โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เรียนรู้ฟิสิกส์จากจุดจบของเรือดำน้ำไททันหลักการ “Implosion” แรงกดดันบีบอัดเฉียบพลันแค่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็ทำให้เรือแหลกเป็นจุล

Reporter Journey

อัพเดต 04 ส.ค. 2566 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2566 เวลา 05.09 น. • Reporter Journey

หลังจากที่ยืนยันแล้วว่า เรือดำน้ำไททันที่ลงไปสำรวจซากเรือไททานิค ได้สิ้นสุดการเดินทางของมันเองไปพร้อมกับผู้โดยสาร 4 คนและกัปตัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผู้บริหารระดับสูงของ OceanGate บริษัทเจ้าของเรือลำนี้

ซึ่งข้อสันนิษฐานที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เกิดขึ้นกับไททันคือ เรือดำน้ำถูกแรงดันมหาศาลใต้ทะเลที่ความลึกระดับ 3,400 เมตร บีบอัดจนแหลกสลายอย่างฉับพลัน เพราะไม่สามารถทนแรงกดดันได้ซึ่งเรียกว่า "การบีบอัดอย่างรุนแรงเฉียบพลัน" หรือ Implosion อย่างรุนแรงเฉียบพลัน

Implosion คือ ความแตกต่างกันระหว่างแรงดันของพื้นที่สองพื้นที่ ซึ่งในที่นี่คือแรงดันของน้ำทะเลที่ระดับความลึก 3,000 เมตรที่มีแรงดันสูง กับภายในเรือดำน้ำไททันที่มีแรงดันต่ำ ซึ่งทำให้เกิดความไม่สมดุลกันของแรงดันในสองพื้นที่

ตามหลักการแล้วน้ำที่มีแรงดันมากกว่าจะกระทำต่ออากาศที่มีแรงดันน้อยกว่า ด้วยการพยายามเข้าไปแทนที่ ซึ่งไททันถูกแรงดันของน้ำทะเลภายนอกในปริมาณมหาศาลบีบอัดโครงสร้างจนยุบเข้าหาศูนย์กลางด้วยความเร็วสูง ซึ่งสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นกับดวงดาวที่มีมวลและเกิดการยุบตัวที่มาจากแรงกดของแรงโน้มถ่วงของมันเองก็ได้เช่นกัน

Implosion ไม่ใช่การระเบิดออก
ก่อนหน้านี้การรายงานข่าวมักใช้คำว่า เรือไททัน "ระเบิด" เพราะแรงดันของน้ำ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่การระเบิดออก หรือ "Explosion" ซึ่งเป็นลักษณะการแตกตัวจากด้านในสู่ด้านนอก แต่มันคือการถูกบีบอัดจากภายนอกซึ่งก็คือ "Implosion" ซึ่งเป็นคำที่หลายคนไม่ค่อยคุ้น เพราะปัจจุบันไม่ค่อยมีคนใช้คำๆ นี้มากนัก เรียกว่าเป็นคำศัพท์โบราณที่ใช้ในยุค 1960

ซึ่งแรงดันของน้ำในระดับ 3,000 เมตร จะอยู่ที่ราว 4,000 - 5,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือราว 272 - 340 แรงดันบรรยากาศ (atm) หรือมากกว่าแรงดันบนพื้นผิวโลกกว่า 350 เท่า ถ้าเรือดำน้ำมีรอยรั่วเพียงเล็กน้อยแค่ระดับมิลลิเมตร ก็เป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายจากการบีบอัดอย่างรุนแรงในทันที

สำหรับแรงดันบนพื้นผิวโลก กำหนดไว้ที่ 1 atm หรือเท่ากับ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ยิ่งดำลึกลงไปใต้น้ำ แรงดันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ โดยที่ความลึก 3,800 เมตร จุดที่ซากเรือไททานิคจมอยู่ จะมีแรงดันอยู่ที่ราว 6,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือ 408 atm นั่นหมายความว่า เป็นแรงดันที่สูงกว่าพื้นผิวโลก 408 เท่า

ไททันถูกแรงดันน้ำบดขยี้
จากที่ฟังนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายท่านจากหลายสื่อที่สัมภาษณ์ค่อนข้างจะเชื่อไปในทิศทางเดียวกันคือ ไททันถูกบีบอัดอย่างรุนแรงจากความดันน้ำรอบตัวเรือ จนโครงสร้างของเรือรับแรงกดดันไม่ไหวและยุบตัวลงอย่างเฉียบพลัน

