จากโรคไวรัสมาร์บูร์กในรวันดา สู่ความหวังจากการทดลองวัคซีน-ใช้ยาต้านไวรัส
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ต.ค. 2567 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 03.23 น. • The Bangkok Insightการระบาดของโรคไวรัสมาร์บูร์กในรวันดา ความหวังจากการทดลองวัคซีน และการรักษาด้วย ยาต้านไวรัส และโมโนโคลนาลแอนติบอดี ครั้งประวัติศาสตร์
ในปี 2567 โลกกำลังจับตามองการระบาดของโรคไวรัสมาร์บูร์ก (Marburg Virus Disease - MVD) ในประเทศรวันดา ซึ่งนับเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่น่าวิตกอย่างยิ่ง
สถานการณ์การระบาด
ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2567 มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 62 ราย และเสียชีวิต 15 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากสถานพยาบาลในกรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่โรคจะแพร่กระจายในวงกว้าง
ความหวังจากการทดลองวัคซีน
ท่ามกลางวิกฤตนี้ รวันดาได้เริ่มการทดลองวัคซีนต้านไวรัสมาร์บูร์ก แล้ว โดยใช้วัคซีนที่พัฒนาโดยสถาบันวัคซีนซาบิน (Sabin Vaccine Institute) ซึ่งได้จัดส่งวัคซีนจำนวน 700 โดสมายังรวันดาเพื่อใช้ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2
เทคโนโลยีเบื้องหลังวัคซีน
วัคซีนนี้ใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า เวกเตอร์ไวรัส (Viral Vector) โดยใช้ไวรัสอะดีโนของลิงชิมแปนซี (Chimpanzee Adenovirus - ChAd3) เป็นพาหะในการนำส่งยีนที่ผลิตโปรตีนผิวของไวรัสมาร์บูร์ก วิธีการนี้มีความแตกต่างจากวัคซีน mRNA ที่เราคุ้นเคยจากการต่อสู้กับโควิด-19 ในหลายด้าน เช่น กลไกการทำงาน ความคงทน การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และประสบการณ์การใช้งาน
วัคซีนของสถาบันซาบินนี้ให้ผลน่าพอใจในการทดลองเบื้องต้น โดยในการทดลองกับลิงพบว่าสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 100% และลดปริมาณไวรัสในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ
การทดลองทางคลินิกครั้งแรกของโลกสำหรับการรักษา
นอกจากการทดลองวัคซีน รวันดายังได้เริ่มการทดลองทางคลินิกสำหรับการรักษาโรคไวรัสมาร์บูร์กเป็นครั้งแรกของโลก โดยทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา remdesivir และแอนติบอดี MBP091 ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อต่อต้านไวรัสมาร์บูร์กโดยเฉพาะ
Remdesivir
Remdesivir เป็นยาต้านไวรัสแบบออกฤทธิ์กว้าง (broad-spectrum antiviral) ที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสหลายชนิด รวมถึงไวรัสในตระกูล Filoviridae เช่น อีโบลาและมาร์บูร์ก โคโรนาไวรัส และไวรัสอื่นๆ
กลไกการทำงานของ remdesivir เป็นการยับยั้งเอนไซม์ RNA-dependent RNA polymerase (RdRp) ของไวรัส โดยแทรกตัวเข้าไปในสายพันธุกรรมของไวรัสที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ ทำให้กระบวนการจำลองตัวของไวรัสหยุดชะงัก ยานี้มีความจำเพาะสูงต่อเอนไซม์ของไวรัส ทำให้มีผลข้างเคียงต่อเซลล์มนุษย์น้อย
ในการทดลองกับลิง Remdesivir สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 80% เมื่อให้ยาในวันที่ 5 หลังการติดเชื้อ
แอนติบอดี MBP091
MBP091 เป็นโมโนโคลนาลแอนติบอดีที่พัฒนาโดยบริษัท Mapp Biopharmaceutical เพื่อใช้รักษาโรคไวรัสมาร์บูร์กโดยเฉพาะ แอนติบอดีนี้แยกได้จากผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสมาร์บูร์กตามธรรมชาติ และทำงานโดยการจับกับโปรตีนบนผิวของไวรัสมาร์บูร์ก ลดความสามารถของไวรัสในการเข้าสู่เซลล์มนุษย์
การใช้ MBP091 ร่วมกับ remdesivir ในการทดลองกับลิงพบว่าสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 80% แม้จะเริ่มการรักษาในวันที่ 6 หลังการติดเชื้อ ซึ่งเป็นระยะที่โรคมีความรุนแรงมากแล้ว
ความคืบหน้าของการทดลอง
ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2567 มีการฉีดวัคซีนให้กับผู้เข้าร่วมการทดลองแล้ว 856 คน โดยมุ่งเน้นไปที่บุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดในการสัมผัสเชื้อ
การทดลองวัคซีนและการรักษาครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นความหวังสำหรับรวันดาเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับไวรัสมาร์บูร์กทั่วโลก ซึ่งหากประสบความสำเร็จ อาจช่วยป้องกันและรักษาโรคร้ายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
ความพยายามครั้งนี้จึงถือเป็นการทดลองทางการแพทย์ครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนแปลงการรับมือกับไวรัสมาร์บูร์กไปตลอดกาล
ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เรียนรู้จาก 'รวันดา' 7 ขั้นตอนใน 7 วัน รับมือ ไวรัส 'มาร์บูร์ก'
- จับตา 'ไข้หวัดนก' ติดเชื้อจากคนสู่คน หลังบุคลากรทางการแพทย์ 6 รายในรัฐมิสซูรี มีอาการจากการสัมผัสผู้ป่วย
- เปรียบเทียบความแตกต่าง การระบาด ‘ไข้หวัด นก H5N1’ ในกัมพูชาและสหรัฐ 'บทเรียนสำหรับไทย'
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx