

สำหรับต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรกที่เกิดพร้อมกับพระพุทธเจ้านั้น มีอายุอยู่ราว 305 ปี ได้มีการเก็บหน่ออ่อนจากมหาโพธิ์มาปลูกเป็นต้นที่ 2 ซึ่งมีอายุอยู่ 891 ปี ให้หน่ออ่อนแก่ต้นที่ 3 ซึ่งถูกนำมาปลูกต่อแล้วมีอายุยืนยาวอยู่ถึง 1,227 ปี และต้นที่ 4 คือหน่ออ่อนทายาทต้นมหาโพธิ์ที่อยู่มาปัจจุบัน ยังพบได้ที่พุทธคยา โดยปลูกเมื่อราว พ.ศ. 2434

7. ขุมทรัพย์ทั้ง 4คือขุมทรัพย์ หรือนิธิกุมภี เป็นขุมทอง 4 ขุม ได้แก่ ขุมทองสังขนิธี ขุมทองเอลนิธี ขุมทองอุบลนิธี ขุมทองปุณฑริกนิธี ในวันประสูติ ขุมทรัพย์ทั้ง 4 ได้บังเกิดขึ้นที่มุมกำแพงพระนครทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้เจ้าชายสิทธัตถะใช้ หากพระองค์ประสงค์จะเป็นพระจักรพรรดิราช แต่เจ้าชายเลือกสละขุมทรัพย์ทั้งหมด แล้วออกบวชเพื่อบรรลุในพระสัมมาสัมโพธิญาณ

สรุปว่า สหชาติ ทั้ง 7 หรือ 7 สิ่งที่เกิดพร้อมพระพุทธเจ้า ประกอบด้วย พระนางพิมพา พระอานนท์ นายฉันนะ อำมาตย์กาฬุทายี ม้ากัณฐกะ ต้นมหาโพธิ์ และขุมทรัพย์ทั้ง 4

พระพุทธเจ้า กับเลข 7

อีกข้อสังเกตในช่วงพระประสูติกาล ยังมีสิ่งที่เป็นเลข 7 อีกประการคือ การเดิน 7 ก้าวพร้อมดอกบัว 7 ดอกผุดขึ้นมารองพระบาท ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์แทนแว่นแคว้นทั้ง 7 ที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปประกาศพระธรรม และสัญลักษณ์ของโพชฌงค์ 7 ประการ คือธรรมอันเป็นองค์ประกอบของการตรัสรู้ ได้แก่ สติ, ธัมมวิจยะ, วิริยะ, ปีติ, ปัสสัทธิ, สมาธิ และอุเบกขา

เลข 7 จึงเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียจากอิทธิพลพุทธศาสนา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแพร่หลาย ก่อนเสื่อมความนิยมเพราะลัทธิฮินดูอันแข็งแกร่งในอินเดียเอง กระนั้นความศักดิ์สิทธิ์ของเลข 7 ยังแพร่ไปถึงจีนและญี่ปุ่นพร้อมการไปถึงของศาสนาพุทธ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ถือเอาเลข 7 ว่าเป็นเลขมงคลสูงสุดเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล. พุทธประวัติ : เกิดเหตุอันอัศจรรย์ เกิดสหชาติทั้ง 7 ในกาลประสูติมีอะไรบ้าง.สืบค้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2567. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สหชาติ” ทั้ง 7 สิ่งมงคลอันเป็นอัศจรรย์ ที่เกิดพร้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...