โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ดุจตะวัน (กับยัยลูกเป็นขี้เหร่)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 15 มี.ค. 2567 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2567 เวลา 10.03 น. • rutcharnee
ปิ่นปักเด็กสาวผู้น่าสงสาร!ตะวันทาญาตมหาเศรษฐีผู้ไม่สนโลก!แต่กลับสนใจยัยลูกเป็ดขี้เหร่ผู้น่าสงสาร!ยัยแว่นของเฮียตะวันใครห้ามแตะ

ข้อมูลเบื้องต้น

เฮียตะวันผู้คลั้งรัก

ตอนที่ 1 ดุจตะวัน

ตอนที่ 1 ดุจตะวัน
ณมหาวิทยาลัยชื่อดัง!
"ตะวัน!วันนี้เราไปสนามแข่งรถกันไหมได้ข่าวว่ามีไอ้หน้าอ่อนมาขอท้าแข่งรถกับคนของเรา!"เสียงคุยกันของนักศึกษาชายที่นั่งอยู่ม้าหินหลังโรงเรียนเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกตนได้ออกมาจากห้องเรียนคาบเรียนพิเศษแล้ว
"แล้วไง"เสียงของผู้ชายที่แสนจะเย็นชาและไม่สนโลกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเหล่าเพื่อนๆ
ดุจตะวันทายาทเพียงคนเดียวของพ่อเลี้ยงน้อยวายุ และนายหญิงจันทร์เจ้าเอย!ผู้ที่มีนิสัยที่แสนจะเย็นชาและเหี้ยมดุ!ต่างจากคนเป็นพ่อและคนเป็นแม่!
แต่กระนั้นเพื่อนชายคนสนิทที่มีนามว่าบันลังก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของเหล่าเพื่อนชาย
"มึงไม่คิดจะสั่งสอนไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกนั้นหน่อยหรือวะ"ปั้นเพื่อนชายคนสนิทของตะวันเอ่ยขึ้น
"ไม่ล่ะกูขี้เกียจ"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง!เพื่อนสนิททั้ง 3 ได้แต่ยักไหล่และไม่สนใจกลับเรื่องที่คุยกันอีกเลย
"ว่าแต่วันเกิดของปันปันเย็นนี้แกจะไปหรือเปล่าวะตะวัน?"ปีมะเพื่อนสนิทอีกคนถามตะวันขึ้นหลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าเย็นนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มที่เป็นผู้หญิงอีกคน
"ไม่รู้ดูก่อนว่าว่างหรือเปล่า"ตะวันที่ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับใครและอะไรตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจจนคนถามถึงกับถอนหายใจกับความห่างและความเย็นชาของเพื่อน
"ถ้าแกไม่ไปปันๆคงจะเสียใจแย่¡"บัลลังก์หรือปั้นเพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคนเอ่ยขึ้น!เพราะเขารู้ว่าเพื่อนสาวคนสนิทของพวกตนที่ชื่อปันปันค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับตะวันเพื่อนสนิทของพวกเขาอยู่ไม่น้อย
"แล้วไงถึงฉันไม่ไปงานวันเกิดของปันปันก็จัดขึ้นได้!หรือพวกแกว่าไม่ใช่?"เขาพูดและหันไปถามความคิดเห็นของเพื่อนทั้งสามที่ต่างก็มองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจกับคนเป็นเพื่อน
"เหอะ!ตะวันแกนี่นะไร้หัวใจไร้ความรู้สึกสิ้นดี!แกไม่รู้หรือยังไงว่าปันปันให้ความสำคัญกับแกมากกว่าเพื่อนทุกคน"บัลลังก์เอยขึ้นพร้อมกับมองหน้าเพื่อนที่เอาแต่จ้องโทรศัพท์อย่างไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิดจนเขาเองชินชากับนิสัยของเพื่อนคนนี้!เสียแล้ว
"ก็แล้วแต่แกก็แล้วกัน!ถ้าแกมีเวลาก็แวะเข้าไปให้ปันปันมันดีใจหน่อยก็แล้วกัน"คนเป็นเพื่อนเอย
"อืม!"ตะวันขานรับในลำคออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเก็บโทรศัพท์แล้วลุกออกจากม้าหินอ่อน!ในทันที
"เฮ้ยๆๆนั่นแกจะไปไหน!?"เพื่อนทั้ง 3 เลยถามพร้อมเพรียงกันเพราะอยู่ๆไอ้เพื่อนผีดิบของตัวเองก็ลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
"กลับบ้าน"ตะวันตอบเพื่อนทั้ง 3 อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินออกไปในทันที
"เหี่ย!อะไรวะอยู่ๆอยากจะไปก็ไป!สรุปแล้วมันเป็นคนหรือผีดิบกันแน่วะไร้ความรู้สึกชิบหาย"เพื่อนทั้ง 3 บ่นอบตามหลังเพื่อนรักอย่างไม่จริงจัง
อีกมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง
ปิ่นปักสาวน้อยที่มีแว่นหนาเตอะอยู่บนใบหน้าเล็กเรียวกำลังนั่งใจจดใจจ่ออยู่กับรายงานที่ถูกเพื่อนในกลุ่มโยนมาให้ทำอย่าตั้งอกตั้งใจ!
"นี่ใหญ่ปิ่นเน่ารายงานที่ฉันให้เธอไปทำใกล้จะเสร็จหรือยัง?"ปูเป้เพื่อนร่วมห้องและยังอยู่ในกลุ่มที่ทำรายงานด้วยกันเอ่ยขึ้นเสียงห้วน!
"ใกล้แล้วจ้า"สาวน้อยหลังห้องที่มีฉายาว่าลูกเป็ดขี้เหร่เอยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
"นี่ปูเป้แกก็อย่าไปเร่งยัยปิ่นให้มากนักเห็นไหมนั่น!ว่ายัยปิ่นเองก็เร่งทำเต็มที่แล้ว!"เสียงของติ๊นาเพื่อนร่วมกลุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นเหมือนจะหวังดี
"เออๆก็ได้ฉันเห็นแก่หน้าแกนะนี่!ฉันจะไม่เร่งยัยลูกเป็ดขี้เหร่นี้ก็ได้!"ปูเป้พูดขึ้นพลางสะบัดหน้าเดินไปนั่งในที่ประจำของตัวเองอย่างไม่สนใจคนที่นั่งทำรายงานอยู่หลังห้องอีกเลย
ปิ่นปักที่สายตาจ้องมองอยู่บนตัวหนังสือแต่หูกลับได้ยินเสียงกรนด่าของเพื่อนในห้องที่ต่างก็ไม่ชอบเธอและไม่อยากคบหากับเธอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ!แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอมาจากครอบครัวที่ยากจนและเข้ามาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ด้วยทุนของมหาวิทยาลัย!เธอจึงกลายเป็นเด็กหลังห้องและเป็นที่ระบายอารมณ์ของเพื่อนผู้ลากมากดีในห้องเรียนแห่งนี้โดยปริยาย
"แกฉันได้ยินมาว่าเย็นนี้พี่ปันปันที่เรียนอยู่ปี 3 จะจัดงานวันเกิด!เขาเชิญทุกคนที่อยากจะไปให้ไปงานวันเกิดของเขาด้วยนะ"ปูเป้ที่นั่งอยู่สักพักเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นเพราะงานวันเกิดของรุ่นพี่ในครั้งนี้จะต้องมีกลุ่มรุ่นพี่สุดหล่อของมหาวิทยาลัยที่ใครๆต่างก็อยากจะเข้าใกล้ไปงานวันเกิดในครั้งนี้ด้วย¡โดยเฉพาะรุ่นพี่ปี 3 ที่ชื่อตะวัน!ที่ต่างก็มีแต่สาวๆอยากจะเข้าหาและเข้าใกล้!ตัวเธอเองก็ไม่ต่างกัน!
