โจรลานจอดรถอีกแล้ว รัดคอฆ่าไกด์สาวใหญ่ ลงมืออุกอาจห้างภูเก็ต ซ้ำรอย 'น้องยิ้ม' คดีดัง
อาชญากรรม | อาชญาข่าวสด
โจรลานจอดรถอีกแล้ว
รัดคอฆ่าไกด์สาวใหญ่
ลงมืออุกอาจห้างภูเก็ต
ซ้ำรอย ‘น้องยิ้ม’ คดีดัง
หลังเกิดคดีฆาตกรรม น.ส.พรพรรณ พรหมจารย์ อายุ 23 ปี หรือ ‘น้องยิ้ม’ ที่ลานจอดรถห้างดังแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ เมื่อค่ำวันที่ 3 มิถุนายน 2556 ทำให้เกิดการตื่นตัวในการป้องกันภัยตามลานจอดรถต่างๆ เป็นอย่างมาก กลายเป็นที่มาของช่องจอดรถเฉพาะสุภาพสตรี หนึ่งในมาตรการป้องกันที่ทุกห้างนำมาใช้ป้องกันภัย แต่เมื่อเวลาผ่านไปความตื่นตัวก็ลดน้อยลงไปตามกาลเวลา
เหตุสลดที่เป็นข่าวโด่งดังข้างต้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 มิถุนายน 2556 เมื่อ พ.ต.ท.ชัยณรงค์ สมบูรณ์ดี สวส.สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกแทงเสียชีวิตภายในโรงแรมกิ๊กทาวน์ ม.4 ถ.ราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถห้องพักที่ 406 ของโรงแรม เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ทะเบียน ฆอ 8452 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ โดยมีกองเลือดกระจายอยู่ที่พื้น
เมื่อเปิดประตูรถดูพบว่า เบาะนั่งด้านข้างคนขับถูกปรับให้นอนราบกับเบาะหลัง และยังมีคราบเลือดกระจายไปทั่ว
บริเวณบันไดทางขึ้นห้องพักชั้น 2 พบรอยเลือดหยดไหลเป็นทางไปตามทางเดิน จนถึงที่ห้องน้ำของห้องพักดังกล่าว
เมื่อเปิดประตูห้องน้ำจึงพบศพ น.ส.พรพรรณ พรหมจารย์ หรือน้องยิ้ม อายุ 23 ปี ชาว ต.หนองสวรรค์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู อาชีพเลขานุการกรรมการผู้จัดการบริษัท สหยูเนียน จำกัด และเป็นผู้เข้าประกวดโครงการ “Oishi Mc Search Gen 2” ของชาเขียว “โออิชิ” นอนจมกองเลือด
สภาพศพมีบาดแผลถูกแทงที่ลำคอขวา 1 แผล และที่มือขวาถูกของมีคมบาดจนเป็นแผลลึก
สอบสวนพนักงานโรงแรมทราบว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ขับรถคันดังกล่าวเข้ามาเปิดห้องพัก กระทั่งพนักงานของโรงแรมจะเข้าไปเก็บเงินค่าห้อง ก็พบว่าชายดังกล่าวรีบวิ่งหนีออกจากโรงแรมไปขึ้นรถแท็กซี่ โดยจอดรถคันดังกล่าวทิ้งเอาไว้อย่างมีพิรุธ
เมื่อพนักงานของโรงแรมกลับมาดูที่ห้องพัก ก็พบว่าน้องยิ้มนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
เจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกติดตาม กระทั่งตำรวจสายตรวจ สภ.บางกรวย สกัดจับนายทัศไนย แสงศรี อายุ 26 ปี ชาว ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ขณะนั่งรถแท็กซี่หลบหนีไปได้ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุนัก
หลังถูกจับกุมนายทัศไนยสารภาพว่า ตั้งใจแค่ชิงรถเพื่อนำไปขาย หาเงินใช้หนี้กว่า 2 หมื่นบาท และผ่อนค่างวดรถจักรยานยนต์
นายทัศไนยให้การว่า ไปพบเหยื่อสาวกำลังเดินคุยโทรศัพท์ไปขึ้นรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ของเธอ ภายในลานจอดรถของห้างเทสโก้โลตัส สาขาบางกะปิ ซึ่งช่วงนั้นเป็นจุดเปลี่ยว และปลอดคน จึงเปิดประตูหลังเข้าไปนั่งในรถ ขณะที่เหยื่อกำลังจะสตาร์ตรถ ได้ใช้มีดที่พกมาจี้คอไว้ไม่ให้ขัดขืน
แต่ขณะที่เหยื่อกำลังจะขับผ่านป้อมยาม เกิดต่อสู้ขึ้นมา จึงใช้มีดจ้วงแทงเข้าที่ลำคอของเหยื่อ จนล้มฟุบกับพวงมาลัย จากนั้นผลักร่างเหยื่อไปที่เบาะด้านข้าง ส่วนตัวเองรีบปีนข้ามไปขับรถ ก่อนไปเปิดโรงแรมดังกล่าวเพื่อซ่อนศพ
นายทัศไนยให้การอีกว่า หลังจากซ่อนศพเสร็จ จึงกลับไปที่รถเพื่อนำไปขาย แต่รถเกิดสตาร์ตไม่ติด จึงตัดสินใจขึ้นรถแท็กซี่หลบหนี กระทั่งถูกจับกุมในที่สุด
หลังเกิดเหตุสลดดังกล่าว บช.น.จึงสั่งล้อมคอกคุมเข้มลานจอดรถห้างทั่วกรุง เฝ้าจับตาจุดเสี่ยง เพราะหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอยอีก พร้อมจัดกำลังสายตรวจเพิ่ม ให้ความรู้ รปภ.ห้างสังเกตบุคคลมีพิรุธ แต่ถ้าห้างรปภ.ไม่เพียงพอให้จัดตำรวจอาสาช่วยดูแล รวมถึงเตือนไปยังหญิงสาวและผู้ที่นำรถไปจอดตามห้างสรรพสินค้า ขณะเดินออกจากห้างให้มองรอบตัวว่า มีใครเดินตามมาในลักษณะที่ผิดปกติหรือไม่
เมื่อเดินมาถึงรถให้ตรวจสอบบริเวณรอบๆ อีกครั้ง ก่อนจะกดรีโมตเปิดประตู จากนั้นพอขึ้นรถแล้วให้รีบล็อกประตูทันที หากใครมาคนเดียวและซื้อของกลับไปเป็นจำนวนมาก ต้องทยอยเอาของใส่รถ สามารถเรียก รปภ.ให้เดินมาเป็นเพื่อน ช่วยดูแลความปลอดภัยได้
แล้วเหตุสลดก็เกิดซ้ำรอยขึ้นมาอีก เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ร.ต.ท.สุเมธ เพชรเรือน รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ฝ่ายสืบสวน พิสูจน์หลักฐานภูเก็ต และแพทย์นิติเวช ร.พ.วชิระภูเก็ต คุมตัวนายจิรศักดิ์ ยอดบำรุง อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดพังงา ไปตรวจสอบบริเวณข้างบ้านร้างใต้ต้นมะม่วง ภายในหมู่บ้านศรีสุชาติแกรนด์วิว 2 ซอย 12 ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต หลังเจ้าตัวถูกจับกุมและรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ และนำรถกับศพของเหยื่อมาจอดทิ้งไว้ที่จุดดังกล่าว
ที่เกิดเหตุเป็นที่เปลี่ยวมีบ้านร้าง ใต้ต้นไม้ใหญ่พบรถเก๋งนิสสัน สีทอง ทะเบียน กง 5311 ภูเก็ต จอดทิ้งอยู่ โดยประตูรถไม่ได้ล็อก
เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปภายในรถ พบศพหญิงสาวศีรษะทิ่มลงที่วางเท้า ขาชี้อยู่บนเบาะคนนั่ง สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นลายดอก นุ่งกางเกงขายาวสีดำ
เบื้องต้นเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน สภาพศพขึ้นอืด ผิวหนังบวมและเปลี่ยนสีแล้ว จึงไม่เห็นบาดแผลที่เด่นชัด
ภายในรถมีร่องรอยการต่อสู้ ไฟส่องสว่างที่ติดอยู่เพดานรถแตก พระที่ตั้งอยู่หน้ารถกระจัดกระจาย ในมือขวาของศพกำพระเครื่องหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดอยู่ 1 องค์
จึงนำศพออกจากรถแล้วนำส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง
จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ น.ส.อรทัย อายุพงศ์ หรือไกด์กลาง อายุ 56 ปี อาชีพไกด์บริษัทท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต และยังเป็นอุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน เป็นบุคคลที่ญาติได้แจ้งความไว้กับ สภ.วิชิต เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568
พล.ต.ต.สินเลิศระบุว่า ญาติ น.ส.อรทัย แจ้งคนหายไว้ที่ สภ.วิชิต เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยให้การว่าปกติ น.ส.อรทัยจะจอดรถไว้ที่ห้างโลตัส สาขาภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จากนั้นจะโดยสารรถยนต์ของบริษัทไปทำงานและกลับมาถึงห้างโลตัส ภูเก็ตในช่วงเวลาเย็น
หลังได้ข้อมูล ตำรวจไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของทางห้าง ปรากฏภาพเวลาประมาณ 16.47 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน หลังจาก น.ส.อรทัยกลับมาจากทำงานมาถึงห้างโลตัสภูเก็ตแล้ว น.ส.อรทัยได้เดินออกจากห้างไปขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีทอง ทะเบียน กง 5311 ภูเก็ต
ขณะเดินไปที่รถของตนนั้น มีคนร้ายเป็นชายเดินตาม น.ส.อรทัยไปที่รถ ขณะที่ น.ส.อรทัยกำลังเปิดประตูเข้าในรถ คนร้ายได้แอบเปิดประตูด้านหลังซ้ายเข้าไปรถ โดยอยู่ในรถกับผู้เสียชีวิตประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วจึงขับรถออกไป
ชุดสืบสวนไล่เช็กข้อมูลจนทราบว่าชายคนร้ายคือนายจิรศักดิ์ ยอดบำรุง อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดพังงา แต่มาทำงานที่ จ.ภูเก็ต โดยจะขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บน 6719 ภูเก็ต มาทำงานทุกวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนพบนายจิรศักดิ์ ขณะขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุอยู่บนถนนบายพาส บริเวณแยกบางคู ต.เกาะแก้ว จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถ ก่อนจับกุมตัวดำเนินคดี ข้อหา ฆ่าชิงทรัพย์ผู้อื่นและซ่อนเร้นอำพรางศพ
นายจิรศักดิ์ยอมรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายตามภาพวงจรปิดจริง โดยก่อเหตุรัดคอฆ่า น.ส.อรทัย เพราะมีหนี้สินมาก ไม่เคยรู้จักผู้ตายมาก่อน กระทั่งมาเห็นสร้อยคอทองคำที่ผู้ตายใส่อยู่จึงก่อเหตุ
โดยเมื่อขึ้นบนรถของ น.ส.อรทัย ได้ใช้เชือกรัดคอจน น.ส.อรทัยเสียชีวิต แล้วได้ลักสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พระเลี่ยมทอง 2 องค์ และกระเป๋าถือ สีแดง 1 ใบ
สร้อยคอทองคำได้นำไปขายที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัส ภูเก็ต ได้เงินจำนวน 48,420 บาท จากนั้นได้ขับรถเก๋งของ น.ส.อรทัย มาทิ้งไว้บริเวณซอยศรีสุชาติแกรนด์วิว 2 ซอย 12 โดยใช้เสื่อคลุมปิดศพซ่อนอำพรางศพบริเวณเบาะหน้าด้านซ้าย แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติจนมาถูกตำรวจจับดังกล่าว
เมื่อไม่มีมาตรการใดสามารถป้องกันภัยได้ 100% ลานจอดรถจึงยังเป็นสถานที่เสี่ยงอันตรายสำหรับหญิงสาวที่เดินทางเพียงลำพัง!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โจรลานจอดรถอีกแล้ว รัดคอฆ่าไกด์สาวใหญ่ ลงมืออุกอาจห้างภูเก็ต ซ้ำรอย ‘น้องยิ้ม’ คดีดัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly