โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนกลับมาครั้งนี้ขอให้ดีกว่าเดิม

นิยาย Dek-D

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 14.10 น. • เป็ด’น้อยยย
เมื่อเมย์ได้มีโอกาสย้อนกลับไปในตอนที่เธออายุ 14 ปี อีกครั้ง เรื่องราวที่เคยผิดพลาดในอดีต ฉันจะขอเปลี่ยนมันเอง

ข้อมูลเบื้องต้น

ปุกาศ ปุกาศ

นิยายก็ คือ นิยาย และมันไม่ใช่เรื่องจริงตั้งแต่ที่ย้อนเวลากลับไปได้แล้วจ้าาาา

อย่าจริงจังเกินไปน้า ถ้าไม่ชอบขอให้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ นะคะ อย่าทิ้งท้ายไว้ด้วยคอมเม้นต์แย่ ๆ เพื่อทำร้ายจิตใจคนแต่ง ไม่ว่านิยายเรื่องไหน ๆ ก็ตาม

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบัญเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เนื้อหาทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง อาจมีอิงข้อมูลบางอย่างจากความเป็นจริงและจิตนาการจากตัวของผู้แต่งเอง ดังนั้นถ้ามีเอ๊ะ! ไม่สมเหตุสมผล ปล่อยผ่านไปเลยจ้า55555 จินตนาการเหนือกว่าสิ่งอื่นใดน๊ะจ๊ะ

อ่านแบบไม่คิดมากกันเน๊อะ

คำเตือน

บุคคล สถานที่ และสถานการณ์ต่าง ๆ

เกิดจากการสมมติขึ้นมาเท่านั้น

เรื่องราวต่อไปนี้ไม่ได้มีอยู่จริง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งแต่เพียงผู้เดียว

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

บทนำ

บทนำ

“พ่อจ๋า แม่จ๋า เมย์ขอโทษนะ ขอโทษที่ชาตินี้เมย์ผิดต่อพ่อกับแม่ กระทั่งพ่อกับแม่จากไป เมย์ก็ยังไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อกับแม่เลย ฮึก พ่อจ๋า แม่จ๋า เมย์ขอโทษ ฮือออ” หญิงสาววัยสี่สิบคนหนึ่ง นั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าอัฐิของผู้เป็นพ่อกับแม่ที่เสียไปนานหลายปีแล้ว

ตั้งแต่จำความได้ ครอบครัวของเมย์ก็ลำบาก พ่อกับแม่มีอาชีพปลูกผักขาย หรือไม่ก็ทำงานรับจ้างไปวัน ๆ เพื่อหาเงินมาส่งเสียให้ลูก ๆ ทั้งสามคนเรียนหนังสือ ไหนจะยังมีพี่พัฒน์ลูกของลุงช้างอีกคน

หลังจากที่เมย์เรียนจบจนมีงานการดี ๆ ทำ เธอก็ส่งเงินกลับไปให้ที่บ้านทุกเดือน แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร

เมย์ก็เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าพ่อกับแม่จะต้องกู้หนี้ยืมสินมาส่งเสียให้เธอเรียน พ่อกับแม่มีหนี้สินมากมายหลายแสน เพื่อแลกกับการที่เมย์ได้มาใช้ชีวิตดี ๆ อยู่ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ

ส่วนน้อง ๆ ทั้งสองคนของเมย์ หลังจากที่เรียนจบมัธยมต้นก็ได้เรียนต่อแค่ กศน. ไม่ได้มีโอกาศเรียนต่อมัธยมและมหาวิทยาลัยเหมือนเมย์ที่เป็นพี่สาวคนโต

เพราะหนี้สินที่กู้ยืมมา มีเพียงพอให้เมย์เรียนต่อได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เนื่องจากชีวิทมหาวิทยาลัยของเมย์จะต้องใช้เงินจำนวนไม่ใช่น้อย ๆ