"ฉันก็ได้ยินมาอย่างนั้นแหละ"ติ๊นาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในใจกลับตื่นเต้น!เพราะโอกาสที่จะได้เจอหนุ่มหล่อในฝันของสาวๆทั้งมหาวิทยาลัยใกล้เข้ามาแค่เอื้อม
"แกฉันอยากจะไปฉันอยากจะไปเจอรุ่นพี่ตะวันรุ่นพี่ปันปันและรุ่นพี่ปีมะ¡"ปูเป้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย
"ก็ไปสิ"ตินาเอยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับเพื่อนสนิทเพราะเธอเองก็อยากจะไปจนใจแทบขาด
"ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เราไปงานวันเกิดของรุ่นพี่ปันปันกัน!ส่วนรายงานก็ปล่อยให้ยัยปิ่นเน่าทำคนเดียวไป!เพราะถึงยังไงใหญ่นั่นก็ไม่มีสิทธิ์ไปงานวันเกิดของรุ่นพี่อยู่แล้ว"ปูเป้เอ่ยพรางมองไปยังร่างเล็กบอบบางที่สวมแว่นหนาเตอะก้มหน้าก้มตาสนใจรายงานที่กองท้วมหัวด้วยความรู้สึกสมเพช
"นี่ปิ่น!แกเอารายงานไปทำต่อที่บ้านก็แล้วกันนะเสร็จแล้วก็โทรบอกพวกฉันด้วยพรุ่งนี้อย่าลืมเอามาส่งให้พวกฉันด้วยถ้าพวกฉัน 2 คนไม่มีงานส่งอาจารย์พรุ่งนี้แกได้โดนดีแน่"ปูเป้หันไปเอ่ยกับเพื่อนสาวที่พวกตนไม่อยากจะคบค้าสมาคมด้วยด้วยน้ำเสียงกระด้าง
"ได้จ้ะ"ปิ่นปักได้แต่ตกปากรับคำเพื่อนทั้งสองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!ด้วยความจำใจ
"ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะเดี๋ยวต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าใส่ไปงานวันเกิดรุ่นพี่เย็นนี้อีก"ปูเป้หันมาเอ่ยกับติ๊นาแล้วหันไปแสยะยิ้มให้กับปิ่นปักก่อนจะเดินสะบัดหน้าออกจากห้องเรียนไป
ปิ่นปักเงยหน้าขึ้นจากรายงานที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเมื่อยล้า!ก่อนจะมองดูนาฬิกาที่บอกเวลา 6 โมงกว่าแล้ว!
"ตายแล้วนี่จะ 6 โมงเย็นแล้วหรือป่านนี้แม่วาดคงรอแย่แล้ว"สาวน้อยบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความร้อนใจก่อนจะรีบเก็บสมุดรายงานของตนเองและเพื่อนสาวทั้งสองยัดใส่กระเป๋าแล้วรีบออกจากห้องเรียนไปอย่างรีบเร่ง
อีกด้านหนึ่งนางปานวาดที่มายืนรอบุตรสาวอยู่หน้าบ้านก็รู้สึกร้อนรนใจเมื่อเวลาปลาเข้าไปจะ 20:00 น. แล้วแต่บุตรสาวอันเป็นที่รักก็ยังไม่กลับมาจากมหาวิทยาลัย!ก่อนจะได้ยินเสียงแจ่มๆของเจิดจ้า!พี่เป็นลูกสาวติดสามีใหม่ตะโกนมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง
"นี่นาว่ามันจะ 20:00 น แล้วนะทำกับข้าวเสร็จหรือยังฉันกับพี่วัฒน์หิวข้าวจะแย่อยู่แล้วนะ!"เจิดจ้าที่รู้สึกไม่พอใจเมื่อเห็นผู้ที่เป็นแม่เลี้ยงของตนไปยืนชะเง้อรอยัยเด็กปัญญาอ่อนโดยไม่สนใจทำกับข้าวให้ตนกับพี่ชายและคนเป็นพ่อได้ทาน
"น้าทำเสร็จแล้วจ้ะ!ถ้าหนูจ้าหิวก็หาออกมาทานได้เลยจ้ะ!น้าขอยืนรอปิ่นปักอีกสักพักเดี๋ยวจะตามเข้าไป"ปานวาดหันไปเอ่ยกับลูกติดสามีใหม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน!เพราะตนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของสามีสักเท่าไรเพราะคนทั้ง 3 ชอบจะเอาความโกรธมาลงที่บุตรสาวของตน
"โอ้ย!!"
เจิดจ้าสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความไม่พอใจ
"ไม่รู้จะไปยืนรอมันทำไม!โตจนใกล้จะตายอยู่แล้วยังจะต้องไปยืนรอเหมือนรอเด็กปัญญาอ่อน!หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ขนาดนั้นใครจะอยากจะทำอะไรกับมัน!"เจิดจ้าเดินบ่นอุปกิตเข้ามาในบ้านท่ามกลางสายตาของคนเป็นพ่อและพี่ชาย
"เป็นอะไรไปอีกละยัยจ้า"จารุวัฒน์ถามน้องสาวขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา
"ก็จะอะไรอีกล่ะคะก็น้าวาดล่ะสิไม่ยอมหากับข้าวขึ้นโต๊ะให้พวกเราทาน!มัวไปยืนรอใยเด็กปัญญาอ่อนอยู่หน้าบ้านโน่นไม่รู้จะรอทำไมหน้าตายังกะกุลาก้นครัวยังจะไปห่วงมันอีก"เจิดจ้าได้ทีบ่นกับพี่ชายด้วยความหงุดหงิดอีกครั้ง
"นี่มันก็จะ 20:00 น แล้วยัยนั่นยังไม่กลับมาอีกหรือสงสัยป่านนี้คงจะหนีไปเสเพลอยู่กับผู้ชายที่ไหนแล้วแหละมั้ง"จารุวัฒน์เอ่ยกับน้องสาวอย่างไม่ใส่ใจเพราะเขาเองก็ไม่ค่อยจะชอบลูกสาวพี่ติดแม่เลี้ยงของตนเองมาสักเท่าไร!เพราะอะไรนั่นหรือเพราะยัยเด็กนั่นมีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่จนเขามองทีไรก็เกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาทุกที
ระหว่างที่ทั้ง 3 พ่อลูกกำลังเอ่ยถึงสองแม่ลูกอยู่นั้น!คนที่พวกตนรังเกียจก็กำลังเปิดประตูรั้วหน้าบ้านเข้ามาด้วยใบหน้าเมื่อยล้า
"แม่วาด"ปิ่นปักที่เปิดประตูเข้ามาเจอมารดาของตัวเองยืนส่งยิ้มให้ตนอยู่!ก็เอ่ยเรียกด้วยความดีใจ
"ทำไมวันนี้ปิ่นปักของแม่ถึงได้กลับค่ำจังล่ะจ๊ะแม่เป็นห่วงแทบแย่"นางปานวาดเอ่ยกับบุตรสาวพร้อมกับเดินเข้าไปหาแล้วมองดูบุตรสาวตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยความห่วงใย
"วันนี้รถติดมากเลยค่ะแม่!ปิ่นก็เลยกลับถึงบ้านช้า"ปิ่นปักเอยกับผู้เป็นมารดาพร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดเอวของมารดาเอาไว้ด้วยท่าทีออดอ้อน
"มาถึงแล้วแม่ก็หมดห่วงเข้าบ้านไปทานข้าวกันเถอะจ้ะ"ปานวาดเอ่ยกับบุตรสาวพรางประคองร่างบอบบางของบุตรสาวเข้าไปในบ้าน
"แม่คะปิ่นขอขึ้นไปอาบน้ำบนห้องก่อนนะคะแม่กับคุณลุงและพี่จ้าพี่วัดทานไปก่อนเลยค่ะปิ่นจะลงมาทานเองทีหลัง"เธอบอกกับคนเป็นแม่เหตุผลหลักเพราะเธอไม่อยากจะพบหน้า 3 คนพ่อลูกพวกนั้น!
