โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หยุดยิงเปราะบาง “ไทย–เขมร” ยังเสี่ยงปะทะรอบ 3 ?

INN News

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 08.30 น. • INN News

แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา จะเพิ่งลงนามไปได้เพียง 10 วัน แต่สถานการณ์ชายแดน กลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุยิงปืน ค. จากฝั่งกัมพูชามาตกเข้ามาในอธิปไตยไทย ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า “เป็นอุบัติเหตุ” ซึ่งในทางทหาร การยิงปืน ค.ไม่ใช่อาวุธที่หลุดเป้าได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงหลังการหยุดยิงที่ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

โดยพลจัตวา นิด ณารง รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่ 4 ประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาคกัมพูชา - ไทย ทําหนังทําหนังสือส่งถึง กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่าเหตุระเบิดในพื้นที่มุมเบีย (ช่องบก) จ.พระวิหาร เกิดจากทหารกัมพูชาเผาขยะภายในฐานที่ตั้งในเขตอธิปไตยกัมพูชา ก่อนมีกระสุน DKZ ตกค้างระเบิด

ส่งผลให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 2 นายยืนยันเป็นอุบัติเหตุ พร้อมแสดงความเสียใจ และย้ำยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิงและการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีตามกรอบทวิภาคี

จากนั้นกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์ทันที ระบุสามารถควบคุมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้อย่างต่อเนื่อง กำลังพลมีความพร้อมและปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำไทยยึดมั่นข้อตกลง ใช้ความอดกลั้น และไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

โดยคาดหวังให้กัมพูชาสอบสวนเหตุการณ์อย่างจริงจัง กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำและประสานงานผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ชายแดนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ที่สำคัญเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบความจริงใจของข้อตกลงหยุดยิง แต่อาจกำลังเป็นสัญญาณเตือนว่า การปะทะรอบที่ 3 กำลังใกล้เข้ามา

โดยท่าทีของฝ่ายไทยถือว่าชัดเจนและแข็งกร้าวกว่าช่วงก่อนหน้า การประกาศเตือนว่า หากเกิดเหตุลักษณะนี้อีกไทยจะดำเนินการตอบโต้ถือเป็นการขีด “เส้นแดง” ทางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนนี่ไม่ใช่การเปิดศึกแต่เป็นการส่งสัญญาณว่าไทยจะไม่ยอมให้การละเมิดอธิปไตยถูกอธิบายว่าเป็นความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในทางความมั่นคงนี่คือการขยับจากโหมด “อดกลั้นเพื่อการทูตไปสู่การป้องปรามเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

แต่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ต่างหวั่นใจว่าจะเกิดเหตุปะทะรอบที่ 3 หลังเพิ่งได้กลับเข้าบ้าน ใช้ชีวิตตามปกติเพียงไม่นาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีการประเมินถึงโอกาสปะทะรอบที่ 3 ตรงกัน ว่า ในระยะสั้น โอกาสเกิดการปะทะรอบใหญ่ยังไม่สูงด้วยเหตุผลสำคัญ 4 ประการ

1.ต้นทุนทางการเมืองของกัมพูชาสูงมาก หากฝ่าฝืนหยุดยิงซ้ำ จะสูญเสียความชอบธรรมในเวทีอาเซียนและนานาชาติ

2.การตอบโต้ก่อนหน้านี้ของไทย ทำให้กัมพูชารับรู้ถึงต้นทุนของการยกระดับความขัดแย้ง

3.แรงกดดันจากประเทศที่สามที่ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งลุกลามในภูมิภาค

และ4.เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศยังเปราะบางการเปิดฉากปะทะรอบใหม่ จะกระทบเสถียรภาพภายในทันที

นอกจากนี้ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา นักวิชาการด้านความมั่นคง ได้ให้ความเห็นในประเด็นงบประมาณการปฏิบัติการทางทหารของไทยต่อกัมพูชา หลังประชาชนมีการตั้งคำถาม ที่ย้ำว่า “งบการรบไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน” แต่เป็น “ต้นทุนเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต” ตามหลัก Cost of Action ต้องต่ำกว่าการไม่ดำเนินการ

จากการประเมินตามมาตรฐานสากล งบการรบของไทยน่าจะอยู่ราว 2–3 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมค่าเคลื่อนกำลัง ซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ การคงสภาพพร้อมรบ การข่าว และการบังคับบัญชารวมถึงค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่ำกว่าความเสียหายหากปล่อยให้วิกฤตลุกลาม

ถือว่าคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์ เพราะไทยควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ รักษาอธิปไตยและความเชื่อมั่นของประเทศ พร้อมย้ำว่าตัวเลขเป็นการประมาณเชิงนโยบายตามหลักเศรษฐศาสตร์การทหาร ไม่ใช่งบบัญชีทางการ แต่สะท้อนการตัดสินใจที่จำเป็นและมีเหตุผลของรัฐในการปกป้องผลประโยชน์ชาติระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ เพราะความเสี่ยงปะทะชายแดนยังไม่หมดไป เพราะข้อตกลงหยุดยิง ยังขาดกลไกควบคุมภาคสนามที่เข้มแข็ง ขณะที่กำลังทหารระดับแนวหน้าอาจเผชิญแรงกดดันหรือความเข้าใจไม่ตรงกัน โอกาสเกิดเหตุปะทะจากความผิดพลาดหรือการยั่วยุก็ยังคงมีอยู่

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...