โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ส่องคะแนนเลือกตั้ง66 หน่วยค่ายทหาร-มหาวิทยาลัย ก้าวไกลครองแชมป์รายหน่วย

iLaw

อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2566 เวลา 10.39 น.

หลังการเลือกตั้งปี 2566 พรรคอันดับหนึ่งที่รวบรวมเสียงข้างมากของสภาล่างไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เปิดเผยให้เห็นความไม่ปกติของระบบการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ไปอีกระดับ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชัดเจนและยังคงอยู่เป็นเครื่องพิสูจน์เจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนก็คือ “ผลการเลือกตั้ง”

ทุกคะแนนเสียงจากผลการเลือกตั้งล้วนแล้วแต่มีความหมายและมีนัยยะสำคัญ ว่าผู้คนในแต่ละพื้นที่คาดหมายจะเห็นประเทศเดินหน้าไปทิศทางใด โดยเฉพาะ “กลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter)” กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-22 ปี ที่ออกเสียงเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งพวกเขาจะเป็นกำลังขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคตอีกยาวนาน

กลุ่มคนอายุไม่มากเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ ขณะที่อีกหนึ่งกลุ่มหนึ่ง คือ “กลุ่มทหารเกณฑ์” ซึ่งในบริบทของการเมืองไทย ทหารและกองทัพเป็นตัวละครสำคัญที่เข้ามามีบทบาทแทรกแซงการเมืองอยู่เสมอ อีกทั้งด้วยกฎระเบียบมากมายที่ควบคุมให้ต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลาง จึงน่าสนใจว่า กลุ่มทหารรุ่นใหม่ที่เข้าไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของทหารรุ่นใหญ่ จะออกเสียงลงคะแนนแสดงเจตจำนงทางการเมืองออกมาแบบใด

ชวนดูคะแนน “รายหน่วย” เฉพาะคะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อที่สะท้อนความนิยมของพรรคการเมืองในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตมหาวิทยาลัยและอาณาเขตกองทัพว่าผลที่ออกมานั้นมีทิศทางเป็นอย่างไรในการเลือกตั้งปี 2566

หมายเหตุ : งานชิ้นนี้เป็นเพียงการประมวลผลคะแนนรายหน่วยเฉพาะคะแนนบัญชีรายชื่อเพื่อให้เห็นภาพรวมคะแนนความนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองของกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter) และกลุ่มทหารเกณฑ์ โดยศึกษาข้อมูลจากคะแนนในหน่วยเลือกตั้งในเขตมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายให้นักศึกษาที่ประสงค์อยู่หอพักของมหาวิทยาลัยให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยเท่านั้นเช่นเดียวกันกับผลคะแนนรายหน่วยของพลทหารก็เป็นเพียงการหยิบตัวอย่างจากค่ายทหารในพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่าที่ยืนยันข้อมูลได้เท่านั้น จึงไม่สามารถสรุปผลรวมยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการได้ว่า กลุ่มนักศึกษาและกลุ่มทหารเกณฑ์ทั้งหมดออกเสียงเลือกตั้งอย่างไร

หมายเหตุ : งานชิ้นรวบรวมข้อมูลจากภาพถ่ายผลคะแนนรายหน่วยจากเว็บ Vote 62 ซึ่งมาจากประชาชนอาสาสังเกตการณ์ที่รายงานผลการนับคะแนนเข้ามา ประกอบกับผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและเอกสาร 5/18 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเผยแพร่ไว้

ตามโผ ! ก้าวไกลครองแชมป์หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัย

กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter/ New Voter) อายุ 18-22 ปี ในการเลือกตั้งปี 2566 มีจำนวน 4,012,803 คน คิดเป็นร้อยละ 7.67 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด กลุ่มคนวัยนี้เติบโตมาในยุคแห่งการ “ตื่นรู้” เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและหลากหลายมากกว่าในอดีต อีกทั้งมีโซเชียลมีเดียเป็นอาวุธประกอบ และเคยผ่านช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งถูกซ้ำเติมความเลวร้ายด้วยการบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ กลุ่มคนในช่วงวัยนี้ส่วนหนึ่งอาจเคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านรัฐบาลหลากหลายประเด็นในช่วงปี 2563 เป็นต้นมา