นางปานวาดไม่ได้พูดอะไรได้แต่พยักหน้ารักเพราะเธอรู้ดีว่า 3 พ่อลูกนั้นไม่ชอบบุตรสาวของนางแถมบุตรสาวของนางก็ไม่ชอบ 3 คนพ่อลูกนั้นด้วยนางจึงไม่บังคับบุตรสาวให้มาร่วมโต๊ะกับคนทั้ง 3
"ก็ได้จ้ะแม่จะแบ่งกับข้าวเอาไว้ให้หิวเมื่อไหร่ลูกก็ลงมาทานก็แล้วกันนะ"ปานวาดเอ่ยกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ค่ะแม่"
ทั้ง 3 มองไปยังสองแม่ลูกที่เดินประคองกันเข้ามาในบ้านด้วยสายตาเหยียดหยันและไม่พอใจ!ก่อนที่นายเกรียงไกรจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง
"คราวหน้าคราวหลังก็กลับบ้านให้มันตรงเวลาหน่อยนะไม่ใช่ให้คนอื่นมารอเธอเพียงคนเดียวอยู่อย่างนี้!"นายเกรียงไกรเอ๋ยออกมาพร้อมกับมองไปยังนางปานวาดด้วยสายตาตำหนิ
ปานวาดมองสามีด้วยความไม่พอใจแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับนายเกรียงไกรและลูกของเขาทั้งสองคน
"ค่ะ"ปิ่นปักพยักหน้ารับช้าๆก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองโดยไม่ได้หันมามองคนทั้ง 3 อีกเลย
นายเกรียงไกรมองตามหลังลูกเลี้ยงด้วยความไม่พอใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับนางปานวาด
"เธอช่วยสอนลูกสาวของเธอให้ดีๆหน่อยนะ!ถ้าเธอมัวแต่ตามใจมันอยู่อย่างนี้ไม่นานมันก็จะอุ้มลูกมาให้เธอเลี้ยง!ยังไม่รู้ตัว"คำพูดของนายเกรียงไกรทำเอานางปานวาดโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแต่นางก็พยายามเก็บกดความโกรธเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียกเฉยกลอนจะหันหลังออกไปในทันที
"แหมรู้สึกว่านังเด็กปิ่นนี่จะแตะต้องไม่ได้เลยนะครับพ่อ"จารุวัฒน์หันมาเอ่ยกับบิดาด้วยแววตาเกรี้ยวกราด
"ทำตัวหยิ่งยโสไปเถอะสักวันหนึ่งฉันจะทำให้มันหยิ่งยโสไม่ออก!นี่ถ้ามันหน้าตาดีกว่านี้หน่อยนะป่านนี้ฉันขายมันไปให้กับไอ้พวกเสียที่บอลไปแล้วไม่ปล่อยให้มันมาเดินลอยหน้าลอยตาใช้เงินไปวันๆอยู่อย่างนี้หรอก"นายเกรียงไกรเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาเพราะไม่อยากจะให้นางปานวาดได้ยินบทสนทนาของตนเองกับบุตรชาย
"คงยากค่ะคุณพ่อยกให้ฟรีๆไม่รู้ว่าจะมีใครเอาหรือเปล่าก็ดูสาระรูปมันสิคะหน้านี่มันเยิ้มแว่นนี่หนายังกับแผ่นกระเบื้อง!แล้วดูเนื้อตัวของมันสิคะ!ไม่รู้ว่ามันเคยรู้จักกับครีมทาผิวบ้างหรือเปล่า!คิดแล้วก็รำคาญลูกตาอย่าไปพูดถึงมันเลยค่ะพูดถึงมันแล้วจ้าทานข้าวไม่อร่อย"
"แล้ววันนี้แกไม่มีงานเหรอ?"จารุวัฒน์หันมาถามน้องสาว!ที่วันนี้นั่งอยู่ที่บ้านได้เพราะปกติแล้วเจอจ้าทำงานเป็นพริตตี้ PR
"มีค่ะแต่เป็นช่วง 4 ทุ่ม!วันนี้มีงานจ้างไปงานวันเกิดของลูกสาวนักการเมือง!เวลาทำงานยังมาไม่ถึงจ้าเลยไม่รีบ"เจิดจ้าบอกกับพี่ชายออกไปอย่างนั้นเพราะไม่กล้าบอกออกไปตรงๆว่าตนรับงานไปเป็นเพื่อนดื่มเพื่อนกินเพื่อนนอนของพวกเสี่ยเสี่ยกระเป๋าหนัก!พวกนั้น!

ตอนที่ 2 งานวันเกิด

ตอนที่ 2 งานวันเกิด
"สรุปแล้วแกจะไม่มางานวันเกิดของปันปันจริงๆหรือว่าตะวัน?"