ซึ่งแรงดันบรรยากาศเป็นตัวแปรสำคัญที่กระทำต่อวัตถุที่มีความแต่งต่างของมวลและแรงดัน โดยแรงกดดันที่ระดับผิวน้ำทะเลจะอยู่ที่ 1 atm หรือ เท่ากับแรงกด 10.33 ตัน/ตารางเมตร

แรงดันก็จะเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ในทุกๆ ความลึกน้ำทะเล 10 เมตร

หากประเมินว่า ไททัน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงลงไปถึงซากเรือไททานิกที่ความลึก 3,800 เมตร แต่สัญญาณขาดหายไปหลังลงไปใต้น้ำได้ 1 ชั่วโมง 45 นาที ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ไททันอาจถูกบีบอัดอย่างรุนแรงเฉียบพลัน หรือ Implosion ที่ความลึก 3,000 เมตร

หมายความว่า แรงดัน ณ ความลึก 3,000 เมตร คิดเป็นแรงดันได้ 3,099 ตัน/ตารางเมตร นั่นเท่ากับน้ำหนักของเครื่องบิน Airbus A380 จำนวน 5 ลำครึ่งที่กดลงพื้นที่ 1 ตารางเมตร

และไททันมีขนาดลำเรือ ยาว 6.7 เมตร สูง 2.5 เมตรเท่ากับว่าพื้นผิวรอบตัวเรือมีน้ำหนักของเครื่อง A380 ประมาณ 90 ลำกดทับอยู่ในทุกๆ ตารางเมตรทุกทิศทุกทาง

ประเด็นเรื่องโครงสร้างของ ไททันที่ไม่แข็งแรงถูกยกเป็นข้อสงสัยอันดับหนึ่งในการสอบสวนถึงสาเหตุโศกนาฏกรรมการสูญเสียคน 5 คน โดยอดีตลูกจ้างโอเชียนเกตเคยเตือนเรื่องความปลอดภัยของไททันแต่สุดท้ายกลับถูกไล่ออก

เช่นเดียวกับ ทอม แม๊ดด็อกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อันเดอร์วอเตอร์ ฟอเรนสิก อินเวสติเกเตอร์ (Underwater Forensic Investigators) ที่เข้าร่วมในการสำรวจซากเรือไททานิค เมื่อปี 2005 อธิบายว่า ยิ่งไททันลงไปใต้ทะเลลึกเท่าไหร่ แรงดันก็ยิ่งมหาศาล แม้แต่การชำรุดเชิงโครงสร้างของเรือดำน้ำเพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นอันตรายได้ รอยรั่วเพียงเล็กน้อยกว่าที่สายตามองคนมองเห็นจะก่อให้เกิดการบีบอัดอย่างรุนแรงในทันที

ชะตากรรมของคนในเรือที่ไม่ทันได้รู้สึกเจ็บปวด
ลองจินตนาการต่อว่า แรงดันน้ำที่มหาศาลขนาดนั้นที่บดขยี้ไททันจนแหลก คนที่อยู่ภายในจะเป็นอย่างไร?

Dave Corley อดีตเจ้าหน้าที่เรือดําน้ำนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ อธิบายว่า การ Implosion ของไททัน เกิดขึ้นเร็วกว่าชั่วพริบตา คือประมาณ 1 มิลลิวินาที หรือ 1 ใน 1,000 ของวินาที

ขณะที่สมองของมนุษย์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าตามสัญชาตญาณที่ประมาณ 25 มิลลิวินาที และการตอบสนองอย่างมีสติและเหตุผลของมนุษย์ หรือการตรวจจับปฏิกิริยาจะดีที่สุดคือ 150 มิลลิวินาที

นั่นเท่ากับว่าการยุบตัวเฉียบพลันของไททัน เกิดขึ้นเร็วกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะรับรู้ได้ที่ความเร็วประมาณ 2,414 กม. / ชม. นั่นคือ 671 เมตรต่อวินาที

ขณะที่อากาศภายในเรือดำน้ำมีความเข้มข้นของไอไฮโดรคาร์บอนค่อนข้างสูง ซึ่งเกิดจากการทำงานของเครื่องยนต์

เมื่อตัวถังไททันยุบตัวอากาศจะติดไฟอัตโนมัติและการระเบิดตาม ซึ่งเป็นการระเบิดอย่างรวดเร็ว ร่างกายมนุษย์จะถูกเผาและกลายเป็นเถ้าถ่านทันทีไม่เหลือซากชิ้นส่วนร่างกายใดๆ ให้เก็บกู้ภายหลัง

ดังนั้นต่อให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ มีสายสลิงโยงจากเรือที่ลอยลำอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะคนที่ตายยังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองตาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...