โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

L&E คว้างานใหม่เติม Backlog สุดสตรอง! 1,200 ลบ. ปิดงบ Q3 โกยรายได้จากการขายและให้บริการ 676 ลบ. ทำกำไร 12.9 ลบ.

Wealthy Thai

อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 18.12 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 03.29 น.

บมจ. ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E) ตอกย้ำศักยภาพ Lighting Solution Provider เผยโค้งสุดท้ายปี 68 ฟื้นตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) แข็งแกร่งอยู่ที่กว่า 1,200 ลบ. นำโดยโครงการปรับปรุงระบบแสงสว่างในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์ รวมทั้ง รับเมกะเทรนด์ Data Center และ Smart Infrastructure พร้อมชูนวัตกรรมใหม่จากโรงงาน LES มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น พร้อมคุมต้นทุนเยี่ยม หนุน Q3/68 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 676 ลบ. และมีกำไรสุทธิ 12.9 ลบ. ด้านผู้บริหารมั่นใจ ภาพรวมทั้งปีตัวเลขเป็นบวก
นายอนันต์ กิตติวิทยากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E ผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายโคมไฟและอุปกรณ์แสงสว่างรายใหญ่ของไทยและอาเซียน เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของปี ยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าบริหารจัดการอย่างรอบคอบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว พร้อมรองรับงานโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้า และโอกาสการเติบโตในตลาดโครงการ (Project) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยงานใหม่ที่ได้รับในปีนี้กระจายตัวในหลากหลายกลุ่ม อาทิ งานปรับปรุงห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์สโตร์ เช่น ในกลุ่มเซ็นทรัล, บิ๊กซี, โลตัส รวมถึงโครงการเมกะเทรนด์อย่าง Data Center Huawei ระยอง งานภาครัฐ และกลุ่มสินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญความท้าทาย ทั้งจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ และการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้า กระทบช่องทางจัดจำหน่ายทั้งตลาดค้าส่งและค้าปลีก ส่งผลต่อยอดขายในกลุ่ม Manufacturing Products แต่ L&E ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการอย่างยืดหยุ่น
ขณะที่ โรงงาน LES ภายใต้ บริษัท แอล แอนด์ อี โซลิดสเตท จำกัด บริษัทย่อยของ L&E ซึ่งเป็นดาวรุ่งในการผลิตสินค้าแสงสว่าง มีบทบาทสำคัญในการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น จากอานิสงส์ความยืดเยื้อสงครามการค้าสหรัฐฯ และการที่โรงงานต่างๆ ย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย เป็นโอกาสของ LES นำความรู้ความเชี่ยวชาญต่อยอดผลิตสินค้านวัตกรรม เช่น ระบบแจ้งเตือนการโจรกรรมสายไฟแบบเรียลไทม์ Smart Cable Shield Real-time Monitor System หลอด LED ดักแมลง insect trap มาแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์เดิม เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ภาพรวมในปี 2568 แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกรอบด้าน L&E ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง โดยในไตรมาส 3/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 12.9 ล้านบาท ลดลงเพียง 1.1 ล้านบาท หรือ 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 676 ล้านบาท ลดลง 6% นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร และดอกเบี้ยจ่ายรวมลดลง 5.5 ล้านบาท หรือ 3% จากการปรับลดการกู้ยืมและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับรายได้ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ลดลงอีก 7.9 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมภาพรวมของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ได้เป็นอย่างดี
ในด้านรายได้ แม้ยอดขายรวมลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลต่อโครงการก่อสร้างอาคารสูง รวมถึงการฟื้นตัวช้าของภาคค้าปลีก และการเลื่อนการส่งมอบโครงการบางส่วนออกไปเป็นไตรมาส 4 และต้นปี 2569 แต่ L&E ยังคงสามารถรักษาการเติบโตในกลุ่มสินค้า Manufacturing Focus ได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็น Flagship Products ที่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้ ทั้งในด้านคุณภาพและต้นทุน
อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศยังอยู่ระหว่างรอการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าจากปลายทาง ทำให้การจำหน่ายยังไม่สามารถเร่งตัวได้เต็มที่ ขณะเดียวกันราคาขายต่อหน่วยของสินค้าในบางกลุ่มยังถูกกดดันจากการแข่งขัน แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
“ภาพรวมไตรมาส 3 ปีนี้ L&E ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง แต่ยังคงไม่สามารถทดแทนการชะลอตัวทั้ง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ คาดการณ์ยอดขายรวมทั้งปีจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ โรงงาน LEM & LES สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กร คาดว่าจะส่งผลให้กำไรสุทธิรวม consolidated ปี 2568 จะพลิกกลับมาเป็นบวกใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เรามองปี 2569 ด้วยความพร้อมทั้งในด้านต้นทุน เทคโนโลยี และทีมงานที่เข้มแข็ง โดยจะเดินหน้ารุกตลาดในประเทศและต่างประเทศอย่างเต็มศักยภาพ รับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแสงสว่าง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Lighting Solution Provider แบบครบวงจร ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...