"ไม่รู้ตอบไม่ได้"ตะวันตอบเพื่อนทั้ง 3 ที่อยู่ในกลุ่มไลน์ในทันที!ก่อนจะมีขอความของเพื่อนสาวทั้งสองเด้งขึ้นมาในกลุ่มแชท
"ตะวันวันนี้วันเกิดปันปันตะวันจะมาหรือเปล่าคุณพ่อบอกว่ามีธุระจะคุยกับตะวันด้วยคุณพ่อก็เลยให้ปันปันชวนตะวันไปทานข้าวกับท่านด้วยตะวันมาได้หรือเปล่าแต่ปันปันอยากให้ตะวันมานะ"ปันปันเพื่อนสาวในกลุ่มเอ่ยชวน
ตะวันอ่านแล้วไม่ได้พิมตอบอะไร!ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับบอดี้การ์ดทั้ง 2 เสียงเรียบ
"ภูผา! อเล็กซ์! วันนี้ฉันจะไปงานวันเกิดของปันปันสักหน่อยดูซิว่านายกอเกียรติจะมีอะไรมาพูดกับฉันอีก"เขาหันไปเอ่ยกับบอดี้การ์ดทั้งสองถึงนักการเมืองที่ชื่อก่อเกียรติซึ่งเป็นบิดาของเพื่อนสาวในห้องเรียนเดียวกันกับเขา!ที่เขาไม่ได้สนิทแต่เป็น ปาหนัน!บัลลังก์และปีมะที่สนิทกับเพื่อนสาวทั้งสอง!แต่ไม่ใช่เขา
"ครับนายน้อย"คนทั้งสองเอ่ยรับคำของผู้เป็นนายในทันทีก่อนจะออกไปเตรียมรถ!
ด้านของเจ้าของวันเกิดที่หลังจากส่งข้อความ LINE เข้าไปในกลุ่มของเพื่อนชายคนสนิทแล้วก็ไม่เห็นมีข้อความตอบกลับมาเธอจึงได้แต่ยืนมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่เพื่อนชายที่เธอหวังว่าจะให้มางานวันเกิดของเธอด้วยในคืนนี้!ได้แต่เงียบหายไปไม่ตอบข้อความกลับมา
"สรุปแล้วตะวันจะมาหรือเปล่าวันๆ"อกฉันคิดเป็นเพื่อนร่วมแก๊งเดียวกันเลยขึ้นด้วยความอยากรู้
ปันปันไม่ตอบคำถามของเพื่อนได้แต่ยืนยันโทรศัพท์เอาไว้แน่นด้วยความน้อยใจ!ก่อนจะมีเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยทักขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"อย่าคิดมากเลยนะปันปันเธอก็รู้จักนิสัยของตะวันมันดีเอาแน่เอานอนกับมันได้เสียที่ไหนไม่แน่นะมันอาจจะมาช่วงท้ายของงานก็ได้"ปีมะเอ่ยปลอบใจเพื่อนสาวด้วยความเห็นใจ!แต่ก็ไม่คิดที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง
ปันปันหันหน้าสบตาเพื่อนชายทั้งสองก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วเอยชวนคนทั้งสองเข้าไปในงานเพื่อหาอะไรดื่ม!รอเวลาตัดเค้กวันเกิด!ปีมะกับบัลลังก์เดินไปหาที่นั่งดื่มและคุยกันไปพลางๆ พลางมองไปรอบๆด้วยความสนอกสนใจที่งานวันเกิดของเพื่อนสาวมีนักธุรกิจและนักการเมืองที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอีกมางานวันเกิดในคืนนี้อย่างหนาตา
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ะว่างานวันเกิดของปันปันจะมีนักธุรกิจและนักการเมืองมากันมากหน้าร้ายตาอุ่นหนาฝาคลั่งขนาดนี้!แล้วนี่ไอ้ปาหนันไปแล้วเหรอแล้วมันจะกลับมาวันไหน"บัลลังก์เอยถามเพื่อนพร้อมกับมองไปยังบิดาของเพื่อนสาวที่เป็นนักการเมืองชื่อดังไปด้วย
"นั่นน่ะสินี่แค่งานวันเกิดธรรมดาๆนะเนี่ยยังเชิญมามากมายขนาดนี้!ส่วนไอ้ปานมันไม่ได้บอกจะกลับวันไหน"ปีมะเองก็เห็นด้วยเหมือนกันกับเพื่อน!พลางตอบคำถามของเพื่อนไปด้วยเกี่ยวกับเพื่อนรักอีกคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ
อืม!
"แล้วแกว่าไอ้ตะวันมันจะมาหรือเปล่าวะ?"บัลลังหันไปถามเพื่อนรักเสียงเรียบ
"ไม่รู้ฉันเดาใจมันไม่ออก!คนอย่างไอ้ตะวันเห็นใครอยู่ในสายตาและมีความสำคัญกับมันเสียที่ไหนกัน!ที่ฉันเห็นเห็นอยู่ก็มีแต่ครอบครัวของมันเท่านั้นที่มันใส่ใจ!ส่วนนายกับฉันอาจจะได้สิทธิพิเศษมาบ้างแต่ก็เทียบกันกับคุณย่าและนายหญิงแม่ไม่ได้หรอก"ปีมะพูดพลางกระตุกยิ้มที่มุมปากไปด้วยเมื่อพูดถึงคุณย่าและนายหญิงแม่ของเพื่อนรัก
"เออ!.จะว่าไปก็คิดถึงนายหญิงแม่เหมือนกันนะไม่ได้ไปหาท่านนานแล้ว!ออกจากงานวันเกิดของปันปันเราไปขอนอนค้างที่คฤหาสน์กับนายหญิงแม่ดีกว่าไหม"บัลลังก์หันไปขอความคิดเห็นจากเพื่อนและก็ได้คำตอบจากเพื่อนมาอย่างไม่ต้องทำซ้ำ
"ไปๆ"ปีมะตอบพลางนั่งจิบไวน์ไปอย่างเงียบๆจนเวลาล่วงเลยจนงานวันเกิดใกล้จะเลิกแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนรักโผล่มาให้เห็นเลยแม้แต่เงา
ทางด้านนายก่อเกียรติที่รอเพื่อนชายของบุตรสาวมาครึ่งค่อนคืนแต่ก็ไม่เห็นโผล่หน้ามาจึงให้คนมาเรียกบุตรสาวเพื่อไปสอบถามหาเพื่อนชายของบุตรสาวด้วยความไม่พอใจ!
"มีอะไรหรือคะคุณพ่อ?"ปันปันที่เดินตามลูกน้องของบิดามาที่โต๊ะรับแขกที่มีบิดาและนักธุรกิจและนักการเมืองที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีส่งยิ้มให้เธออย่างผู้ใหญ่ใจดี!