จากปัจจัยหลายๆ อย่างข้างต้นประกอบกับผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งกลุ่มคนในช่วงวัยนี้มีแนวโน้มสูงที่จะลงคะแนนให้”พรรคก้าวไกล” ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ฝั่งประชาธิปไตย มีนโยบายที่มีกลิ่นอายพร้อมจะเปลี่ยนระบบการเมืองเก่าๆ

อย่างไรก็ตามแต่ ก้าวไกลไม่ใช่พรรคเดียวที่ผูกขาดมวลชนนิวโหวตเตอร์และคนรุ่นใหม่ “พรรคเพื่อไทย” เองก็มีผู้สนับสนุนซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากพอสมควร จากความโดดเด่นเฉพาะตัวของนักการเมืองภายในพรรคผสมด้วยนโยบายที่มีความทันสมัยอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างก็พยายามคิดเทคนิคการหาเสียงเพื่อจะดึงคะแนนเสียงจากโหวตเตอร์กลุ่มนี้ ซึ่งผลจะเป็นอย่างไร เราสามารถดูภาพรวมได้จากคะแนน “รายหน่วย” ที่ตั้งอยู่ภายในเขตมหาวิทยาลัย ดังนี้

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากข้อมูลเบื้องต้นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีแนวปฏิบัติที่อนุญาตให้นักศึกษาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ โดยพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ที่บริเวณศาลาอ่างแก้ว หน่วยเลือกตั้งที่ 45-48 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 4 หน่วยเลือกตั้งดังกล่าวนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งผู้ชนะในระบบแบ่งเขต คือ เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 48,823 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 108,446 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 53,718 คะแนน
  • อันดับสอง พรรคเพื่อไทย 28,127 คะแนน
  • อันดับสาม พรรครวมไทยสร้างชาติ 11,476 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคไทยสร้างไทย 3,122 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคเสรีรวมไทย 1,425 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย ทั้ง 4 หน่วย มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้ ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ตำบลสุเทพ มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 4 หน่วย จำนวน 1,492 คน

หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล เพื่อไทย รวมไทยสร้างชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย หน่วยเลือกตั้งที่ 45 - 48 ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 1,203 คะแนน 150 คะแนน 53 คะแนน 7 คะแนน 10 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 1,492 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 4 หน่วย 1,203 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.63 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคิดเป็นร้อยละ 2.23 ของคะแนน 53,718 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมระบบบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่

จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 108,446 คน พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 53,718 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 49.53 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคก้าวไกลชนะไม่ถึงร้อยละ 50 ของทั้งเขต แต่ในระดับหน่วยเลือกตั้งพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงในพื้นที่อาณาเขตมหาวิทยาลัยที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจัดอยู่ในกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter) อย่างท่วมท้นถึงร้อยละ 80 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็อนุมานได้ว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยแต่กระจายทั่วทุกพื้นที่เขตเลือกตั้งซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลากหลายช่วงอายุ และส่งผลให้ในการเลือกตั้งปี 2566 นี้พรรคก้าวไกลคว้าชัยปักธงพื้นที่เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อหลังจากที่ในอดีตพรรคเพื่อไทยครองกระแสความนิยมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน

มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีแนวปฏิบัติที่อนุญาตให้นักศึกษาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ โดยพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีหน่วยเลือกตั้งทั้ง 13 หน่วย (หน่วยที่ 96 - หน่วยที่ 108) อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งผู้ชนะในระบบแบ่งเขตคือ วีรนันท์ ฮวดศรี จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 39,046 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 96,839 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 44,819 คะแนน
  • อันดับสอง พรรคเพื่อไทย 25,655 คะแนน
  • อันดับสาม พรรครวมไทยสร้างชาติ 12,714 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคเสรีรวมไทย 1,864 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคภูมิใจไทย 1,292 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย ทั้ง 13 หน่วย มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้ หน่วยเลือกตั้งภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น ตำบลในเมือง มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 13 หน่วย จำนวน 2,678 คน

หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล เพื่อไทย รวมไทยสร้างชาติ เสรีรวมไทย ภูมิใจไทย หน่วยเลือกตั้งที่ 96 - 100 อาคารพระราชทานปริญญาบัตร (เดิม) 1,151 คะแนน 158 คะแนน 138 คะแนน 32 คะแนน 3 คะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 101 - 102 อาคาร 25 ปี 248 คะแนน 15 คะแนน 5 คะแนน 3 คะแนน 0 คะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 103 - 104 อาคารสโมสรอาจารย์ 242 คะแนน 11 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 0 คะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 105 - 108 อาคารเรียนรวมและพัฒนาทักษะพื้นฐาน 509 คะแนน 38 คะแนน 5 คะแนน 2 คะแนน 0 คะแนน รวม 2,150 คะแนน 222 คะแนน 151 คะแนน 39 คะแนน 3 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดขอนแก่น อยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 2,678 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 13 หน่วย 2,150 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.28 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคิดเป็นร้อยละ 4.79 ของคะแนน 44,819 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดขอนแก่น

จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 1 จังหวัดขอนแก่น จำนวน 96,839 คน พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 44,819 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 46.28 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคะแนนรวมของทั้งเขตเลือกตั้ง แม้พรรคก้าวไกลจะชนะไม่ถึงร้อยละ 50 ของทั้งเขต แต่ในระดับหน่วยเลือกตั้งในมหาวิทยาลัยที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter) พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นชัดเจน

แม้ในอดีตผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ หลังการเลือกตั้งปี 2562 จะแปรพักตร์ (แปร-พรรค) ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย แต่ผลการเลือกตั้งปี 2566 นั้นก็สะท้อนว่าความนิยมของประชาชนในพื้นที่เขต 1 จังหวัดขอนแก่นโดยเฉพาะโซนมหาวิทยาลัยที่ยังมีให้กับพรรคก้าวไกล (พรรคอนาคตใหม่เดิม) ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็อนุมานได้ว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดขอนแก่นไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยแต่กระจายทั่วทุกพื้นที่เขตเลือกตั้งซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลากหลายช่วงอายุ และส่งผลให้ในการเลือกตั้งปี 2566 นี้พรรคก้าวไกลยังครองแชมป์พื้นที่เขต 1 จังหวัดขอนแก่นทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อหลังจากที่ในปี 2562 ปักธงพื้นที่โดยผู้ชนะจากพรรคอนาคตใหม่

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และศูนย์ลำปาง จากข้อมูลเบื้องต้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีแนวปฏิบัติที่อนุญาตให้นักศึกษาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยทั้งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และพื้นที่จังหวัดลำปาง

โดยพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ลานโดมอเนกประสงค์ตลาดนัดอินเตอร์โซน หน่วยเลือกตั้งที่ 54-60 เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งผู้ชนะในระบบแบ่งเขต คือ ชลธิชา แจ้งเร็ว จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 43,096 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 99,771 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 53,444 คะแนน
  • อันดับสอง พรรคเพื่อไทย 25,416 คะแนน
  • อันดับสาม พรรครวมไทยสร้างชาติ 9,591 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคภูมิใจไทย 1,801 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคเสรีรวมไทย 1,028 คะแนน

สำหรับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง อยู่ที่อาคารสิรินธรารัตน์ (ตึกโดม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดลำปาง ซึ่งผู้ชนะสส.แบ่งเขต คือ ทิพา ปวีณาเสถียร จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 51,579 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 120,565 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 52,919 คะแนน
  • อันดับสอง พรรคเพื่อไทย 38,140 คะแนน
  • อันดับสาม พรรครวมไทยสร้างชาติ 9,591 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคเสรีรวมไทย 1,565 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคพลังประชารัฐ 1,207 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย แยกออกเป็นศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี และ ศูนย์ลำปาง จังหวัดลำปาง มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้

  • ลานโดมอเนกประสงค์ตลาดนัดอินเตอร์โซน เทศบาลเมืองท่าโขลง ตำบลคลองหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 7 หน่วย มีจำนวน 2,344 คนหน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล

เพื่อไทย

รวมไทยสร้างชาติ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย หน่วยเลือกตั้งที่ 54-60 ลานโดมอเนกประสงค์ตลาดนัดอินเตอร์โซน (ศูนย์รังสิต) 2,016 คะแนน 207 คะแนน 17 คะแนน 1 คะแนน 6 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปทุมธานีอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 2,344 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 7 หน่วย 2,016 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.00 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และคิดเป็นร้อยละ 3.77 ของคะแนนรวม 53,444 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปทุมธานี

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 53,444 คะแนน จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 3 จังหวัดปทุมธานี จำนวน 99,771 คน คิดเป็นร้อยละ 53.56 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 ในระดับหน่วยเลือกตั้งพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นในพื้นที่อาณาเขตมหาวิทยาลัยที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter)

อีกทั้งยังได้รับคะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 50 ของทั้งเขตเลือกตั้ง แม้ในอดีตผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่หลังการเลือกตั้งปี 2562 จะแปรพักตร์ (แปร-พรรค) ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย แต่ผลการเลือกตั้งปี 2566 นั้นก็สะท้อนว่าความนิยมของประชาชนในพื้นที่เขต 3 จังหวัดปทุมธานีโดยเฉพาะโซนมหาวิทยาลัยที่ยังมีให้กับพรรคก้าวไกล (พรรคอนาคตใหม่เดิม) ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

และอาจอนุมานได้ว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปทุมธานีไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยแต่กระจายทั่วทุกพื้นที่เขตเลือกตั้งซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลากหลายช่วงอายุ จึงส่งผลให้ในการเลือกตั้งปี 2566 นี้พรรคก้าวไกลยังครองแชมป์พื้นที่เขต 3 จังหวัดปทุมธานีทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อหลังจากที่ในปี 2562 ปักธงพื้นที่โดยผู้ชนะจากพรรคอนาคตใหม่

  • อาคารสิรินธรารัตน์ (ตึกโดม) ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง) จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 1 หน่วย มีจำนวน 616 คน

  • หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล เพื่อไทย รวมไทยสร้างชาติ เสรีรวมไทย พลังประชารัฐ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 อาคารสิรินธรารัตน์ (ตึกโดม) (ศูนย์ลำปาง) 552 คะแนน 45 คะแนน 4 คะแนน 0 คะแนน 0 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดลำปางอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 616 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจาก 1 หน่วย 552 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 89.61 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และคิดเป็นร้อยละ 1.04 ของคะแนน 52,919 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดลำปาง

จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 1 จังหวัดลำปาง จำนวน 120,565 คน พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 52,919 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 43.89 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 แม้พรรคก้าวไกลจะชนะไม่ถึงร้อยละ 50 ของทั้งเขต แต่ในระดับหน่วยเลือกตั้งพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นในพื้นที่อาณาเขตมหาวิทยาลัยที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter)

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็อนุมานได้ว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดลำปางไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยแต่กระจายทั่วทุกพื้นที่เขตเลือกตั้งซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลากหลายช่วงอายุ และส่งผลให้ในการเลือกตั้งปี 2566 นี้พรรคก้าวไกลปักธงพื้นที่เขต 1 จังหวัดลำปางทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ หลังจากที่ในปี 2562 พ่ายแพ้ให้กับพรรคเพื่อไทย

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จากข้อมูลเบื้องต้นมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีแนวปฏิบัติที่อนุญาตให้นักศึกษาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ โดยพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อยู่ที่บริเวณอาคารพลศึกษาหน่วยเลือกตั้งที่ 19-28 เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งผู้ชนะในระบบแบ่งเขต คือ รัฐ คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนนเสียง 46,765 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 97,770 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรเพื่อไทย 53,718 คะแนน
  • อันดับสอง พรรคก้าวไกล 28,127 คะแนน
  • อันดับสาม พรรครวมไทยสร้างชาติ 11,476 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคภูมิใจไทย 3,122 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1,425 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย ทั้ง 10 หน่วย มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้

อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เทศบาลตำบลขามเรียง ตำบลขามเรียง จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 9 หน่วย มีจำนวน 2,100 คน จากทั้งหมด 10 หน่วย (ไม่นำหน่วยที่ 27 มาคำนวณเนื่องจากข้อมูลดิบไม่ครบถ้วน)

หน่วยเลือกตั้ง เพื่อไทย ก้าวไกล รวมไทยสร้างชาติ ภูมิใจไทย ครูไทยเพื่อประชาชน หน่วยเลือกตั้งที่ 19 - 28 อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 124 คะแนน 1,932 คะแนน 31 คะแนน 2 คะแนน

1 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดมหาสารคามอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ) หมายเหตุ 2 : ข้อมูลหน่วยที่ 27 ไม่ครบถ้วนจึงไม่ถูกนำมาคิดคำนวณด้วย

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 2,100 คน (ไม่รวมจำนวนคนมาใช้สิทธิในหน่วยที่ 27) คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 9 หน่วย (ไม่รวมคำนวณหน่วยที่ 27) 1,932 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 92 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคิดเป็นร้อยละ 6.18 ของคะแนน 28,127 คะแนนที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดมหาสารคาม

พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 53,718 คะแนน จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 6 จังหวัดมหาสารคามจำนวน 97,770 คน คิดเป็นร้อยละ 54.94 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 "พรรคเพื่อไทย" เป็นผู้ชนะครองความนิยมในระดับทั้งเขตเลือกตั้งและคะแนนบัญชีรายชื่อได้รับความนิยมสูงมากกว่าร้อยละ 50 แต่กลับได้คะแนนเพียงหลักร้อยในรายหน่วยที่ตั้งอยู่ภายในเขตเลือกตั้งโซนมหาวิทยาลัยซึ่งในตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นคือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ในขณะที่พรรคก้าวไกล แม้ในระดับเขตจะได้รับความนิยมมาเป็นอันดับสอง เป็นรองพรรคเพื่อไทยที่อยู่อันดับที่หนึ่งอยู่มาก แต่กลับได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นในพื้นที่อาณาเขตมหาวิทยาลัยที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter)

จึงอาจอนุมานได้ว่าความนิยมของพรรคก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดมหาสารคามนั้นมีความนิยมสูงกระจุกตัวอยู่แค่ในพื้นที่มหาวิทยาลัย แต่ในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลากหลายช่วงอายุ ยังคงเป็นพรรคเพื่อไทยที่ครองความนิยมทั้งตัวผู้สมัครและความนิยมของพรรคซึ่งส่งผลให้การเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยสามารถครองกระแสความนิยมและชนะการเลือกตั้งในพื้นที่เขต 6 จังหวัดมหาสารคาม

มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จากข้อมูลเบื้องต้นมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมีแนวปฏิบัติที่อนุญาตให้นักศึกษาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต หน่วยเลือกตั้งที่ 31-34 อยู่ที่บริเวณหอประชุม และ หน่วยที่เลือกตั้งที่ 35-37 อยู่ที่บริเวณโรงยิม เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้ชนะในระบบแบ่งเขต คือ สมชาติ เตชถาวรเจริญ จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 21,252 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 76,178 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 29,731 คะแนน
  • อันดับสอง พรรครวมไทยสร้างชาติ 25,446คะแนน
  • อันดับสาม พรรคเพื่อไทย 4,754 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ 4,607คะแนน
  • อันดับห้า พรรคภูมิใจไทย 1,779 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย ทั้ง 7 หน่วย มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้ บริเวณหอประชุมและบริเวณโรงยิม มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต เทศบาลตำบลรัษฎา ตำบลรัษฎา จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 7 หน่วย มีจำนวน 4,234 คน

หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล รวมไทยสร้างชาติ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย หน่วยเลือกตั้งที่ 31-34 มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต (หอประชุม ) 867 คะแนน 769 คะแนน 139 คะแนน 146 คะแนน 81 คะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 35-37 มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต (โรงยิม) 878 คะแนน 542 คะแนน 134 คะแนน 125 คะแนน 46 คะแนน รวม 1,745 คะแนน 1,311 คะแนน 273 คะแนน 271 คะแนน 127 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ตอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 4,234 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 7 หน่วย 1,745 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 41.21 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และคิดเป็นร้อยละ 5.86 ของคะแนนรวม 29,731 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 29,731 คะแนน จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 1 จังหวัดภูเก็ต จำนวน 76,178 คน คิดเป็นร้อยละ 39.03 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมากที่สุดแต่ก็ยังไม่ได้ครองใจคนถึงครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น รวมทั้งในพื้นที่อาณาเขตมหาวิทยาลัยที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนิวโหวตเตอร์ (New Voter) ก็ยังเลือกพรรคก้าวไกลไม่ถึงครึ่งเช่นกัน

โดยสรุปคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งจาก 5 มหาวิทยาลัย (1 วิทยาเขตการศึกษา) ที่ยกขึ้นมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง เฉพาะผลคะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” เป็นผู้ชนะทุกหน่วยสอดคล้องกันผลคะแนนรวมทั้งเขต ยกเว้นเขตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ผลคะแนนรายหน่วยนั้นไม่สอดคล้องกันกับผลคะแนนรวมทั้งเขต เพราะผลคะแนนบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมดในเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดมหาสารคาม นั้นพรรคที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งคือ “พรรคเพื่อไทย” แต่ในพื้นที่โซนมหาวิทยาลัยนั้นคะแนนพรรคก้าวไกลกลับพุ่งสูงชนิดที่ว่าแลนด์สไลด์ได้ไปกว่า 1,932 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 92 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในขณะที่เพื่อไทยได้คะแนนรายหน่วยรวมทั้งหมดแค่ 124 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.90 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

แม้ผลการเลือกตั้งที่ยกตัวอย่างมานี้จะเป็นเพียงบางส่วนของหน่วยเลือกตั้งในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ก็ทำให้เห็นภาพในเขตเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกอยู่จำนวนเยอะปรากฎผลคะแนนโหวตรายหน่วยของบัตรบัญชีรายชื่อนั้นเทให้กับพรรคก้าวไกลอย่างถล่มทลาย

หน่วยเลือกตั้งเขตทหารเมืองกรุง ก้าวไกลยังคว้าแชมป์ รวมไทยสร้างชาติขึ้นอันดับสอง

สำหรับหน่วยเลือกตั้งในเขตที่ตั้งของค่ายทหาร ในการเลือกตั้งปี 2562 เคยปรากฎข่าวลือว่ามีการบังคับทหารเกณฑ์ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งภายหลังกองทัพบกได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง

ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 ก็มีข่าวเนื้อหาในทำนองเดียวกันโดย วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เผยว่า

“ทราบข้อมูลจากพรรคพวกในค่ายทหารว่า ปัจจุบันมีการสั่งการให้กองพันทหารต่างๆ ทั่วประเทศ แจ้งให้กำลังพลทหารของตัวเองลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากันทั้งหมด ทำให้ วรชัย ตั้งข้อสังเกตว่า “การสั่งการเช่นนี้เหมือนเป็นการขอความร่วมมือแกมบังคับให้กำลังพลเลือกผู้สมัคร สส.ให้กับพรรคที่ผู้มีอำนาจสังกัดหรือไม่” อีกทั้ง วรชัยเสริมว่า แม้ไม่ใช่การโกงเลือกตั้งโดยตรงแต่มันเต็มไปด้วยเจตนาแฝงบังคับให้ลงคะแนน จึงขอให้หน่วยงานทหารทุกหน่วย ผู้บัญชาการทุกหน่วยต้องยึดในหลักประชาธิปไตย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2566 พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมาระบุว่า “ตามแนวทางของกองทัพบกยืนยันว่า การออกไปใช้สิทธิของกำลังพลไม่สามารถบังคับใครได้”

ซึ่งความจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ผลคะแนนรายหน่วยจะสามารถเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมของโหวตเตอร์กลุ่ม “ทหารเกณฑ์” ได้ ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่ 7 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เต็นท์ภายในศูนย์สร้างสุขทุกวัยเกียกกาย ถนนทหาร 8 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ หน่วยที่ 33 -40 กว่า 80% เป็นทหารและครอบครัว จากหน่วยต่างๆ ประกอบด้วย ม.พัน.4 พล.1 รอ. ม.1พัน.3 กองพล ปตอ. และกองพันทหารสื่อสาร กรมสรรพาวุธ ขณะที่ 20% เป็นประชาชนทั่วไป ซึ่งผู้ชนะสส.แบ่งเขต คือ ภัสริน รามวงศ์ จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 45,050 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 99,646 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 46,782 คะแนน
  • อันดับสอง พรรครวมไทยสร้างชาติ 21,483 คะแนน
  • อันดับสาม พรรคเพื่อไทย 18,456 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ 1,743 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคชาติพัฒนากล้า 1,427 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 8 หน่วย มีจำนวน 4,752 คน มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้

หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล รวมไทยสร้างชาติ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ชาติพัฒนากล้า เต็นท์ภายในศูนย์สร้างสุขทุกวัย เกียกกาย ถนนทหาร หน่วยเลือกตั้งที่ 33-40 2,427 คะแนน 1,089 คะแนน 718 คะแนน 27 คะแนน 34 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดกรุงเทพมหานครอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่หน่วยทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 4,752 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 8 หน่วย 2,427 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 51.07 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่หน่วยทหาร เขตดุสิต และคิดเป็นร้อยละ 5.19 ของคะแนนรวม 46,782 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดกรุงเทพมหานคร

จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 7 จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 99,646 คน พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 46,782 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 46.95 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 แม้พรรคก้าวไกลจะชนะไม่ถึงร้อยละ 50 ของทั้งเขต แต่ในระดับหน่วยเลือกตั้งพรรคก้าวไกลก็ได้รับคะแนนเสียงที่มากกว่าพรรคอื่นๆ ในพื้นที่อาณาเขตทหารที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทหารเกณฑ์

เขตเลือกตั้งที่ 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เต็นท์บริเวณอาคารสระว่ายน้ำ (ซอยพหลโยธิน 30) 3 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ หน่วยที่ 7-9 ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนช่างฝีมือทหาร ผู้ชนะสส.แบ่งเขต คือ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 50,132 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 107,795 คนผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 51,232 คะแนน
  • อันดับสอง พรรครวมไทยสร้างชาติ 21,360 คะแนน
  • อันดับสาม พรรคเพื่อไทย 20,313 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคชาติพัฒนากล้า 2,223 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคประชาธิปัตย์ 1,842 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 3 หน่วย มีจำนวน 2,009 คน มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้

หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล รวมไทยสร้างชาติ เพื่อไทย ชาติพัฒนากล้า ประชาธิปัตย์ เต็นท์บริเวณอาคารสระว่ายน้ำ (ซอยพหลโยธิน 30) หน่วยเลือกตั้งที่ 7-9 1,018 คะแนน 416 คะแนน 319 คะแนน 45 คะแนน 27 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 9 จังหวัดกรุงเทพมหานครอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่หน่วยทหาร แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 2,009 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 3 หน่วย 1,018 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50.67 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่หน่วยทหาร เขตจตุจักรและคิดเป็นร้อยละ 1.99 ของคะแนนรวม 51,232 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 9 จังหวัดกรุงเทพมหานคร

จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 9 จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 107,795 คน พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 51,232 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 47.53 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 9 แม้พรรคก้าวไกลจะชนะไม่ถึงร้อยละ 50 ของทั้งเขต แต่ในระดับหน่วยเลือกตั้งพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงที่มากกว่าพรรคอื่นๆ ในพื้นที่อาณาเขตทหารที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทหารเกณฑ์

อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ในแขวงจันทรเกษม เขตจตุจักรมีการเลือกตั้งซ่อมในปี 2565 แม้ผู้ชนะระดับเขตจะเป็นผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยแต่ในอาณาเขตพื้นที่ทหารผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลกลับได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่งในหน่วยเลือกตั้งเช่นกัน

