“มาลี-บูร์กินาฟาโซ” ประกาศแบนพลเมืองสหรัฐ โต้กลับนโยบายทรัมป์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบามาโก ประเทศมาลี เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศมาลีและกระทรวงการต่างประเทศบูร์กินาฟาโซ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลทหาร ต่างออกแถลงการณ์ในสัปดาห์นี้ เป็นมาตรการจำกัดการเดินทางต่อพลเมืองสหรัฐ หรือผู้ถือหนังสือเดินทางสหรัฐ "ในระดับเดียวกัน" กับที่สหรัฐประกาศใช้กับพลเมืองของมาลีและบูร์กินาฟาโซ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทั้งสองประเทศ เป็นผลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขยายมาตรการห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอย่างจำเพาะเจาะจง กับพลเมืองหรือผู้ถือหนังสือเดินทางของ ซีเรีย บูร์กินาฟาโซ มาลี ไนเจอร์ เซียร์ราลีโอน ซูดานใต้ และลาว ตลอดจนผู้ถือหนังสือเดินทางของปาเลสไตน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทางบางส่วน ครอบคลุมพลเมืองหรือผู้ถือหนังสือเดินทางของ ไนจีเรีย แองโกลา แอนติกาและบาร์บูดา เบนิน โดมินิกา กาบอง แกมเบีย ไอวอรีโคสต์ มาลาวี มอริเตเนีย เซเนกัล แทนซาเนีย ตองกา แซมเบีย และซิมบับเว
ทรัมป์กล่าวว่า การดำเนินการเช่นนี้ เป็นไปเพื่อ “ปกป้องชาวอเมริกัน” จาก “ชาวต่างชาติซึ่งมีเจตนาคุกคาม” และเพื่อป้องกันไม่ให้พลเมืองต่างชาติซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐ “พยายามบ่อนทำลายหรือสร้างความไม่มั่นคงต่อวัฒนธรรม รัฐบาล สถาบัน หรือหลักการพื้นฐานของการก่อตั้งประเทศ”
แม้รัฐบาลวอชิงตันยืนยันว่า จะมีข้อยกเว้นให้กับนักกีฬาและทีมงานของไนจีเรีย ไอวอรีโคสต์ และเซเนกัล ซึ่งทั้งสามประเทศผ่านเข้ารอบสุดท้าย การแข่งขันฟุตบอลโลก ที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก ในปีนี้ แต่ไม่มีการรับประกันสำหรับแฟนบอลจากประเทศที่ติดบัญชีดำ ว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเพื่อชมการแข่งขัน
นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังรวมถึงกรณีที่บูร์กินาฟาโซปฏิเสธรับตัวผู้ที่ถูกเนรเทศออกจากสหรัฐ โดยกระทรวงการต่างประเทศบูร์กินาฟาโซระบุว่า ข้อเสนอของรัฐบาลทรัมป์ในการส่งตัวผู้อพยพผิดกฎหมายออกจากสหรัฐมายังประเทศที่สาม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องด้วยเลยนั้น "ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง".
เครดิตภาพ : AFP