ภัยสังคม เตือนร้านค้าเช็กยอดให้ดี ลูกค้าแสบโอนค่าอาหาร แค่เศษสตางค์
ภัยสังคม พ่อค้าแม่ค้าเช็กยอดให้ดี ก่อนถูกลูกค้าแสบแอบตีเนียนหลอกกินฟรี ทำทีโอนจ่ายค่าอาหาร แต่โอนจริงแค่เศษสตางค์ ค้นชื่อพบประวัติฉ้อโกงเพียบ
วันที่ 1 ส.ค. 66 นายเต๋า เจ้าของร้านแซ่บตำยำยั่ว เปิดเผยกับ 'ข่าวสดออนไลน์' ว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. วานนี้ (31 ก.ค.) มีลูกค้าสาวรายหนึ่งเข้ามาทานอาหารที่ร้าน กระทั่งตนเริ่มสังเกตว่าลูกค้ารายดังกล่าวทานอาหารนานมาก โดยทานตั้งแต่เวลาประมาณ 17.30 น. ไปจนถึงช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. แต่ในตอนแรกตนคิดว่าอาจจะมารอเพื่อหรือไม่จึงนั่งนาน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครมาเพิ่ม
จากนั้นลูกค้ารายดังกล่าวก็ได้สั่งอาหารกลับบ้านเพิ่ม และเมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย ลูกค้าสาวก็เรียกเก็บเงินเลย โดยยอดค่าอาหารจะอยู่ที่ 414 บาท พร้อมกับพิมพ์ใบเสร็จให้ลูกค้า ซึ่งลูกค้าสาวแจ้งกับพนักงานของร้านว่าจะโอนจ่าย จากนั้นลูกค้าสาวก็เริ่มมีทีท่ายึกยัก ไม่ยอมจ่ายเงินโดยอ้างเหตุผลว่าอินเตอร์เน็ตช้า จากนั้นก็ทำทีเป็นโทรศัพท์ ก่อนที่ลูกค้าสาวจะบอกว่า "โอนแล้วนะ" พร้อมกับโชว์สลิปให้ดูแบบเร็ว ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเจ้าของร้านไม่อยู่ พนักงานร้านจะถ่ายรูปสลิปเก็บไว้
แต่เนื่องจากเมื่อวานพี่สาวของตนอยู่ พนักงานจึงบอกกับพี่สาวตนว่าลูกค้าโอนแล้ว ประจวบกับโชคดีที่จังหวะนั้นร้านไม่ยุ่ง จึงทำให้สามารถเช็กยอดโอนได้ แต่พอเช็กยอดกลับพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีมาเพียง 2 สตางค์ จากนั้นพี่สาวจึงเข้าไปทักท้วงลูกค้าสาวว่าโอนไม่ครบยอด โอนผิดหรือไม่ ก่อนที่ลูกค้าสาวจะตีเนียนถามว่า "อ้าว ยอดไม่เข้าเหรอคะ ก็โอนไปแล้วนะคะ" ซึ่งตอนนั้นเข้าใจว่าลูกค้าโอนผิดจริง ๆ จึงพูดด้วยน้ำเสียงดี ๆ และถามต่อว่าลูกค้าจะโอนหรือจ่ายเงินสดดี และลูกค้าสาวรายดังกล่าวก็เริ่มมีทีท่าไม่ดี เริ่มเล่นแง่แล้ว
ตอนนั้นทางร้านก็รู้แล้วว่าลูกค้าไม่มีเงินจ่าย ต่อมาลูกค้าก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้เพื่อนโอนจ่ายให้ และก็ยังทำทีคุยโทรศัพท์ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเบอร์ปลายสายโทรออก ตอนนั้นจึงรู้ว่าลูกค้ารายดังกล่าวจงใจจะไม่จ่าย ต่อมาพี่สาวตนก็ทวงถามอีกครั้งว่า "ลูกค้าจะจ่ายมั้ยคะ" ลูกค้ารายดังกล่าวจึงอ้างว่าเดี๋ยวให้พ่อโอนจ่าย พร้อมขอคิวอาร์โค้ด แต่พี่สาวตนเห็นว่าในไลน์ที่ส่งไปชื่อไลน์มีคำว่าแฟชั่น จึงคิดว่าไม่น่าจะใช่พ่อจริง ๆ จึงพยายามกันไม่ให้ออกจากร้านไปได้ เพราะยอดค่อนข้างสูง ก่อนที่สุดท้ายจะมียอดโอนเข้ามาจริง ๆ 414 บาท ซึ่งชื่อบัญชีก็ตรงกับชื่อในบัตรประชาชนที่ได้ถ่ายเอาไว้ในตอนแรก เพื่อกันการหลบหนีของลูกค้า
นายเต๋า กล่าวอีกว่า จากนั้นตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าจริง ๆ ลูกค้ารายนี้ก็มีเงินจ่าย แต่ทำไมถึงดึงเวลาไปนานถึงครึ่งชั่วโมง และคาดว่าที่ลูกค้ารายดังกล่าวนั่งทานอาหารนาน อาจจะต้องการสังเกตพฤติกรรมคนในร้าน ว่ามีการถ่ายสลิปเงินโอนหรือไม่ ซึ่งเมื่อวานเจ้าของร้านอยู่จึงไม่ได้มีการถ่ายสลิป ซึ่งตนคาดว่าลูกค้ารายนี้อาจจงใจที่จะไม่จ่ายค่าอาหารหรือไม่ ทั้งนี้ตนก็ข้องใจกับชื่อของลูกค้ารายนี้จึงได้เอาชื่อไปค้นหาดูจึงพบว่ามีประวัติฉ้อโกงบัตรคอนเสิร์ตเกาหลี สั่งของแล้วไม่ส่ง ความเสียหายรวมราว 2 แสนกว่าบาท
ที่ตนเองออกมาแชร์เรื่องราวนี้เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่พ่อค้าแม่ค้า เพราะสมัยนี้ลูกค้าสะดวกโอนจ่ายกันเยอะ เพราะฉะนั้นหากร้านค้าหรือผู้ขายคนไหนรับโอน โดยเฉพาะช่วงยุ่ง ๆ แทบไม่มีเวลาเช็กยอด ก็อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้กับมิจฉาชีพได้ ซึ่งหากวันนั้นพี่สาวตนไม่ได้ดูจาก 414 บาท คงกลายเป็น 2 สตางค์แน่ ตนเข้าใจหัวอกคนค้าขาย เงินบาทสองบาทก็เป็นกำไรของร้าน ยิ่งถ้าหากลูกค้ารายดังกล่าวไปทำกับอีกหลาย ๆ ร้าน รวมแล้วก็เป็นมูลค่าความเสียหายก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และอีกทั้งยังมีประวัติอาชญากรรม ทำผิดแล้วไม่ได้รับโทษยิ่งย่ามใจ จึงถือเป็นภัยสังคมอย่างหนึ่ง