โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กินยาคุมกำเนิดนาน ๆ อันตรายเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่?

PPTV HD 36

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กินยาคุมกำเนิดติดต่อกันนาน ๆ จะเป็นอันตราย เสี่ยง “มะเร็งเต้านม” จริงหรือไม่ ? ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ?

ยาคุมกำเนิด คือยาที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการตกไข่ ทำให้เยื่อบุมดลูกไม่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นขึ้น ป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ ทั่วไป “การกินยาคุมกำเนิดในระยะยาว” ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากรับประทานอย่างถูกวิธี ภายใต้การดูแลของแพทย์ และไม่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตอาการและตรวจสุขภาพเป็นระยะ เพราะผลข้างเคียงและความเหมาะสมของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

ตรวจระดับวิตามิน เทรนด์ดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ปลอดภัย แก้ตรงจุด!

แพทย์แนะ 7 วิธีลดอาการภูมิแพ้กำเริบหน้าหนาว อากาศเย็น

ผลดีที่เกิดขึ้น

  • รอบเดือนสม่ำเสมอ ปวดประจำเดือนน้อยลง
  • ผิวพรรณดีขึ้น ลดสิว
  • ลดความเสี่ยง “มะเร็งเยื่อบุมดลูก” และ “มะเร็งรังไข่”
  • ลดภาวะซีสต์ในรังไข่บางชนิด

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

  • น้ำหนักตัวเพิ่มเล็กน้อยหรือบวมน้ำ
  • คลื่นไส้ คัดเต้านม อารมณ์แปรปรวน
  • เสี่ยงต่อ “ลิ่มเลือดอุดตัน” ในผู้ที่สูบบุหรี่หรืออายุมากกว่า 35 ปี
  • หากหยุดยาคุมทันทีอาจทำให้รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอในช่วงแรก

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาคุมระยะยาว

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ผู้ที่มีประวัติมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งที่เกี่ยวกับฮอร์โมน

กินยาคุมไปนาน ๆ เสี่ยง “มะเร็งเต้านม” จริงหรือ?

ประเด็นนี้เป็นคำถามยอดฮิตของผู้หญิงหลายคน โดยผลการศึกษาทางการแพทย์พบว่า การใช้ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Estrogen + Progesterone) ติดต่อกันนานหลายปี อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเล็กน้อยขณะใช้อยู่ ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเล็กน้อยในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือ ใช้ยาคุมเกิน 5 ปีขึ้นไป แต่เมื่อหยุดใช้ยาไปแล้ว ความเสี่ยงนี้จะค่อย ๆ ลดลงจนกลับมาใกล้เคียงกับคนทั่วไปภายในประมาณ 5–10 ปี

ยาคุมกำเนิดมีข้อดีด้านอื่นที่ชัดเจน เช่น ลดความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ และมะเร็งเยื่อบุมดลูก หรือลดการเกิดซีสต์ในรังไข่ และช่วยควบคุมรอบเดือนให้สม่ำเสมอได้

ดังนั้น ผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาวควร ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ยาคุมชนิดที่มีโปรเจสเตอโรนเดี่ยว หรือวิธีคุมกำเนิดแบบไม่ใช้ฮอร์โมนแทน

คำแนะนำจากแพทย์

  • ตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน
  • ตรวจอัลตราซาวด์หรือแมมโมแกรมปีละครั้ง (โดยเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป)
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น คลำพบก้อน เจ็บเต้านม หรือมีของเหลวไหลจากหัวนม ควรรีบพบแพทย์

ถ้าหยุดยาคุมหลังจากกินมานาน จะมีผลข้างเคียงไหม?

บางคนอาจมีอาการ “รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ” ชั่วคราว หรือสิวกลับมาในช่วงแรก แต่ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับสมดุลภายใน 1–3 เดือน และสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติเมื่อหยุดยา

กินยาคุมกำเนิดนาน ๆ จะเป็นหมันไหม?

ไม่จริง ยาคุมไม่ได้ทำให้เป็นหมัน หลังหยุดยา รังไข่จะกลับมาทำงานตามปกติ สามารถตั้งครรภ์ได้ในระยะเวลาไม่นาน ยกเว้นบางรายที่มีภาวะมีบุตรยากอยู่แล้ว

ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้างหากใช้ยาคุมต่อเนื่องหลายปี?

ควรตรวจสุขภาพสตรีปีละ 1 ครั้ง เช่น ตรวจเต้านม ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูก และวัดความดันโลหิต เพื่อประเมินผลข้างเคียงของฮอร์โมนและปรับสูตรยาคุมให้เหมาะสม

การกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องเป็นเวลานานไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยตรง หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเลือกสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดหัวมาก เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หรือเลือดออกผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก :โรงพยาบาลพญาไท 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...