โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อึ้งไปเลย! เซียนพระ สารภาพหมดเปลือก เหตุ ปลิดชีพกิ๊ก ถ่วงน้ำปิดปาก

มุมข่าว

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 01.52 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
อึ้งไปเลย! เซียนพระ สารภาพหมดเปลือก เหตุ ปลิดชีพกิ๊ก ถ่วงน้ำปิดปาก

วันที่ 7 พ.ย.2568 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บช.ภ.7 จ.นครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.บางเลน พร้อมชุดสืบสวน ภาค 7 ภ.จว.นครปฐม สืบสวน สภ.บางเลน

ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายศุภโชค อายุ 48 ปี เป็นเซียนพระ ที่ก่อเหตุปิดชีพ น.ส.รัตน์ อายุ 50 ปี พร้อมของกลางรถฮอนด้า ซีวิค สีเทา รถนิสสันจุ๊ก สีแดง แท่นปูนประกอบท่อน้ำที่ใช้ลวดผูกติดกับลำตัวผู้เสียชีวิตก่อนนำไปถ่วงทิ้งน้ำ พระเครื่อง 1 องค์ในรถผู้เสียชีวิต แหวนทอง 1 วงในรถผู้ตาย จับกุมตัวได้ที่ไร่อ้อย ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

โดยพล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เผยถึงขั้นตอนที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุของการปลิดชีพในครั้งนี้ว่าเกิดจากเรื่องชู้สาวและหึงหวง เพราะผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมแปลกๆ คล้ายพยายามตีตัวออกห่าง ประกอบกับภรรยาจับได้ว่ากิ๊กกัน ซึ่งผู้เสียชีวิตประกอบธุรกิจ เป็นทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างร้านกาแฟ ส่วนภรรยาที่อยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน จะเป็นคนหาคนงานไปทำ ไปมาหาสู่กันบ่อย จนผู้เสียชีวิตแอบมีกิ๊ก โดยที่ภรรยาไม่ทราบเรื่องมาก่อน แต่เริ่มจับพิรุธได้และทะเลาะเบาะแว้งกันมาตลอด

พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวว่า จนกระทั่งวันที่ 2 พ.ย.2568 ภรรยาโทรศัพท์ไปนัดกับผู้เสียชีวิตให้มาเจรจากันเรื่องที่เป็นกิ๊กกับนายศุภโชค จากนั้นผู้เสียชีวิตขับรถนิสสันสีแดงมาที่บ้าน แต่นายศุภโชคกลัวทะเลาะกันเสียงดัง และกลัวแม่ภรรยาที่อยู่ด้วยจะโกรธ จึงชวนผู้เสียชีวิตขึ้นรถไปด้วยกัน โดยอ้างว่าไปที่ปั๊มน้ำมันคุยกันสองต่อสอง แต่นายศุภโชคขับรถไปที่ป่าอ้อย ห่างจากบ้านเพียงแค่ 1 ก.ม. โดยที่นำสายไฟยาวประมาณ 1 เมตรติดตัวใส่กระเป๋ามาด้วย เมื่อถึงป่าอ้อยจอดรถ แต่ฝ่ายหญิงไม่ลงจากรถ เลยเปิดประตูหลังนั่งด้านหลังผู้เสียชีวิต แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเลยดึงเอาสายไฟรัดคอผู้เสียชีวิต

พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวว่า หลังสียชีวิตนายศุภโชคได้ปลดทรัพย์ ซึ่งมีสร้อยข้อมือ 3 บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และนำร่างไปทิ้งกลางไร่อ้อย จากนั้นขับรถกลับมาที่บ้านคนเดียว แต่นอนไม่หลับ คิดว่าหากคนมาพบร่างจะต้องถูกสอบสวน จึงหาสิ่งของหนัก ไปพบแท่งปูนหลักกิโลที่ชำรุดอยู่หน้าบ้าน เลยติดรถมาด้วย จากนั้นขับรถออกมาอีกรอบเข้าไปร้านสะดวกซื้อ ซื้อคีมกับลวดย้อนกลับมาที่ไร่อ้อย

จากนั้นนำเสาปูนใช้ลวดมัดลำตัว นำตัวไปทิ้งในคลอง ก่อนกลับมาบ้านโดยทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่นายศุภโชคกลัวภรรยาจับได้ว่ายังใช้รถของผู้เสียชีวิต วันรุ่งขึ้นเลยนำไปจำนำกับเพื่อน อ้างว่าฝากจำนำไว้ก่อน เพราะกลัวเมียจับได้ว่ายังคบกับผู้เสียชีวิตอยู่ เมื่อได้เงินมาก็นำไปดาวน์รถเก๋งฮอนด้า ขับไปจ.นครสวรรค์ เพื่อนำทองของผู้เสียชีวิตไปขายในห้าง ได้เงินมาร่วม 3 แสนบาท แล้วขับกลับบ้าน จนทราบว่ามีคนไปพบร่างลอยอยู่ในลำคลอง

ทั้งนี้ผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่า หลังจากเห็นข่าวแล้วเริ่มตกใจกลัวเลยขับรถหนีกะว่าจะไปที่ จ.อุทัยธานั เพราะมีเพื่อนอยู่คิดว่าจะไปอาศัยอยู่กับเพื่อน เลยขับรถหนีออกกลางคืนในระหว่างทางมืด เมื่อมาถึง อ.เลาขวัญ มีรถตำรวจสืบสวนภาค 7 ติดตามมาจึงเร่งเครื่องหลบหนี แต่รถไปเกิดอุบัติเหตุคว่ำก่อน เลยถูกรวบตัวได้ และนำมาสอบสวน

อย่างไรก็ตามด้าน พล.ต.ต.พิทักษ์ เผยอีกว่า ในส่วนของผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ภรรยาหรือคนให้ที่พักพิงหรือผู้รับจำนำจะต้องนำมาสอบสวนทั้งหมด หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นหรือให้การสนับสนุนครั้ง ผบช.ภ.7 สั่งให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่โหดเหี้ยม มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน สำหรับรถยนต์ทั้ง 2 คัน นั้นให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจอย่างละเอียดทั้ง ดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...