ย้อนกลับมาครั้งนี้ขอให้ดีกว่าเดิม
ข้อมูลเบื้องต้น
ปุกาศ ปุกาศ
นิยายก็ คือ นิยาย และมันไม่ใช่เรื่องจริงตั้งแต่ที่ย้อนเวลากลับไปได้แล้วจ้าาาา
อย่าจริงจังเกินไปน้า ถ้าไม่ชอบขอให้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ นะคะ อย่าทิ้งท้ายไว้ด้วยคอมเม้นต์แย่ ๆ เพื่อทำร้ายจิตใจคนแต่ง ไม่ว่านิยายเรื่องไหน ๆ ก็ตาม
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบัญเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เนื้อหาทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง อาจมีอิงข้อมูลบางอย่างจากความเป็นจริงและจิตนาการจากตัวของผู้แต่งเอง ดังนั้นถ้ามีเอ๊ะ! ไม่สมเหตุสมผล ปล่อยผ่านไปเลยจ้า55555 จินตนาการเหนือกว่าสิ่งอื่นใดน๊ะจ๊ะ
อ่านแบบไม่คิดมากกันเน๊อะ
คำเตือน
บุคคล สถานที่ และสถานการณ์ต่าง ๆ
เกิดจากการสมมติขึ้นมาเท่านั้น
เรื่องราวต่อไปนี้ไม่ได้มีอยู่จริง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งแต่เพียงผู้เดียว
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
บทนำ
บทนำ
“พ่อจ๋า แม่จ๋า เมย์ขอโทษนะ ขอโทษที่ชาตินี้เมย์ผิดต่อพ่อกับแม่ กระทั่งพ่อกับแม่จากไป เมย์ก็ยังไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อกับแม่เลย ฮึก พ่อจ๋า แม่จ๋า เมย์ขอโทษ ฮือออ” หญิงสาววัยสี่สิบคนหนึ่ง นั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าอัฐิของผู้เป็นพ่อกับแม่ที่เสียไปนานหลายปีแล้ว
ตั้งแต่จำความได้ ครอบครัวของเมย์ก็ลำบาก พ่อกับแม่มีอาชีพปลูกผักขาย หรือไม่ก็ทำงานรับจ้างไปวัน ๆ เพื่อหาเงินมาส่งเสียให้ลูก ๆ ทั้งสามคนเรียนหนังสือ ไหนจะยังมีพี่พัฒน์ลูกของลุงช้างอีกคน
หลังจากที่เมย์เรียนจบจนมีงานการดี ๆ ทำ เธอก็ส่งเงินกลับไปให้ที่บ้านทุกเดือน แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
เมย์ก็เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าพ่อกับแม่จะต้องกู้หนี้ยืมสินมาส่งเสียให้เธอเรียน พ่อกับแม่มีหนี้สินมากมายหลายแสน เพื่อแลกกับการที่เมย์ได้มาใช้ชีวิตดี ๆ อยู่ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ
ส่วนน้อง ๆ ทั้งสองคนของเมย์ หลังจากที่เรียนจบมัธยมต้นก็ได้เรียนต่อแค่ กศน. ไม่ได้มีโอกาศเรียนต่อมัธยมและมหาวิทยาลัยเหมือนเมย์ที่เป็นพี่สาวคนโต
เพราะหนี้สินที่กู้ยืมมา มีเพียงพอให้เมย์เรียนต่อได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เนื่องจากชีวิทมหาวิทยาลัยของเมย์จะต้องใช้เงินจำนวนไม่ใช่น้อย ๆ
หลังจากที่เมย์เรียนจบ เธอก็ได้เข้ามาทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เงินเดือนเริ่มต้นเพียงแค่หมื่นสาม ซึ่งมันก็แทบจะไม่พอใช้เลยสำหรับพนักงานเงินเดือนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่มีค่าครองชีพสูงอย่างเธอ ดังนั้นช่วงปีสองปีแรกเธอจึงยังไม่ได้ส่งเงินไปให้ที่บ้าน
เมย์ได้ใช้ความพยายามอยู่หลายปี พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ จากที่มีเงินเดือนหมื่นสาม เพิ่มขึ้นมาเป็นแสน
กระทั่งเมย์มาได้รับข่าวจากน้องชายของเธอว่าที่ดินและบ้านถูกยึด เพราะหนี้สินที่เป็นอยู่ขาดส่งทั้งต้นและดอกมานาน ดอกเบี้ยก็สูงขึ้น จากมีหนี้หลักแสน จนกลายมาเป็นหลักล้าน และในที่สุดตอนนี้ทั้งที่ดินและบ้านที่พวกเขาอยู่ได้ถูกประกาศขายทอดตลาด พ่อกับแม่ก็เครียดจนล้มป่วย แต่ก็ไม่อยากจะรบกวนเมย์จึงไม่เคยโทรมาบอก
แต่เพราะเมฆขัดคำสั่งของพ่อกับแม่แอบโทรมาบอก จึงทำให้เมย์ได้รู้เรื่องราวของคนที่บ้าน
ตอนนั้นเมย์ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเธอเอาแต่ทำงาน จนไม่มีเวลากลับไปที่บ้านเลย หลังจากที่เงินเดินของเธอเพิ่มขึ้นมาเป็นสองหมื่น เมย์ก็คอยส่งเงินไปให้ที่บ้านอยู่ตลอด คอยคิดเอาไว้ว่าถ้าหากมีเงินเดือนเพิ่มขึ้นสูงกว่านี้ก็จะส่งกลับไปให้มากกว่านี้
จนตอนนี้ กระทั่งเมย์มีหน้าที่การงานที่ดี เงินเดือนเพิ่มขึ้นมาเป็นแสน ประจวบกับงานอดิเรกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเล่นหุ้น ทำให้บางเดือนเธอมีรายได้มากถึงหลายแสน
แต่มีเงินมากมายแล้วอย่างไร ในเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาได้แล้ว
หลังจากที่เมย์ร้องไห้อยู่หน้าอัฐิของพ่อกับแม่อยู่ครู่ใหญ่ก็จากไป
ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ ท้องฟ้าสีแสด ในยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เมย์ขับรถไปตามถนนที่จะว่าคุ้นเคยก็คุ้นเคย จะว่าไม่คุ้นเคยก็ไม่คุ้นเคย
สภาพแวดล้อมของที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่คิดว่าการที่ไม่ได้กลับมาที่บ้านเกิดหลายปีจะทำให้ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจะจำไม่ได้ขนาดนี้
ในระหว่าที่เมย์กำลังขับรถอยู่นั้น จู่ ๆ ที่ด้านหน้ารถก็ปรากฏลูกไฟลูกหนึ่ง สีขาวสว่างจ้า พุ่งตรงเข้ามาที่หน้ารถของเมย์ แล้วหลังจากนั้นก็
วูบ…
ทุกสิ่งเลือนหายไป หลงเหลือแต่ความว่างเปล่า
************************
ตื่น (1)
ตอนที่ 1 ตื่น
“เมย์ตื่นได้แล้วลูก”
หืม แม่เหรอ ทำไมวันนี้ฝันดีจัง เสียงนี้…ไม่ได้ยินมานานเท่าไหร่แล้วนะ
“เมย์ วันนี้เปิดเทอมแล้วนะ จะมานอนตื่นสายแบบนี้ไม่ได้แล้ว” เสียงของแม่ดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ดังจนคล้ายกับว่านี่ไม่ใช่แค่ความฝัน
“อื้อ” เมย์พลิกกายนอนคว่ำก่อนที่จะม้วนผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง
“เมย์”
ทำไมเสียงของแม่ถึงชัดขนาดนี้กันนะ
จนกระทั่งผ้าห่มที่เมย์ม้วนขึ้นมาคลุมโปงถูกเลิกขึ้น
“เมย์ ตื่นได้แล้วลูก”
ฉันถึงกับต้องดีดกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
“แม่!!”
“ตะโกนทำไม ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว วันนี้เปิดเทอมวันแรกนะ ลูกคงไม่ได้อยากไปสายใช่มั้ย” พูดจบแม่ก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เมย์นั่งมึนอยู่บนเตียงด้วยความตกตะลึงอยู่คนเดียว
“นี่เกิดอะไรขึ้น”
เมย์หันซ้ายแลขวา สายตาสอดส่องรอบด้านด้วยความงงงวย
แต่ปรากฏว่าสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่ภายในห้องของโรงแรมที่เธอเช่าเอาไว้ แต่ที่นี่กลับคล้ายกับห้องนอนของเธอในอดีตเมื่อ ตอนที่เธอยังเป็นเด็กและยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเก่า หลังที่ถูกขายทอดตลาดไปเมื่อสิบปีก่อน
“นี่มัน”
เมย์ยกแขนทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาดู ก่อนจะรีบไปหากระจกมาส่องที่ใบหน้าของตัวเอง
นี่หรือว่าฉัน…ย้อนกลับมาตอนที่อยู่มอต้น มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างยกขึ้นมาใบลูบหน้าของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“รีบอาบน้ำเลยนะเมย์ อย่าแอบนอนต่อล่ะ คนอื่นอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จหมดแล้ว”
