เปิดกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น หุ้นไหนจะโดดเด่นเข้าตา
ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความผันผวน ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลในทิศทางการลงทุนว่าควรเลือกหุ้นในกลุ่มใด และเลือกรูปแบบการลงทุนในระยะสั้นหรือยาวถึงจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยประเด็นนี้ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุถึง กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้เป็นลักษณะ Trading ระยะสั้นมากกว่าจะเป็นกลยุทธ์สะสมระยะยาว
โดยหุ้นที่แนะนำในระยะสั้น ได้แก่ หุ้นที่ยังปรับขึ้นเล็กน้อยและมีปัจจัยการเติบโตของกำไร อาทิ ITC, TU, BEM, AOT, M, MINT จากกลยุทธ์การลงทุนดังกล่าว Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์ 6 หุ้นจากบล.พาย มาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
แนะนำ "ซื้อ" บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC พร้อมให้มูลค่าเหมาะสมที่ 29.30 บาท โดยภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ในแง่รายได้คาดว่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากการออกสินค้าใหม่ๆ ที่ยังมีอยู่รวมถึงปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนได้ผ่านพ้นไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้การส่งสินค้าตั้งแต่เดือน ส.ค. กลับสู่ระดับปกติแล้ว
ล่าสุดผู้บริหารมีการแจ้งว่างวดไตรมาส 3/67 มีคำสั่งซื้อที่แน่นอนแล้วประมาณ 90% ของเป้าที่ตั้งว่าจะเติบโต 18-19% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่คือราคาขายที่คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยตามราคาปลาทูน่าที่อ่อนตัวลงในช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นไปตามรอบการปรับราคาขายกับลูกค้าอยู่แล้ว ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรทั้งปี 2567 อยู่ที่ 3,511 ล้านบาท โต 54% จากปีก่อน
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU พร้อมให้มูลค่าพื้นฐานที่ 18.30 บาท โดยภาพรวมช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ในแง่รายได้คาดยังเติบโตได้ดีในทุกธุรกิจ เพราะเข้าสู่ช่วง High Seasons ของการส่งออกแล้ว รวมถึงจะเริ่มเห็นผลดีจากการทำการตลาดสำหรับสินค้าแบรนด์ของ TU เองที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี
ขณะที่ธุรกิจอาหารแช่แข็งจะเป็นการเทียบกับฐานเดียวกันแล้ว ด้านกำไรขั้นต้นคาดยังรักษาระดับสูงได้ต่อ หลังจากราคาทูน่าปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่เคยคาดไว้ (เดิมเคยคาดทั้งปีอยู่ที่มากกว่า 1,600 เหรียญฯ/ตัน เหลือต่ำกว่า 1,500 เหรียญฯ/ตัน) ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรสุทธิที่ 5,506 ล้านบาท
แนะนำ "ซื้อ" บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM พร้อมให้มูลค่าพื้นฐาน 10.00 บาท โดยกำไรช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรปี 2567 (คาดอยู่ที่ 3,821 ล้านบาท) ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลัง 2567 มีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องตามจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เติบโตโดดเด่น และมี upside จากทางด่วนขั้นที่ 2 (Double Deck)
แนะนำ "ซื้อ" บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พร้อมให้มูลค่าเหมาะสม 64.00 บาท โดยมีปัจจัยบวกที่ AOT จะได้รับผลดีจากการท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรปี 2567 อยู่ที่ 19,946 ล้านบาท โต 127% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บล.พายมีการปรับประมาณการปี 2568 ลงจากเดิม 5% มาอยู่ที่ 22,780 ล้านบาท โต 17% จากปีนี้ โดยรวมผลกระทบจากการยกเลิก Duty Free ขาเข้า เพิ่มเติมจากที่เคยนับเฉพาะการขอคืนพื้นที่ Duty Free ที่เคยประเมินไว้ในบทวิเคราะห์ฉบับวันที่ 2 ก.ค. อย่างไรก็ตามเราปรับจำนวนผู้โดยสารขึ้นเป็น 139 ล้านคน จากเดิมที่ใช้สมมติฐาน 135 ล้านคน
แนะนำ "ซื้อ" บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M พร้อมให้มูลค่าพื้นฐาน 39.00 บาท โดยภาพของการแข่งขันในตลาดสุกี้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง MK ยังคงดำเนินกลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเดิม โดยมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพสินค้า การให้บริการ และทำ Festive menu เพิ่มความหลากหลายของเมนูนอกจากนี้ยังเพิ่มแบรนด์ใหม่ MK Buffet ขยายฐานลูกค้า ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก
ขณะเดียวกันเชื่อว่า SSSG ช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะทยอยดีขึ้นตามกำลังซื้อและฐานที่ต่ำจากปีก่อน ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 1.45 พันล้านบาท ลดลง 14% จากปีก่อน และกลับมาฟื้นตัวเป็น 1.6 พันล้านบาท โต 9% ในปี 2578 และ 1.7 พันล้านบาท โต 4% จากปีก่อน ในปี 2569 จากยอดขายที่คาดว่าจะฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ต่อเนื่อง
สุดท้าย แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT มูลค่าพื้นฐาน 36.00 บาท โดยมองว่ากำไรสุทธิในปี 2567 จะเติบโตอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท โต 45% จากปีก่อน หนุนจาก 1. GPM ที่โตต่อเนื่องหลังผ่านช่วง Covid-19 โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรม 2. การกลับมาของนักท่องเที่ยวในยุโรป และการจัดงานระดับโลก (UEFA Euro และ Olympic Game) หนุนอัตราการเข้าพัก (Occupancy) สูงขึ้น
ทั้งนี้ อ้างอิงจาก ETC โดยมียอดการเข้าพักในช่วงครึ่งปีแรก 2567 เติบโต 1.8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ในขณะที่รายได้ต่อห้องพักเพิ่มสูงขึ้น +5.4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 3. ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะได้รับอานิสงส์จากช่วง High season ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย