BYD เผชิญแรงกดดันในประเทศจีน ส่งผลยอดขายโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี
ข้อมูลจากเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า ยอดขายรวมของ BYD ในเดือนธันวาคมลดลงร้อยละ 18.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และเป็นการหดตัวรายเดือนที่มากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี
ตลอดทั้งปี 2568 BYD มียอดขายรวม 4.6 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.73 สอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทได้ปรับลดลงก่อนหน้านี้ โดย BYD ได้ปรับลดเป้ายอดขายปี 2568 ลงร้อยละ 16 หลังยอดขายในประเทศอ่อนแรงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา จากแรงกดดันของคู่แข่งในตลาดรถยนต์ราคาประหยัด อาทิ Geely และ Leapmotor
การลดราคารุนแรงกดดันหุ้นในอุตสาหกรรม
สื่อจีน Southern Metropolis Daily รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของนายหวัง ฉวนฝู ประธานบริษัท BYD ในการประชุมนักลงทุนเมื่อเดือนธันวาคมว่า ยอดขายในประเทศที่ปรับลดลงในปี 2568 เป็นผลจากความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่อ่อนตัวลง พร้อมระบุว่าบริษัทเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมสำคัญในปี 2569 โดยยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ในเดือนกุมภาพันธ์ BYD ได้นำเสนอฟีเจอร์ขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 9,555 ดอลลาร์สหรัฐ และในเดือนมีนาคมได้เปิดตัวรถสองรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ อย่างไรก็ดี ความพยายามดังกล่าวยังไม่สามารถหยุดการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่คู่แข่งได้
การปรับลดราคาครั้งใหญ่ของ BYD ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งครอบคลุมรถมากกว่า 20 รุ่น ได้จุดชนวนให้เกิดแรงเทขายหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จีน และนำไปสู่คำเตือนต่อสาธารณะซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยจากประธานบริษัทเกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motor) ที่ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกกำลังอยู่ในภาวะไม่สมดุล
ต่อมา BYD ได้ชะลอการผลิตและเลื่อนแผนขยายกำลังการผลิต ตามรายงานของรอยเตอร์สในเดือนมิถุนายน ขณะที่ในเดือนพฤศจิกายน รอยเตอร์สรายงานเพิ่มเติมว่า BYD ได้แจ้งซัพพลายเออร์บางรายถึงความประสงค์จะยุติการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินภายในบริษัทเพื่อชำระค่าสินค้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากแนวปฏิบัติเดิมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทมากกว่าผู้ผลิตชิ้นส่วน
ขยายตลาดต่างประเทศ ดันยอดขายแซง Tesla
BYD หันพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้นเพื่อชดเชยแรงกดดันในประเทศ โดยยอดขายในต่างประเทศในปี 2568 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,046,083 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 150.7 จากปีก่อน บริษัทตั้งเป้ายอดขายนอกจีนสูงสุด 1.6 ล้านคันในปี 2569 แต่ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายยอดขายรวมทั้งหมด
ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.9 เป็น 2.26 ล้านคันในปีที่ผ่านมา BYD มีแนวโน้มแซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในแง่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารายปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุโรป ซึ่ง BYD มีอัตราการขยายตัวเหนือกว่าผู้ผลิตจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ คาดว่า Tesla จะส่งมอบรถยนต์ได้ 1.64 ล้านคันในปี 2568 ลดลงร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบรายปี ตามประมาณการที่บริษัทจัดทำขึ้นเอง