“จ้า” เมย์รีบตะโกนกลับไป ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว
นี่ฉันย้อนเวลากลับมาจริง ๆ สินะ
จากดาวที่ปักอยู่ที่เสื้อนักเรียนของเธอ ตอนนี้ก็คงเป็นตอนที่เธออยู่ ม.2 ส่วนที่ว่าเปิดเทอมไหนนั้น จากปฏิทินที่ติดอยู่ตรงฝาผนังบ้าน วันนี้เป็นวันที่ 1 พฤษจิกายน พ.ศ2555
ฉันย้อนเวลากลับมาตอน ม.2 เทอม 2
“เด็ก ๆ มาขึ้นรถเร็ว”
อ่า รถซาเล้ง ช่างเป็นอะไรที่น่าคิดถึงเสียจริง ๆ นี่ฉันไม่ได้นั่งรถคันนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ
คนที่ขึ้นมานั่งบนซาเล้งตอนนี้ก็มี เมย์ มีน เมฆ และพัฒน์
เมย์มีพี่น้องอยู่สามคน ได้แก่ เมย์ มีน และเมฆ
เมย์ เป็นพี่สาวคนโตตอนนี้อายุ 14 ปี
มีน น้องสาวคนรอง ตอนนี้อายุ 10 ปี
เมฆ เป็นน้องชายคนสุดท้อง ตอนนี้อายุ 8 ปี
ส่วนพัฒน์เป็นลูกชายของลุงช้าง ซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อ หรือก็คือลุงของเมย์ ลุงช้างตายไปตั้งแต่เมื่อแปดปีก่อน และแม่ของพัฒน์เองก็ตายไปตั้งแต่ตอนที่พัฒน์อายุ 1 ขวบ จึงทำให้พัฒน์กำพร้าทั้งพ่อและแม่ พ่อของเมย์จึงรับพัฒน์มาเลี้ยง
ตอนนี้พัฒน์อายุได้ 15 ปี และเนื่องจากพัฒน์อยู่กับครอบครัวของเมย์มานานหลายปี ตอนนี้จึงไม่ได้ต่างไปจากลูกชายคนหนึ่งของพ่อของเมย์
การกลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ของเมย์ มันราวกับเป็นความฝัน ทั้งที่เมื่อวานเธอยังเป็นสาวโสดวัยสี่สิบ ที่เพิ่งกลับจากไหว้อัฐิของพ่อกับแม่
ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสกลับมาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด เธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าเธอจะทำให้ครอบครัวสุขสบาย เธอจะไม่ปล่อยให้ใครจากไป รวมถึงบ้านและที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดของตากับกับยาย
ว่าแต่จะทำอย่างไรล่ะ
อืม ตอนนี้สิ่งที่กำลังขาดอยู่ก็คือทุนทรัพย์
จำได้ว่า ตอนที่เราอยู่ ม.2 มีคนจากหมู่บ้านข้าง ๆ ถูกล็อตเตอรี่รางวัลพิเศษ
“จริงสิ!!”
“ว่ายังไงเด็กหญิงมาริสา มีข้อสงสัยตรงไหน”
ด้วยความที่ตอนนี้เมย์เรียนอยู่ในห้องเรียน ทำให้ในตอนที่เมย์โพล่งขึ้นมา ครูที่กำลังสอนอยู่หน้าห้องจึงหันมาสอบถามว่าเธอมีข้อสงสัยอะไร
“อ้อ เปล่าค่ะคุณครู แหะ ๆ” เมย์เกาท้ายทอยแก้เก้อ
“เอาละนักเรียน ถ้าหากมีข้อสงสัยอะไรขอให้สอบถามออกมา…”
--------------------------------------------
ก็อย่าลืมคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะค้าาาา คอมเมนต์มีผลต่อการแต่งตอนต่อไป
รอคอมเม้นจากคุณรี้ดที่น่ารักอยู่น้า <3
--------------------------------------------
ตื่น (2)
ตอนที่ 1 ตื่น
ตอนนั้นจำได้ว่าอีกครึ่งเดือนหลังจากที่เปิดเทอม จะมีคนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง แถมยังถูกรางวัลพิเศษอีกด้วย
คนที่ถูกล็อตเตอรี่เป็นป้าคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีฐานะ ซึ่งมาจากหมู่บ้านข้าง ๆ เพื่อมาทำธุระที่หมู่บ้านของเธอ แล้วมาเจอเข้ากับคนขายล็อตเตอรี่ที่เหลือล็อตเตอรี่อยู่ไม่กี่ใบ ที่ขายอยู่หน้าโรงเรียนในวันหวยออก ป้าแกก็ใจดีช่วยเหมาให้จนหมดแผง
อีกครึ่งเดือนลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งจะมาโผล่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าล็อตเตอรี่ใบนั้นยังไม่ถูกขาย!!
การได้กลับมาเรียนชั้นมัธยมต้นอีกครั้งสำหรับเมย์นั้นมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่ทบทวนบทเรียนนิดหน่อยเพียงเท่านั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นคนฉลาดอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นชาติที่แล้วเธอคงไม่พูดได้ถึงสี่ภาษาหรอก
ส่วนเรื่องเพื่อน…
อืม…
เนื่องจากเมย์เป็นเด็กสาวที่ค่อนข้างจะฉลาด แต่หน้าตาไม่ได้สะสวย แม้จมูกโด่ง ตาคม ใบหน้ารูปไข่ แต่ผิวพรรณค่อนข้างที่จะหยาบกร้าน อีกทั้งยังคล้ำเล็กน้อย เธอจึงมักจะโดนเพื่อนในห้องล้ออยู่บ่อย ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าไหร่
ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเมย์อาจจะโกรธ แต่ตอนนี้วิญญาณของเธอคือหญิงสาววัยสี่สิบแล้วนะ ทำให้เธอคิดเพียงว่าเรื่องนี้มันออกจะดูตลกไปสักเล็กน้อย
แต่เอาเถอะ ถึงอย่างนั้นในอนาคตเมย์เองก็บำรุงผิวพรรณจนดูดี
ก็ไม่อยากจะโอ้อวดหรอกนะ แต่เธอน่ะ…เป็นคนที่สวยมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่เพียงแค่ตอนนี้มันยังไม่เผยออกมาก็เท่านั้น
ตั้งแต่ที่นั่งคิดไปเรื่อยอยู่นาน ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียนเสียที หลังเลิกเรียนเมย์ก็รีบวิ่งไปที่หน้าโรงเรียนทันทีเพื่อหาคนขายลอตเตอรี่ เธออยากจะดูว่าใครกันแน่ที่มักจะมาขายที่หน้าโรงเรียนเป็นประจำ หรือเป็นเพียงคนขายที่ผ่านทางมา
“ตอนนั้นจำได้ว่าป้าคนนั้น ซื้อลอตเตอรี่จากเจ้าที่มาขายที่หน้าโรงเรียนนี่นา” แต่จะเป็นเจ้าไหนนั้นเธอก็จำไม่ได้แล้ว เพราะมันผ่านมานานถึงยี่สิบกว่าปีแล้ว
เอาเป็นว่า หลังจากนี้เธอจะคอยสอดส่องคนขายลอตเตอรี่ก็แล้วกัน จะได้ไม่พลาดรางวัลที่หนึ่งไป
ต้องขอโทษคุณป้าคนนั้นด้วยนะที่เธอมาแย่งโชคลาภไปแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ รางวัลที่หนึ่งจะต้องเป็นของเธอ ครอบครัวจะได้สบายเสียที ไม่ต้องลำบากอยู่แบบนี้
หลังจากที่เมย์ได้มีโอกาสย้อนกลับมาในวัยเด็กอีกครั้ง เธอตั้งใจว่าจะตั้งใจเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างให้ดีขึ้น โดยเฉพาะฐานะของครอบครัว
แต่เรื่องนั้นคงต้องรอวันที่ 16 พฤษจิกายนที่จะถึงนี้
เนื่องจากเรื่องที่คนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเป็นข่าวดังไปหลายหมู่บ้าน ดังนั้นเมย์จึงจำเลขของลอตเตอรี่ใบนั้นได้แม่นมาก ๆ ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าทำไม่คนที่ถูกถึงไม่เป็นครอบครัวของเธอ
แต่ในเมื่อได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง ลอตเตอรี่ใบนั้นเธอต้องเอามันมาครอบครองให้ได้
แต่ในระหว่างที่รอ เมย์ก็ทำอะไรไม่ค่อยได้มากสักเท่าไหร่ ระหว่างนั้นก็ได้เริ่มช่วยน้อง ๆ ทั้งสองเรียนภาษาอังกฤษ เพราะในอานาคตภาษาอังกฤษจะจำเป็นมาก ๆ
ส่วนพี่พัฒน์ รายนั้นเขาเก่งอยู่แล้ว เพียงแต่ชาติก่อนพี่พัฒน์ไม่ได้มีอกาสได้แสดงความเก่งนั้นออกมาก็เท่านั้น
และอีกเรื่อง คือเมย์เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น แม้ไม่ได้ทาครีม แต่ผิวกายนี่ก็เริ่มใช้มะขามเปียกมาขัด พอกด้วยขมิ้น ทำให้หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน ผิวของเมย์เองก็เนียนนุ่มขึ้นมาก
ไม่ใช่แค่เพียงเมย์เท่านั้น แต่พี่น้องคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะพี่พัฒน์นี่เป็นคนปีนต้นมะขามไปเก็บมะขามมาให้เองกับมือ
--------------------------------------------
ก็อย่าลืมคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะค้าาาา คอมเมนต์มีผลต่อการแต่งตอนต่อไป
รอคอมเม้นจากคุณรี้ดที่น่ารักอยู่น้า <3
--------------------------------------------