เขตเลือกตั้งที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 31 - 33 เป็นบริเวณใกล้สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สนามเป้า ถือเป็นหน่วยเลือกตั้งที่มีค่ายทหารตั้งอยู่ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งหลายหน่วยติดกัน ผู้ชนะสส.แบ่งเขต คือ กัณตภณ ดวงอัมพร จากพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนนเสียง 46,082 คะแนน ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 108,114 คน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ห้าอันดับแรก ดังนี้

  • อันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกล 50,559 คะแนน
  • อันดับสอง พรรครวมไทยสร้างชาติ 23,899 คะแนน
  • อันดับสาม พรรคเพื่อไทย 18,249 คะแนน
  • อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ 2,342 คะแนน
  • อันดับห้า พรรคชาติพัฒนากล้า 1,718 คะแนน

เมื่อรวมคะแนนจากรายงานผลคะแนนหน้าหน่วย จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งหมด 3 หน่วย มีจำนวน 1,252 คน มีผลคะแนนโดยสรุป ดังนี้

หน่วยเลือกตั้ง ก้าวไกล รวมไทยสร้างชาติ

เพื่อไทย

ประชาธิปัตย์ ชาติพัฒนากล้า เต็นท์หน้าบริษัท สถาปนิกสมดุล จำกัด หน่วยเลือกตั้งที่ 31 353 คะแนน 57 คะแนน 49 คะแนน 0 คะแนน 0 คะแนน

เต็นท์หน้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ หน่วยเลือกตั้งที่ 32

211 คะแนน 62 คะแนน 29 คะแนน 0 คะแนน 1 คะแนน เต็นท์หน้าร้านค้าสวัสดิการ พล.ม.2 หน่วยเลือกตั้งที่ 33 167 คะแนน 114 คะแนน 70 คะแนน 6 คะแนน 11 คะแนน รวม 731 คะแนน 233 คะแนน 148 คะแนน 6 คะแนน 12 คะแนน

หมายเหตุ : ตัวอย่างผลคะแนนรายหน่วยข้างต้นเป็นการนำเสนอให้เห็นเฉพาะคะแนนของพรรคที่มีผลคะแนนรวมทั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดกรุงเทพมหานครอยู่ในห้าอันดับแรกเท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ)

ผลคะแนนรวมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่หน่วยทหาร แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 1,252 คน คะแนนบัญชีรายชื่อ “พรรคก้าวไกล” ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับคะแนนจากทั้ง 3 หน่วย 731 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 58.39 ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิในพื้นที่หน่วยทหาร เขตพญาไทและคิดเป็นร้อยละ 1.45 ของคะแนนรวม 50,559 คะแนน ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนรวมบัญชีรายชื่อทั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดกรุงเทพมหานคร

จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งเขตที่ 6 จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 108,114 คน พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนสูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 50,559 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 46.76 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 แม้พรรคก้าวไกลจะชนะไม่ถึงร้อยละ 50 ของทั้งเขต แต่ในระดับหน่วยเลือกตั้งพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงที่มากกว่าครึ่งในพื้นที่อาณาเขตทหารที่ผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทหารเกณฑ์

โดยสรุปคะแนนรายหน่วยจากหน่วยเลือกตั้งกรุงเทพมหานครที่ตั้งอยู่ภายใน “เขตทหาร” พบว่าทั้งสามเขตเลือกตั้ง “พรรคก้าวไกล” ก็ยังคงได้รับคะแนนความนิยมเป็นอันดับหนึ่งสอดคล้องกับผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่พรรคก้าวไกลแลนด์สไลด์เกือบทุกเขตในกรุงเทพฯ อีกทั้ง นอกจากนี้พรรคอันดับสองที่ได้รับความนิยมตามมาคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ

ผลที่ออกมาแม้จะเป็นแค่บางส่วนแต่ก็ทำให้เห็นภาพรวมว่าในเขตเลือกตั้งทหารซึ่งอยู่ภายในกรุงเทพมหานครนั้น พรรคก้าวไกลที่ชูการปฏิรูปกองทัพ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักก็ได้รับเสียงตอบรับที่ท่วมท้นจากเหล่าทหารไม่น้อยไปกว่าประชาชนทั้งประเทศที่ร่วมส่งก้าวไกลเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งปี 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...