"พ่อไม่เห็นตะวันมางานวันเกิดของลูกเลยในวันนี้ลูกได้บอกกับตะวันหรือเปล่า"นายก่อเกียรติถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แสงเอาไว้ด้วยความขุ่นข้องใจ
"ปันปันบอกไปแล้วนะคะแต่ก็ไม่เห็นตะวันจะพูดอะไรกลับมาแม้แต่คำเดียว!ปันปันเองก็ไม่รู้ค่ะว่าตะวันจะมาหรือเปล่านี่งานก็ใกล้จะเลิกแล้วแต่ปันปันก็ยังไม่เห็นตะวันมาเลย"เธอตอบบิดาออกไปด้วยน้ำเสียงหม่นเศร้าเพราะคนที่เธออยากจะให้มางานวันเกิดของเธอมากที่สุดกลับไม่เห็นแม้แต่เงา
นายกอบเกียรติเมื่อได้ฟังคำพูดของบุตรสาวก็ถึงกับโกรธจนเลือดขึ้นหน้าที่ไอ้เพื่อนชายของบุตรสาวไม่ไว้หน้าเขาเลยเขาอุตส่าห์ให้บุตรสาวใช้ชื่อเขาเอยชวนมันมาแท้ๆ เขาอุตส่าห์จะแนะนำทายาทของมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศให้กับเพื่อนนักธุรกิจและนักการเมืองของเขาได้รู้ว่านี่คือว่าที่ลูกเขยของเขาในอนาคตแต่มันกลับไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่นิดเดียวมันน่าโมโหนัก!กอเกียรติคิดด้วยความเดือดดาลใจ
ทางด้านคนที่ถูกพูดถึงก็กำลังเดินผ่านประตูเข้ามาในงานด้วยท่าทีเฉยชาและไม่ได้สนใจใครเลยแม้แต่คนเดียวจุดมุ่งหมายก็คือไอ้เพื่อนทั้งสองคนที่นั่งอยู่อีกมุมของห้องจัดเลี้ยง
ปีมะและบัลลังก์ที่เห็นเพื่อนรักกำลังเดินเข้ามาก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เพื่อนรักเปลี่ยนใจมางานวันเกิดเพื่อนสาวในวันนี้
"ไหนมึงบอกว่าจะไม่มาไงวะ"ปีกมะถามขึ้นก่อนก่อนที่เพื่อนรักจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างตัว
"กูไปธุระมากูก็เลยแวะมาหาพวกมึง"ตะวันเอ่ยเสียงเรียกอย่างไม่ใส่ใจ!ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้บอดี้การ์ดทั้งสองนั่งลงข้างๆตนเองเพื่อเป็นไม้กันหมาไม่ให้ผู้หญิงหรือใครได้มานั่งใกล้ตัว
"อ้อ"เพื่อนทั้งสองได้ฟังคำตอบของเพื่อนรักก็ได้แต่ร้องขอออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
ด้านเจ้าของวันเกิดที่เห็นคนที่เข้ามาใหม่นั่งอยู่ที่โต๊ะของเพื่อนสนิทดีใจจนแทบจะกรีดร้องออกมา!ผละบิดาออกมาทันที
"พ่อคะตะวันมาแล้วปันปันไปหาตะวันก่อนนะคะ"เธอเอ่ยจบก็รีบเดินไวๆตรงไปยังโต๊ะของเพื่อนชายในทันที
"ตะวัน!ตะวันจริงๆด้วยปันปันนึกว่าตะวันจะไม่มาวันเกิดของปันปันเสียแล้ว"ปันปันที่เดินเร็วๆมาหาเพื่อนรักก็ถึงกับชักสีหน้าทันทีที่เห็นชายหนุ่มแปลกหน้า 2 คนนั่งประกบซ้ายขวาของเพื่อนรัก!
"ไปธุระมาทางผ่านก็เลยแวะ!แต่ไม่ได้เตรียมของขวัญวันเกิดมาให้นะติดเอาไว้วันหลังก็แล้วกัน"ตะวันตอบอย่างขอไปอีกอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันมาใส่ใจแก้วไวน์ในมือของตัวเองต่อสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของวันเกิดสาวอยู่ไม่น้อย!แต่เธอก็ต้องเก็บมันเอาไว้ในใจเพราะคำว่าเพื่อน
"ตะวันคุณพ่ออยากเจอแหนะไปหาคุณพ่อกับปันปันหน่อยจะได้ไหม?"เธอถามออกไปทั้งๆที่กลัวคำปฏิเสธของเพื่อนรักอยู่ไม่น้อยแต่เธอก็อยากจะพาเขาไปพบกับบิดาของเธอและอยากจะประกาศให้ทุกคนได้รู้เป็นนัยๆว่าเขากลับเธอกำลังคบหากันอยู่ไม่ใช่แค่ในฐานะเพื่อน
ไม่ทันที่ตะวันจะได้ตอบอะไรก็มีคนของนายก่อเกียรติเดินมาเฉยๆชายหนุ่มเข้าไปพบที่โต๊ะทันทีอย่างไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ
"คุณตะวันครับคุณตั้นให้ผมมาเชิญไปหาที่โต๊ะครับ"
ตะวันมองหน้าของคนที่เข้ามาเชิญเขาไปที่โต๊ะด้วยสายตาเรียบนิ่งใบหน้าเรียบเฉย!ก่อนจะค่อยๆลุกออกจากเก้าอี้อย่างเฉื่อยชาแล้วเดินนำชายคนดังกล่าวไปที่โต๊ะของนายก่อเกียรติทันที
นายก่อเกียรติที่เห็นคนที่เขารอมาทั้งคืนมาถึงก็รีบลุกขึ้นเอ่ยทักทายชายหนุ่มทันทีด้วยความกระตือรือล้น
"มาแล้วหรือหลานชายมาๆมานั่งตรงนี้มา"นายก่อเกียรติรีบให้คนขยับเก้าอี้และเชิญชายหนุ่มนั่งลงข้างๆตัวเองในทันทีแล้วยังมีเก้าอี้อีกตัวมาวางถัดจากชายหนุ่มไป!เพื่อให้บุตรสาวของตัวเองได้นั่งเคียงข้างกันกับชายหนุ่มที่เขาหมายตาอยากจะได้มาเป็นลูกเขยในทันใด!
ตะวันนั่งลงอย่างช้าๆอย่างไม่ใส่ใจพลางมองไปรอบๆด้วยใบหน้านิ่งเรียบ!สร้างความไม่พอใจให้กับคนร่วมโต๊ะอยู่ไม่น้อย
"ทุกคนครับนี่คือตะวันเหมราชทายาทของเหมราชกรุ๊ปเป็นเพื่อนสนิทของบุตรบุตรสาวของผมเองครับ"นายก่อเกียรติรีบแนะนำชายหนุ่มให้กับเพื่อนร่วมโต๊ะได้รู้จากในทันทีด้วยความกระตือรือร้น
ทุกคนต่างก็มองมายังทายาทอภิมหาเศรษฐีของเอเชียด้วยความตื่นเต้นแต่หมั่นไส้!เพราะน้อยครั้งที่ทายาทของเหมราชไม่ว่าจะเป็นรุ่นพ่อหรือรุ่นลูกก็ยากที่จะมีใครได้พบเจอ!และมันก็เป็นเรื่องดีมากที่พวกตนได้มาเจอทายาทเพียงคนเดียวของเหมราชกรุ๊ปในวันนี้
"โอ้!!ยินดีที่ได้รู้จักทาญาติเหมราชกรุ๊ป!นะครับ!"ทุกคนต่างเลยทักทายชายหนุ่มในทันทีที่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน
"เช่นกันครับ"แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังเพราะคนที่พวกตนอยากจะรู้จักและตีสนิทกับตอบออกมาเพียง 3 คำสร้างความไม่พอใจต่อบุคคลร่วมโต๊ะอยู่ไม่น้อย
"ขอโทษด้วยนะคะคือว่าตะวันเป็นคนพูดไม่เก่งนะคะ"ปันปันที่เห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของแขกของบิดาก็รีบเลยแก้ตัวแทนเพื่อนชายคนสนิทในทันที
"ไม่เป็นไรจ้ะหนูปันปันอาเข้าใจ!เด็กวัยรุ่นก็เป็นอย่างนี้แหละเอาแต่ใจและใจร้อนอาไม่ถือสาหรอก"ชายวัยกลางคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวง!กระทรวงหนึ่ง! เอ่ยขึ้น!เหมือนจะตำหนิไปในที
และผลสรุปก็คือตะวันไม่ได้สนใจที่จะทำความรู้จากใครสักคนในโต๊ะนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว!เพราะเขาลุกขึ้นแล้วเอ่ยลา!แล้วหันหลังกลับไปยังโต๊ะของเพื่อนรักและบอดี้การ์ดในทันทีตอนที่จะเอ่ยลาเพื่อนรักทั้งสองแล้วออกไปจากงานท่ามกลางความไม่พอใจของปันปัน
"ตะวัน!ตะวันพึ่งมาเองนะจะกลับแล้วหรอไม่อยู่คุยกับปันปันอีกสักหน่อยหรอปันปันรอตะวันมาทั้งคืนเลยนะ"ปันปันเดินตามแล้วถามเพื่อนรักด้วยความน้อยใจ
"ไม่ล่ะตะวันง่วงนอนตะวันจะกลับไปนอน"คนถูกถามเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินเข้าลิฟต์ไปในทันทีปล่อยให้หญิงสาวที่เป็นเจ้าของวันเกิดยืนกัดฟัน!.สองมือกำแน่น!มองตามเพื่อนรักที่อยากจะรักมากกว่าเพื่อนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
"ปันปันไม่เชื่อหรอกนะตะวันว่าความดีความรักของปันปันจะเอาชนะใจตะวันไม่ได้"เธอพึมพำตามหลังของเพื่อนชายอันเป็นที่รักด้วยแววตาหม่นเศร้า

ตอนที่ 3 ยัยลูกเป็ดขี้เหร่ที่น่ารังเกียจ

ตอนที่ 3 ยัยลูกเป็ดขี้เหร่ที่น่ารังเกียจ
ปิ่นปักบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า!มองดูรายงานที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความดีใจ
เห้อ!!
"3:00 น แล้วเสร็จเสียที!"เธอพึมพำพร้อมกับมองไปยังรายงานที่พึ่งจะทำเสร็จก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าแล้วเตรียมตัวเข้านอนเพื่อตื่นไปเรียนต่อในวันพรุ่งนี้!เพราะเธอจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกจากบ้านเพื่อที่จะไม่ต้องพบเจอกับ 3 พ่อลูกที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับเธอ!ทั้งๆที่บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของบิดาของเธอ! 3 คนพ่อลูกนั้นต่างหากที่เป็นผู้อาศัย!แต่เธอกลับต้องเป็นคนคอยหลบหลีกคนทั้ง 3 นั้นอยู่ตลอดเวลา
"จะไปเรียนแล้วหรือลูก"นางปานวาดถามบุตรสาวทันทีที่เห็นบุตรสาวสะพายกระเป๋าเดินลงมาจากห้องเพื่อไปมหาวิทยาลัยในเวลา 5:00 น ด้วยความรู้สึกสงสารบุตรสาว!และก็แอบโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นคนทำให้ลูกสาวต้องลำบาก
"ค่ะแม่!ปิ่นจะไปมหาวิทยาลัยแล้ว"เธอเอ่ยกับมารดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะจะขยับแว่นให้เข้าที่¡
"ทานข้าวก่อนไหมลูก!แม่ทำกับข้าวเสร็จพอดี"ปานวาดถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง
"ก็ได้ค่ะ"เธอรับคำแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่มีจานข้าววางรอเธออยู่ก่อนแล้ว!แล้วลงมือทานข้าวไปอยากรวดเร็ว
"ปิ่นไปเรียนแล้วนะคะ"เธอวางช้อนและบอกกับมารดาทันทีที่ทานอิ่ม
"เดินทางปลอดภัยนะลูก!แล้วก็อย่ากลับค่ำให้มากแม่เป็นห่วง"นางบอกกับบุตรสาวพร้อมกับลูบผมนุ่มสลวยของบุตรสาวอย่างแผ่วเบาด้วยความรักใคร่!และสงสารบุตรสาวสุดหัวใจ!นางมองดูบุตรสาวเดินออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกเป็นกังวล!.ดีหน่อยสามีที่ตายไปแล้วมีเงินบำเหน็จทิ้งไว้ให้ลูกสาวได้เรียนหนังสืออยู่หนึ่งก่อน!เธอจึงทำเรื่องโอนเงินเข้าบัญชีของบุตรสาวในทุกๆเดือน!โดยที่นายก่อเกียรติและลูกๆของเขาไม่เคยรู้ว่านางมีเงินก้อนนี้อยู่ในธนาคาร!เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์จ่ายเป็นชื่อของปิ่นปักโดยไม่มีใครได้รับรู้ถึงเงินก้อนนี้ว่ามีอยู่!
ปิ่นปักมาถึงมหาวิทยาลัยในเวลาเจ็ดโมงครึ่งท่ามกลางนักศึกษาที่เดินเข้ามาหาลัยหนาตา!และทันทีที่เธอเข้ามานั่งในที่ประจำของตัวเองก็มีเสียงทักที่คุ้นหูทักขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"ยัยปิ่น!ฉันคิดถึงแกจังไม่เจอตั้งอาทิตย์หนึ่ง"แก้วกล้าวเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปิ่นปักเอยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจที่เห็นเพื่อนสาวหอบแฟ้มรายงานเข้ามาในห้องเต็มอ้อมแขน
"ยัยเกล้า!แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"ปิ่นปักเองก็ดีใจไม่ต่างกันที่เห็นเพื่อนรักกลับมาเรียนเสียที!
"ฉันกลับมาเมื่อวานตอนเย็น!ฉันเป็นห่วงแกมากเลยรู้ไหม!เพราะเป็นห่วงแกฉันก็เลยต้องมาเรียนในวันนี้"แก้วเกล้าบอกกับเพื่อนรักพลางมองดูเพื่อนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง
"ฉันไม่อยู่นางมาร 2 ตัวนั่นแกล้งแกบ้างหรือเปล่า"แก้วเกล้าถามถึงปูเป้และติมาที่ชอบกลั่นแกล้งเพื่อนรักผู้น่าสงสารของเธอ!
"ก็มีบ้างแหละเพราะสองคนนั้นเขาไม่ชอบฉันเป็นคนเดิมอยู่แล้วนี่"ปิ่นปักเอยอย่างปลงตก!อย่างไม่ใส่ใจ
"ฉันว่าแล้วเชียวถ้าฉันไม่อยู่ปีนังปีศาจทั้ง 2 ตัวนั่นจะต้องแกล้งเธออย่างแน่นอนไม่เป็นไรในเมื่อฉันกลับมาแล้วฉันจะไม่ให้พวกมันได้แกล้งเธอได้เป็นอันขาด"แก้วเกล้าที่รักและสงสารเพื่อนรักเอยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ว่าแต่วันนี้รุ่นพี่!.เรียกให้ปี 2 คณะเราไปรวมกันที่หอประชุมใช่ไหม"แก้วเกล้าที่พึ่งจะรู้เรื่องเลยถามเพื่อนรักออกไปด้วยความอยากรู้
"ใช่!เห็นบอกว่ารุ่นพี่จะจัดกิจกรรมแข่งกีฬากระชับมิตรระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องอะไรนี่แหละ"เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจเพราะเธอไม่คิดที่จะลงแข่งกีฬาอะไรทั้งนั้นเพราะคนอย่างเธอคงจะเล่นกีฬาอะไรเหมือนคนอื่นๆไม่ได้
"ก็นึกว่าเรื่องอะไรที่แท้ก็งานกีฬากระชับมิตรของรุ่นพี่กับรุ่นน้องนี่เอง"แก้วเกล้าพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินไปนั่งบนที่ประจำของตัวเองที่อยู่ข้างๆกันกับเพื่อนรัก
"เอาของแก!"พอแก้วเหล้านั่งลงก็มีแฟ้มรายงานยื่นมาตรงหน้า!
"อะไรหรอ?"
"รายงานกลุ่มที่อาจารย์ให้ทำเมื่อวานนี้ฉันทำเผื่อแกด้วยนะฉันรู้ว่าแกคงจะทำไม่ทันหรอก"ปิ่นปักบอกกับเพื่อนรักพลางส่งยิ้มให้
"โอ๊ย!!.ยัยปิ่นปัก!ยัยหงส์น้อยของฉัน!!"แก้วเกล้าหันไปคว้าเอาร่างเล็กของเพื่อนมาก่อนเอาไว้!แล้วเอยสัพยอกเพื่อนรักด้วยความเอ็นดู!ก่อนจะมีเสียงของผู้หญิงชื่อแก้วเกล้าแสนจะเกลียดชังดังมาจากด้านหน้าประตู
"โอ้ย!!!ช่างกล้าเอายัยลูกเป็ดขี้เหร่นี่ไปเปรียบเทียบกับหงส์!ฉันละสงสารหงส์จังเลยช่างไม่ดูสาระรูปเพื่อนของตัวเองเสียเลยนะยะยัยเกล้าชั่ง!"ปูเป้เอ่ยขึ้นทันทีที่เดินเข้ามาได้ยินคำสนทนาของสองเพื่อนรักที่เธอแสนจะเกลียดชัง
"เหอะ!!"
แก้วเกล้ากอดอกมองหน้าคนที่เข้ามาใหม่ด้วยท่าทีเหนื่อยใจพลางเอ่ยถามคนตรงหน้า
"วันไหนที่แกไม่ได้จิกกัดยัยปิ่นแกจะตายไหม?ตินา"แก้วเกล้า หันไปถามเสียงตึง
ปูเป้ไม่ได้ใส่ใจคำถามแบบจิกกัดของแก้ว กล้าวแต่เธอกลับหันไปหาคนที่เธอไม่ถูกชะตาแทน
"แล้วรายงานที่ฉันให้แกทำเมื่อวานเสร็จแล้วหรือยัง?"
"เสร็จแล้ว!"ปิ่นปักรีบตอบและรีบดึงแฟ้มรายงานของตินาและปกฉัตรออกมาแล้วยื่นให้กับคนทั้งสองทันทีม
ปูเป้รับแฟ้มงานมาเปิดดูด้วยความพึงพอใจก่อนจะสะบัดหน้าออกไปโดยไม่ได้กล่าวคำขอบคุณคนที่ทำรายงานให้ตนเองเลยแม้แต่คำเดียว!ตินาเองก็รับแฟ้มรายงานมาเปิดดูเช่นเดียวกันก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับปิ่นปักแล้วแทร่งเอยขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ตินา!ขอบคุณปิ่นมากเลยนะที่ทำรายงานให้ตินา!ถ้าไม่ได้ปิ่น!ตินากับปูเป้จะต้องแย่แน่ๆ"ตินาพูดกับเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอ่อนหวาน!ก่อนจะขอตัวเดินตามเพื่อนรักออกไปจากห้องทิ้งให้เพื่อนรักทั้งสองมองตามหลังของตินากับปูเป้เดินออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิดโดยเฉพาะแก้วเกล้าที่หงุดหงิดจนแทบจะปาเก้าอี้ตามหลังของคนทั้งสองออกไป
"อิพวกเห็นแก่ตัว!พวกไม่มีสมอง"แก้วเกล้าสบถตามหลังของคนทั้งสองด้วยความโกรธ!
"ไม่เป็นไรหรอกเกล้าเรื่องแค่นี้เองเราทำได้"ปิ่นปักหันไปปลอบใจเพื่อนรัก!เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักไปมีปัญหากับคนพวกนั้น
"แกก็เป็นซะอย่างนี้ยัยปิ่นปักพวกนั้นมันถึงได้มองไม่เห็นหัวแกข่มเหงแก่!ทำกับแกเหมือนแกไม่ใช่คน!"แก้วกล้าสบถออกมาด้วยความโมโหยิ่งนึกถึงการกระทำที่คนเรานั้นทำกับเพื่อนรักตัวน้อยของตนเองแก้วเกล้าก็ยิ่งโกรธ
"ฉันไม่สนหรอกแต่ถ้าฉันรู้ว่าพวกมันรังแกแกเมื่อไหร่ฉันเอาพวกมันตายแน่"แก้วเกล้ากล่าวอาฆาตตามหลังของคนทั้งสองเอาไว้ก่อนจะหันมาชวนเพื่อนรักไปยังหอประชุม!
