โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาวโจนส์นิวไฮต่อเนื่อง ปิดบวก 36.86 จุด รับผลประกอบการ Netflix แกร่ง – แรงบวกหุ้นเทคฯ

efinanceThai

เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 00.34 น.

ดาวโจนส์นิวไฮต่อเนื่อง ปิดบวก 36.86 จุด รับผลประกอบการ Netflix แกร่ง แรงบวกหุ้นเทคฯ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ต.ค. 67 7:34: น.

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดแดนบวกในวันศุกร์ (18 ต.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 36.86 จุด ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับดัชนี S&P 500 โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Netflix และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 36.86 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 43,275.91 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 23.20 จุด หรือ 0.40% ปิดที่ 5,864.67 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 115.94 จุด หรือ 0.63% ปิดที่ 18,489.55 จุด

ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 1% ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.9% และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 0.8% โดยดาวโจนส์ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งที่ 5 ในช่วง 6 วันทำการที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ ถูกฉุดโดยหุ้น American Express ที่ร่วงลง 3.1% หลังบริษัทรายงานรายได้ประจำไตรมาสต่ำกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ ดัชนีหลักทั้ง 3 ของวอลล์สตรีท ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023

หุ้น Netflix ทะยานขึ้น 11.1% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทรายงานจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 ตัว หรือ Magnificent Seven ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่คอยขับเคลื่อนการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในปีนี้ ต่างปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นของ Apple ปรับเพิ่มขึ้น 1.2% หลังข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่ายอดขาย iPhone รุ่นใหม่ในจีน ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่หุ้น Nvidia ปรับเพิ่มขึ้น 0.8% หลังจากที่ BofA Global Research ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น

จากการที่หุ้น Netflix ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกันที่ 0.9% โดยเป็นหุ้นที่บวกแรงมากที่สุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศปรับตัวสูงขึ้น 0.5%

ด้านหุ้นกลุ่มบริษัทการเงินโดยรวม ต่างรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ที่ดีในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P Banks ลดลง 0.1% หลังเพิ่มขึ้น 5 วันติดต่อกัน ซึ่งรายงานผลประกอบการของหุ้นบริษัทการเงินที่สดใสและข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ให้ปิดในแดนบวกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นขนาดเล็ก ยังดึงดูดนักลงทุนไหลเข้าซื้อในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งดัชนี Russell 2000 และดัชนี S&P Small Cap 600 ต่างทำผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีหลักทั้ง 3 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ตาม

หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหุ้นกลุ่มเดียวของดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวลดลง 0.4% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลง และหุ้นกลุ่มพลังงานยังเป็นกลุ่มที่ลดลงมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยร่วงลง 2.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ร่วงลง 7% จากความวิตกเกี่ยวกับความต้องการใช้น้ำมันในจีนและความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...