โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SME D Bank รับนโยบายกระทรวงอุตฯเปิด “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” อัดฉีด 3 หมื่นล้าน อุ้ม SMEs

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 07.55 น.

“ธนกร” รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ประกาศภารกิจใหม่ไม่จำกัดแค่ดูแลโรงงานขนาดใหญ่ แต่ต้องช่วย SMEs “อยู่รอด” และ “ปรับโครงสร้างธุรกิจ” สั่ง SME D Bank เปิด “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” เติมทุนเสริมสภาพคล่อง 3 หมื่นล้านบาท พร้อม “เติมความรู้” และ “แก้หนี้” ยั่งยืนรับลูกนโยบาย Quick Big Win รัฐบาลอนุทิน

12 พฤศจิกายน 2568 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ขับเคลื่อนนโยบาย ฝ่า ฟัน ดึง ดัน หนุน SMEs” โดยระบุว่า ภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมในปัจจุบันได้ขยายขอบเขตจากเพียงการดูแลอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และโรงงานเท่านั้น แต่ต้องให้การสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถ “อยู่รอด” ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน และ “ปรับโครงสร้างธุรกิจ” เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนดนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ภายใต้ชื่อ “ฝ่า ฟัน ดึง ดัน” เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

  • ฝ่า: การฝ่าวิกฤตความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกและปัญหามาตรการภาษี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องของ SMEs โดยเน้นการเสริมสภาพคล่องทางการเงินเป็นหลัก
  • ฟัน: การจัดระเบียบอุตสาหกรรมใหม่ โดยยอมรับว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อเข้าตรวจสอบและสั่งปิดโรงงานที่กระทำผิดกฎหมายชั่วคราวไปแล้วกว่า 20 แห่งภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน เพื่อให้โอกาสในการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ดึง: การดึงดูดการลงทุนสมัยใหม่เข้าสู่ประเทศ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม BCG และพลังงานสะอาด
  • ดัน: การผลักดันอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาลภายใต้นโยบาย Quick Big Win ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนในระยะสั้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในระยะยาว และสร้างการกระจายตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

รมว.อุตสาหกรรม เน้นย้ำว่า SMEs เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยปัจจุบันมี SMEs กว่า 3 ล้านราย สร้างการจ้างงานรวม 13 ล้านคน และมีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและความผันผวนทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่ SMEs จะยังคงเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักของ SMEs ส่วนใหญ่คือการขาดสภาพคล่องและไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ หลังเข้ารับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อปรับปรุงนโยบายและเงื่อนไขการให้สินเชื่อ เพื่อให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งนำมาสู่การเปิดตัว “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ทั้งด้านการเงินและการพัฒนาศักยภาพ

อย่างไรก็ดีรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกและมาตรการภาษีระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของ SMEs โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบาย Quick Win และ Big Win ที่ถือว่ามาถูกทาง

สำหรับภาค SMEs ได้มีการหารือกับ SME D Bank เพื่อจัดทำโครงการ “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” โดยมีการเติมทุนด้วยวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 30,000 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเสริมความรู้และทักษะ (Up Skill/Re-Skill) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการแก้หนี้อย่างยั่งยืน โดยยอมรับว่า SMEs ส่วนใหญ่มีภาระหนี้สิน ดังนั้นจึงต้องมีแนวทางการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน และพร้อมให้คำปรึกษาแก่ SMEs ที่ไม่มีศักยภาพในการกู้ยืม เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจต้องล้มหายตายจากไป ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการประคองเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้

SME D Bank ชู “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” ด้วย “3 เติม” พาถึงเงินทุน-ความรู้-แก้หนี้ยั่งยืน

นายเดชา จตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีภารกิจหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้เข้าถึงแหล่งทุนและการพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

การเปิด “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” ครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสร้างความยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ฝ่า ฟัน ดึง ดัน ของ รมว.อุตสาหกรรม และนโยบาย Quick Win และ Big Win ของรัฐบาล โดยหัวใจสำคัญคือการผนึกกำลังของหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชนกว่า 15 แห่ง เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs อย่างดีที่สุด

ด้าน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวเสริมว่า “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” เปิดให้บริการ ณ สาขาของ SME D Bank ทั้ง 96 สาขาทั่วประเทศ โดยมีจุดเด่นคือการรวมศักยภาพของหน่วยงานพันธมิตรเข้าไว้ในรูปแบบ One Stop Service เพื่อความช่วยเหลือที่เป็นระบบ รวดเร็ว และติดตามผลได้ต่อเนื่อง โดยให้บริการ 3 ด้านสำคัญ ดังนี้:

1. “เติมทุน” (สินเชื่อพิเศษ)

สนับสนุนผู้ประกอบการ SME เข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลงทุน หรือยกระดับกิจการ ผ่านโครงการสินเชื่อ เช่น:

  • สินเชื่อ “SME Green Productivity”: วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการติดตั้งเครื่องจักรหรือระบบพลังงานสะอาด
  • สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME”: วงเงินสูงสุด 1.5 แสนล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งทุนเสริมสภาพคล่อง หรือการเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ โดยอาจไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • สินเชื่อ “Beyond SME”: วงเงินกู้ 15 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนการต่อยอด เพิ่มศักยภาพการลงทุน และเสริมสภาพคล่อง

2. “เติมความรู้” (พัฒนาธุรกิจดิจิทัล)

พัฒนาธุรกิจแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และเชื่อมโยงขีดความสามารถของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการในรูปแบบ Total Solution โดยมีฟีเจอร์สำคัญ เช่น:

  • ระบบ “Business Health Check” ตรวจสุขภาพทางธุรกิจ
  • ระบบ “E-Learning” รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ
  • ระบบ “SME D Activity” สำหรับเข้าร่วมกิจกรรมเติมความรู้
  • ระบบ “SME D Coach” บริการโค้ชและที่ปรึกษาธุรกิจมืออาชีพ
  • ระบบ “SME D Market” ช่วยขยายตลาดด้วย E-marketplace
  • ระบบ “SME D Privilege” มอบสิทธิประโยชน์และเครื่องมือเสริมแกร่งธุรกิจ

3. “เติมโอกาส” (แก้ไขหนี้อย่างยั่งยืน)

ดูแลและฟื้นฟูกิจการกลุ่มเปราะบางด้วยมาตรการ “3 ลด ปลดหนี้” ได้แก่:

  • ลดผ่อน: ปรับวงเงินการผ่อนชำระให้สอดคล้องกับความสามารถของกิจการ
  • ลดเงินต้น: ปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
  • ลดดอกเบี้ยค้างชำระ: เพื่อลดภาระทางการเงินและสร้างโอกาสในการพลิกฟื้นกิจการ

“เราเชื่อว่าศูนย์ฝ่าฟันดัน SME จะเป็นส่วนสำคัญในการเติมศักยภาพให้ SME อยู่รอดและต่อยอด เติบโตอย่างมั่นคง โดยพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งจากความสามารถของลูกค้าแต่ละราย ความเดือดร้อน และกติกาที่เกี่ยวข้อง หากลูกค้าต้องการแก้ไขหรือฟื้นฟูกิจการ เราพร้อมที่จะหารือและหาแนวทางในการช่วยเหลือ เพื่อให้ SME อยู่รอดอย่างมั่นคงแข็งแรง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล”นายพิชิตกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...