ทางด้านตะวันและเพื่อนสนิททั้งสองก็กำลังไปยังหอประชุมเช่นกัน
"ตะวันรอปันปันด้วย"ปันปันที่จับตามองตะวันอยู่ไม่วางตาก็เอ่ยขึ้นทันทีที่เพื่อนชายทั้ง 3 กำลังจะไปยังหอประชุม
"ไปสิ"แต่เป็นมันรังที่เป็นคนตอบเพื่อนสาวแทนเพื่อนรัก
ปันปันยิ้มหวานก่อนจะรีบเกล้าขึ้นมาเดินเคียงคู่กันกับตะวัน!ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มท่ามกลางสายตาของนักศึกษาสาวๆที่มองมาด้วยความอิจฉา! พร้อมกับเสียงซุบซิบลอยมาเข้าหูของปันปัน!ไม่ขาดสาย
"แก!รุ่นพี่ตะวันกับรุ่นพี่ปันปันเขาคบกันอยู่ใช่ไหม"
"นั่นสิน่าอิจฉาจังเลยนะรุ่นพี่ตะวันทั้งหล่อทั้งรวยเป็นผู้ชายในฝันของฉันเลยแหละ"
"ฉันว่าไม่ใช่หรอกแกเห็นบอกว่าเป็นเพื่อนในแก๊งเดียวกันแค่นั้นนะ"
"แต่ฉันว่าสองคนนี่คบกันนะเธอดูสิเหมาะสมกันมากเลย"
"อิจฉาจังเลยแกฉันอยากจะเป็นพี่ปันปันบ้างจังเลย"
คำซุบซิบของนักศึกษารุ่นน้องลอยมาเข้าหูกลุ่มของตะวัน!แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเอาแต่เดินไวๆไปยังหอประชุม!ต่างจากปันปันที่ยิ้มจนแก้มแทบแตกที่ได้ยินคำสรรเสริญเยินยอ!ของเธอกับตะวัน
ทางด้านปิ่นปักและแก้วเกล้าที่ต่างก็เร่งรีบเพราะกลัวจะไปสายกลัวว่าจะถูกรุ่นพี่ทำโทษทั้งสองจึงรีบวิ่งไปยังหอประชุมยังไม่คิดชีวิต!โดยไม่เห็นกลุ่มของรุ่นพี่ที่เดินพ้นมุมตึกออกมา!ทำให้ปิ่นปักที่วิ่งนำหน้าแก้วเกล้าพุ่งชนคนที่เดินพ้นมุมตึกอย่างแรงจนเซถลาถอยหลังไปหลายก้าวเกือบจะล้มก้นจ้ำเบ้าท่าเพื่อนรักที่วิ่งตามหลังมาคว้าร่างเล็กๆเอาไว้ไม่ทัน
ปั๊ก!!!
โอ้ย!!
เฮ้ย!!!
"อะไรวะ!"ตะวันที่โดนชนเข้าอย่างจังจนเซถอยหลังไปหลายก้าวบถทออกมาด้วยความโมโห!
บัลลังก์และปีมะเองก็ตกใจเช่นกันแต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา!ปันปันก็ตวาดขึ้นเสียก่อน
"เดินไม่มีตาหรือยังไง!ชนเข้ามาได้"ปันปันตวาทเสียงเข้มอย่างไม่พอใจยิ่งเห็นใบหน้า!ที่มีแว่นหนาเตอะอยู่บนใบหน้าที่มันเยิ้มของคนตรงหน้าเธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด!
คนถูกตวาดตกใจจนหดตัวถอยหลังไปหาเพื่อนรัก!ด้วยใบหน้าซีดเซียว
"ปิ่นขอโทษรุ่นพี่ด้วยนะคะปิ่นไม่ได้ตั้งใจที่จะเดินชนรุ่นพี่นะคะปิ่นขอโทษรุ่นพี่จริงๆ"เธอพูดพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษรุ่นพี่ทั้ง 5 คนด้วยความรู้สึกผิด!ท่ามกลางความไม่พอใจของแก้วเกล้าพี่ถูกรุ่นพี่สาวตวาดออกมา
"ขอโทษแล้วมันหายเจ็บไหมเห็นไหมนี่!เพื่อนฉันโดนเธอชนแรงขนาดนั้น!"ปันปันยังคงเอาเรื่องคนที่วิ่งมาชนผู้ชายของเธอด้วยความโกรธ
แก้วเกล้าทนไม่ไหวจะก้าวขาขึ้นมาเอาเรื่องสาวเจ้า!แต่ทูบินปากล้างแขนเอาไว้เสียก่อนก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษคนทั้ง 5 อีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด
"ปิ่นกับเพื่อนต้องขอโทษรุ่นพี่ด้วยนะคะปิ่นไม่ได้ตั้งใจจริงๆรุ่นพี่เจ็บตรงไหนจะให้ปิ่นชดใช้ยังไงบ้างปิ่นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ"เธอเอ่ยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมเข้มของคนที่เธอวิ่งชน!โดยบังเอิญ!.ที่ก็มองมาที่เธอเช่นกัน!ด้วยความหวาดกลัว!
ตะวันเองก็ตกอยู่ในห้วงระวังชั่วครู่เมื่อเผลอไปสบตากับยัยลูกเป็ดขี้เหร่!ผ่านแว่นตาที่น้าเตอะของเจ้าหล่อน!.แววตาตื่นกลัวเหมือนลูกกวางตัวน้อยๆที่มองมาที่เขา!มันกลับสร้างความรู้สึกแปลกๆให้กับเขาอยู่ไม่น้อย!กับแววตาคู่นั้น!
"มันจะง่ายไปไหมแค่ขอโทษไม่กี่คำเพื่อนของฉันก็จะหายเจ็บอย่างนั้นหรือ?"ปันปันยังคงไม่ยอมยกโทษให้กับนักศึกษารุ่นน้องที่บังอาจมาทำให้ผู้ชายของเธอต้องเจ็บ
แก้วกล้าวทนไม่ไหวกับความไม่มีเหตุผลของรุ่นพี่สาวคนนี้จนต้องออกมาปกป้องเพื่อนรักของตัวเองด้วยความโมโห!
"ปิ่นก็ขอโทษแล้วไงแล้วรุ่นพี่จะเอาอะไรกับพวกเราอีกขอโทษเราก็ขอโทษแล้วแล้วยังจะต้องการอะไรกับเราสองคน"แก้วกล้าถามคนทั้ง 5 ที่ยืนมองมาที่เธอทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงเข้มดุ
ปีมะที่มองคนทั้งสองอยู่แล้วถึงกับแสยะยิ้มที่มุมปากด้วยความพึงพอใจ!ที่รุ่นน้องแสนสวย!ก้าวขึ้นมาปกป้องเพื่อนของตัวเองทั้งๆที่ทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว¡แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคกับคำว่าเพื่อนของคนทั้งสองเลยสักนิด
นั่นน่ะสิปันปันเองก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าต้องการอะไรกับยัยเด็กทั้งสองคนนี้!เธอรู้เพียงว่าเธอต้องการที่จะแสดงความห่วงใยของเธอให้กับตะวันได้เห็นก็แค่นั้น!โดยการที่เธอเอาเรื่องยัยเด็กลูกเป็ดขี้เหร่ที่น่ารังเกียจนั่นแทนเขา!หวังว่าเขาจะมองเห็นความจริงใจและความห่วงใยของเธอ
ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดอะไรต่อ!ตะวันก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที!อย่างไม่ได้พูดอะไรและเอ่ยอะไรออกมาสักคำ!มีแต่สายตาที่มองยัยเด็กแว่นอย่างจับสังเกตก่อนจะเดินออกไปจากคนทั้งสองในทันที!ท่ามกลางความแปลกใจของปันปันกับปกฉัตรอยู่ไม่น้อยเพราะปกติแล้วใครก็ช่างถ้ามาเข้าใกล้หรือทำให้ตะวันหงุดหงิดเขาจะต้องเอาเรื่องคนที่เข้ามาทำให้เขาหงุดหงิดไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆแบบนี้แน่ๆ
ปันปันมองรุ่นน้องทั้งสองอย่างเอาเรื่องก่อนจะรีบวิ่งตามหลังของตะวันไป!ๆ ส่วนบันลังกับปีมะส่งยิ้มน้อยๆให้คนทั้งสองก่อนจะเดินตามหลังของคนทั้งสามไปอย่างเชื่องช้า

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...