หลังจากที่เมย์เรียนจบ เธอก็ได้เข้ามาทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เงินเดือนเริ่มต้นเพียงแค่หมื่นสาม ซึ่งมันก็แทบจะไม่พอใช้เลยสำหรับพนักงานเงินเดือนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่มีค่าครองชีพสูงอย่างเธอ ดังนั้นช่วงปีสองปีแรกเธอจึงยังไม่ได้ส่งเงินไปให้ที่บ้าน

เมย์ได้ใช้ความพยายามอยู่หลายปี พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ จากที่มีเงินเดือนหมื่นสาม เพิ่มขึ้นมาเป็นแสน

กระทั่งเมย์มาได้รับข่าวจากน้องชายของเธอว่าที่ดินและบ้านถูกยึด เพราะหนี้สินที่เป็นอยู่ขาดส่งทั้งต้นและดอกมานาน ดอกเบี้ยก็สูงขึ้น จากมีหนี้หลักแสน จนกลายมาเป็นหลักล้าน และในที่สุดตอนนี้ทั้งที่ดินและบ้านที่พวกเขาอยู่ได้ถูกประกาศขายทอดตลาด พ่อกับแม่ก็เครียดจนล้มป่วย แต่ก็ไม่อยากจะรบกวนเมย์จึงไม่เคยโทรมาบอก

แต่เพราะเมฆขัดคำสั่งของพ่อกับแม่แอบโทรมาบอก จึงทำให้เมย์ได้รู้เรื่องราวของคนที่บ้าน

ตอนนั้นเมย์ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเธอเอาแต่ทำงาน จนไม่มีเวลากลับไปที่บ้านเลย หลังจากที่เงินเดินของเธอเพิ่มขึ้นมาเป็นสองหมื่น เมย์ก็คอยส่งเงินไปให้ที่บ้านอยู่ตลอด คอยคิดเอาไว้ว่าถ้าหากมีเงินเดือนเพิ่มขึ้นสูงกว่านี้ก็จะส่งกลับไปให้มากกว่านี้

จนตอนนี้ กระทั่งเมย์มีหน้าที่การงานที่ดี เงินเดือนเพิ่มขึ้นมาเป็นแสน ประจวบกับงานอดิเรกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเล่นหุ้น ทำให้บางเดือนเธอมีรายได้มากถึงหลายแสน

แต่มีเงินมากมายแล้วอย่างไร ในเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาได้แล้ว

หลังจากที่เมย์ร้องไห้อยู่หน้าอัฐิของพ่อกับแม่อยู่ครู่ใหญ่ก็จากไป

ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ ท้องฟ้าสีแสด ในยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เมย์ขับรถไปตามถนนที่จะว่าคุ้นเคยก็คุ้นเคย จะว่าไม่คุ้นเคยก็ไม่คุ้นเคย

สภาพแวดล้อมของที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่คิดว่าการที่ไม่ได้กลับมาที่บ้านเกิดหลายปีจะทำให้ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจะจำไม่ได้ขนาดนี้
ในระหว่าที่เมย์กำลังขับรถอยู่นั้น จู่ ๆ ที่ด้านหน้ารถก็ปรากฏลูกไฟลูกหนึ่ง สีขาวสว่างจ้า พุ่งตรงเข้ามาที่หน้ารถของเมย์ แล้วหลังจากนั้นก็

วูบ…

ทุกสิ่งเลือนหายไป หลงเหลือแต่ความว่างเปล่า

************************

ตื่น (1)

ตอนที่ 1 ตื่น

“เมย์ตื่นได้แล้วลูก”

หืม แม่เหรอ ทำไมวันนี้ฝันดีจัง เสียงนี้…ไม่ได้ยินมานานเท่าไหร่แล้วนะ

“เมย์ วันนี้เปิดเทอมแล้วนะ จะมานอนตื่นสายแบบนี้ไม่ได้แล้ว” เสียงของแม่ดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ดังจนคล้ายกับว่านี่ไม่ใช่แค่ความฝัน

“อื้อ” เมย์พลิกกายนอนคว่ำก่อนที่จะม้วนผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง

“เมย์”

ทำไมเสียงของแม่ถึงชัดขนาดนี้กันนะ

จนกระทั่งผ้าห่มที่เมย์ม้วนขึ้นมาคลุมโปงถูกเลิกขึ้น

“เมย์ ตื่นได้แล้วลูก”

ฉันถึงกับต้องดีดกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

“แม่!!”

“ตะโกนทำไม ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว วันนี้เปิดเทอมวันแรกนะ ลูกคงไม่ได้อยากไปสายใช่มั้ย” พูดจบแม่ก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เมย์นั่งมึนอยู่บนเตียงด้วยความตกตะลึงอยู่คนเดียว

“นี่เกิดอะไรขึ้น”

เมย์หันซ้ายแลขวา สายตาสอดส่องรอบด้านด้วยความงงงวย

แต่ปรากฏว่าสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่ภายในห้องของโรงแรมที่เธอเช่าเอาไว้ แต่ที่นี่กลับคล้ายกับห้องนอนของเธอในอดีตเมื่อ ตอนที่เธอยังเป็นเด็กและยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเก่า หลังที่ถูกขายทอดตลาดไปเมื่อสิบปีก่อน

“นี่มัน”

เมย์ยกแขนทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาดู ก่อนจะรีบไปหากระจกมาส่องที่ใบหน้าของตัวเอง

นี่หรือว่าฉัน…ย้อนกลับมาตอนที่อยู่มอต้น มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างยกขึ้นมาใบลูบหน้าของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“รีบอาบน้ำเลยนะเมย์ อย่าแอบนอนต่อล่ะ คนอื่นอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จหมดแล้ว”

“จ้า” เมย์รีบตะโกนกลับไป ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

นี่ฉันย้อนเวลากลับมาจริง ๆ สินะ

จากดาวที่ปักอยู่ที่เสื้อนักเรียนของเธอ ตอนนี้ก็คงเป็นตอนที่เธออยู่ ม.2 ส่วนที่ว่าเปิดเทอมไหนนั้น จากปฏิทินที่ติดอยู่ตรงฝาผนังบ้าน วันนี้เป็นวันที่ 1 พฤษจิกายน พ.ศ2555

ฉันย้อนเวลากลับมาตอน ม.2 เทอม 2

“เด็ก ๆ มาขึ้นรถเร็ว”

อ่า รถซาเล้ง ช่างเป็นอะไรที่น่าคิดถึงเสียจริง ๆ นี่ฉันไม่ได้นั่งรถคันนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

คนที่ขึ้นมานั่งบนซาเล้งตอนนี้ก็มี เมย์ มีน เมฆ และพัฒน์

เมย์มีพี่น้องอยู่สามคน ได้แก่ เมย์ มีน และเมฆ

เมย์ เป็นพี่สาวคนโตตอนนี้อายุ 14 ปี

มีน น้องสาวคนรอง ตอนนี้อายุ 10 ปี

เมฆ เป็นน้องชายคนสุดท้อง ตอนนี้อายุ 8 ปี

ส่วนพัฒน์เป็นลูกชายของลุงช้าง ซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อ หรือก็คือลุงของเมย์ ลุงช้างตายไปตั้งแต่เมื่อแปดปีก่อน และแม่ของพัฒน์เองก็ตายไปตั้งแต่ตอนที่พัฒน์อายุ 1 ขวบ จึงทำให้พัฒน์กำพร้าทั้งพ่อและแม่ พ่อของเมย์จึงรับพัฒน์มาเลี้ยง

ตอนนี้พัฒน์อายุได้ 15 ปี และเนื่องจากพัฒน์อยู่กับครอบครัวของเมย์มานานหลายปี ตอนนี้จึงไม่ได้ต่างไปจากลูกชายคนหนึ่งของพ่อของเมย์

การกลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ของเมย์ มันราวกับเป็นความฝัน ทั้งที่เมื่อวานเธอยังเป็นสาวโสดวัยสี่สิบ ที่เพิ่งกลับจากไหว้อัฐิของพ่อกับแม่

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสกลับมาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด เธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าเธอจะทำให้ครอบครัวสุขสบาย เธอจะไม่ปล่อยให้ใครจากไป รวมถึงบ้านและที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดของตากับกับยาย

ว่าแต่จะทำอย่างไรล่ะ

อืม ตอนนี้สิ่งที่กำลังขาดอยู่ก็คือทุนทรัพย์

จำได้ว่า ตอนที่เราอยู่ ม.2 มีคนจากหมู่บ้านข้าง ๆ ถูกล็อตเตอรี่รางวัลพิเศษ

“จริงสิ!!”

“ว่ายังไงเด็กหญิงมาริสา มีข้อสงสัยตรงไหน”

ด้วยความที่ตอนนี้เมย์เรียนอยู่ในห้องเรียน ทำให้ในตอนที่เมย์โพล่งขึ้นมา ครูที่กำลังสอนอยู่หน้าห้องจึงหันมาสอบถามว่าเธอมีข้อสงสัยอะไร

“อ้อ เปล่าค่ะคุณครู แหะ ๆ” เมย์เกาท้ายทอยแก้เก้อ

“เอาละนักเรียน ถ้าหากมีข้อสงสัยอะไรขอให้สอบถามออกมา…”

--------------------------------------------

ก็อย่าลืมคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะค้าาาา คอมเมนต์มีผลต่อการแต่งตอนต่อไป

รอคอมเม้นจากคุณรี้ดที่น่ารักอยู่น้า <3

--------------------------------------------

ตื่น (2)

ตอนที่ 1 ตื่น

ตอนนั้นจำได้ว่าอีกครึ่งเดือนหลังจากที่เปิดเทอม จะมีคนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง แถมยังถูกรางวัลพิเศษอีกด้วย

คนที่ถูกล็อตเตอรี่เป็นป้าคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีฐานะ ซึ่งมาจากหมู่บ้านข้าง ๆ เพื่อมาทำธุระที่หมู่บ้านของเธอ แล้วมาเจอเข้ากับคนขายล็อตเตอรี่ที่เหลือล็อตเตอรี่อยู่ไม่กี่ใบ ที่ขายอยู่หน้าโรงเรียนในวันหวยออก ป้าแกก็ใจดีช่วยเหมาให้จนหมดแผง

อีกครึ่งเดือนลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งจะมาโผล่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าล็อตเตอรี่ใบนั้นยังไม่ถูกขาย!!

การได้กลับมาเรียนชั้นมัธยมต้นอีกครั้งสำหรับเมย์นั้นมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่ทบทวนบทเรียนนิดหน่อยเพียงเท่านั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นคนฉลาดอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นชาติที่แล้วเธอคงไม่พูดได้ถึงสี่ภาษาหรอก

ส่วนเรื่องเพื่อน…

อืม…

เนื่องจากเมย์เป็นเด็กสาวที่ค่อนข้างจะฉลาด แต่หน้าตาไม่ได้สะสวย แม้จมูกโด่ง ตาคม ใบหน้ารูปไข่ แต่ผิวพรรณค่อนข้างที่จะหยาบกร้าน อีกทั้งยังคล้ำเล็กน้อย เธอจึงมักจะโดนเพื่อนในห้องล้ออยู่บ่อย ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าไหร่

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเมย์อาจจะโกรธ แต่ตอนนี้วิญญาณของเธอคือหญิงสาววัยสี่สิบแล้วนะ ทำให้เธอคิดเพียงว่าเรื่องนี้มันออกจะดูตลกไปสักเล็กน้อย

แต่เอาเถอะ ถึงอย่างนั้นในอนาคตเมย์เองก็บำรุงผิวพรรณจนดูดี

ก็ไม่อยากจะโอ้อวดหรอกนะ แต่เธอน่ะ…เป็นคนที่สวยมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่เพียงแค่ตอนนี้มันยังไม่เผยออกมาก็เท่านั้น

ตั้งแต่ที่นั่งคิดไปเรื่อยอยู่นาน ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียนเสียที หลังเลิกเรียนเมย์ก็รีบวิ่งไปที่หน้าโรงเรียนทันทีเพื่อหาคนขายลอตเตอรี่ เธออยากจะดูว่าใครกันแน่ที่มักจะมาขายที่หน้าโรงเรียนเป็นประจำ หรือเป็นเพียงคนขายที่ผ่านทางมา

“ตอนนั้นจำได้ว่าป้าคนนั้น ซื้อลอตเตอรี่จากเจ้าที่มาขายที่หน้าโรงเรียนนี่นา” แต่จะเป็นเจ้าไหนนั้นเธอก็จำไม่ได้แล้ว เพราะมันผ่านมานานถึงยี่สิบกว่าปีแล้ว

เอาเป็นว่า หลังจากนี้เธอจะคอยสอดส่องคนขายลอตเตอรี่ก็แล้วกัน จะได้ไม่พลาดรางวัลที่หนึ่งไป

ต้องขอโทษคุณป้าคนนั้นด้วยนะที่เธอมาแย่งโชคลาภไปแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ รางวัลที่หนึ่งจะต้องเป็นของเธอ ครอบครัวจะได้สบายเสียที ไม่ต้องลำบากอยู่แบบนี้

หลังจากที่เมย์ได้มีโอกาสย้อนกลับมาในวัยเด็กอีกครั้ง เธอตั้งใจว่าจะตั้งใจเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างให้ดีขึ้น โดยเฉพาะฐานะของครอบครัว

แต่เรื่องนั้นคงต้องรอวันที่ 16 พฤษจิกายนที่จะถึงนี้

เนื่องจากเรื่องที่คนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเป็นข่าวดังไปหลายหมู่บ้าน ดังนั้นเมย์จึงจำเลขของลอตเตอรี่ใบนั้นได้แม่นมาก ๆ ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าทำไม่คนที่ถูกถึงไม่เป็นครอบครัวของเธอ

แต่ในเมื่อได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง ลอตเตอรี่ใบนั้นเธอต้องเอามันมาครอบครองให้ได้

แต่ในระหว่างที่รอ เมย์ก็ทำอะไรไม่ค่อยได้มากสักเท่าไหร่ ระหว่างนั้นก็ได้เริ่มช่วยน้อง ๆ ทั้งสองเรียนภาษาอังกฤษ เพราะในอานาคตภาษาอังกฤษจะจำเป็นมาก ๆ

ส่วนพี่พัฒน์ รายนั้นเขาเก่งอยู่แล้ว เพียงแต่ชาติก่อนพี่พัฒน์ไม่ได้มีอกาสได้แสดงความเก่งนั้นออกมาก็เท่านั้น

และอีกเรื่อง คือเมย์เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น แม้ไม่ได้ทาครีม แต่ผิวกายนี่ก็เริ่มใช้มะขามเปียกมาขัด พอกด้วยขมิ้น ทำให้หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน ผิวของเมย์เองก็เนียนนุ่มขึ้นมาก

ไม่ใช่แค่เพียงเมย์เท่านั้น แต่พี่น้องคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะพี่พัฒน์นี่เป็นคนปีนต้นมะขามไปเก็บมะขามมาให้เองกับมือ

--------------------------------------------

ก็อย่าลืมคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะค้าาาา คอมเมนต์มีผลต่อการแต่งตอนต่อไป

รอคอมเม้นจากคุณรี้ดที่น่ารักอยู่น้า <3

--------------------------------------------

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...