โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คอลัมน์ไฮไลต์โลก : 'การทูตไผ่ลู่ลม' เข็มทิศเวียดนามฝ่ากระแสโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มี.ค. 2567 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 02.00 น.
ภาพรอยเตอร์

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ‘การทูตไผ่ลู่ลม’ เข็มทิศเวียดนามฝ่ากระแสโลก

การประกาศยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม” ระหว่างเวียดนามกับออสเตรเลีย หลังปิดฉากการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ที่ฝ่ายออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพไปเมื่อสัปดาห์ก่อน นับเป็นความสำเร็จครั้งล่าสุดของ “การทูตไผ่ลู่ลม” (Bamboo Diplomacy) ที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามภายใต้การกุมบังเหียนของ เหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคฯ ชูเป็นเข็มทิศในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่มุ่งหันหน้าเข้าหาชาติมหาอำนาจชั้นนำเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ขั้วอุดมการณ์ใด ท่ามกลางการพยายามปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

“แสวงหามิตรมากขึ้น สร้างศัตรูน้อยลง” เป็นหลักยึด ที่เหวียน ฝู จ่อง ใช้อธิบายแนวทางในการดำเนินนโยบาย “ไผ่ลู่ลม” ที่มีรากอันแข็งแรง ลำต้นที่แข็งแกร่ง และ กิ่งก้านที่ยืดหยุ่น เพื่อมุ่งผลักดันให้เวียดนาม ซึ่งเป็นเสาหลักทางการผลิตในภูมิภาคอยู่แล้ว ให้กลายเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญทางยุทธศาสตร์ในระบบห่วงโซ่อุปทานโลกมากยิ่งขึ้น

จากแนวนโยบายนี้ทำให้เราได้เห็นเวียดนามขยับปฏิสัมพันธ์กับประเทศชั้นนำทรงอิทธิพลหลายชาติที่แนบแน่นยิ่งขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

หนึ่งในนั้นคือ จีน มหาอำนาจโลกในขั้วอุดมการณ์เดียวกันและเป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เวียดนามและจีน ได้บรรลุความเห็นพ้องที่จะสร้างชุมชนที่มี”อนาคตร่วมกัน” ในระหว่างการเยือนฮานอยของ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน ที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในเอกสารความร่วมมือถึง 36 ฉบับ ครอบคลุมหลายมิติ อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การค้า ความมั่นคงและเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ก่อนหน้านั้นเวียดนามและจีนจะมีการกระทบกระทั่งประปรายเหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ที่ตอนนี้กำลังมีประเด็นเดือดระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์อยู่ก็ตาม

เวียดนามยังได้ยกระดับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม ในระหว่างการมาเยือนฮานอยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีการประกาศความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์และแร่สำคัญที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย ทว่าการยกระดับความสัมพันธ์ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สหรัฐ ที่มุ่งหมายให้ตัวเองเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างต่อเนื่องและเพื่อควบคุมการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้

เวียดนามยังยกระดับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นในระหว่างที่ประธานาธิบดีหวอ วัน เถือง ของเวียดนาม เยือนโตเกียวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และทั้งสองชาติยังเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยบริษัทข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง แคนนอน, ค่ายรถฮอนด้า, พานาโซนิค และ บริดจ์สโตน ยังเป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในเวียดนาม

ก่อนหน้านั้นเวียดนามยังยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับเกาหลีใต้ แหล่งทุนต่างชาติใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ในระหว่างที่ประธานาธิบดีเหงียน ซวน ฟุกของเวียดนามในขณะนั้น เยือนกรุงโซลเมื่อเดือนธันวาคมปี 2022 โดยมุ่งจับมือด้านการค้า การลงทุน การป้องกันและความมั่นคง

เวียดนาม ในฐานะชาติสมาชิกอาเซียน ยังเป็นภาคีในความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป อังกฤษ ชิลี และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังเป็นภาคีสมาชิกในเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าสำคัญอย่าง ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(CPTPP) และ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งล้วนเป็นเวทีที่มุ่งส่งเสริมสถานะและบทบาทของเวียดนามให้แข็งแกร่งไปพร้อมกับการฉายแสงในเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น ท่ามกลางพลวัตน์โลกส่วนเวียดนามจะยกระดับกระชับสัมพันธ์กับชาติไหนต่อไปอีกนั้นต้องรอดู

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คอลัมน์ไฮไลต์โลก : ‘การทูตไผ่ลู่ลม’ เข็มทิศเวียดนามฝ่ากระแสโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...