โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

JCB โฟกัสลูกค้าพรีเมียมยอดใช้จ่ายสูง ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 30%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 07.06 น.

JCB เล็งขยายฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมรายได้สูง พบยอดใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่าลูกค้าทั่วไป 1.5 เท่า และเติบโตดีกว่า 26% ในช่วง 10 เดือนแรกปี 68 ตั้งเป้าขยายสัดส่วนเป็น 30% ของพอร์ตใน 3 ปี

2 ธ.ค. 2568 - นายยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (JCB) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาพรวมภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวในปี 2568 ที่ตลาดบัตรเครดิตโดยรวมทรงตัว แต่ JCB ยังสามารถเติบโตได้สะท้อนจากผลประกอบการในช่วง 10 เดือนแรกของปีที่จำนวนผู้ถือบัตรใหม่ (New Card Acquisition) และยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรยังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ดีกลุ่มตลาดพรีเมียมของ JCB ยังคงเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีจำนวนผู้ถือบัตรใหม่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าและยอดใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมาจากเอกสิทธิ์พิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม

“ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ JCB โดยเกณฑ์รายได้ของลูกค้ากลุ่มนี้จะอยู่ในระดับ Mass Affluent ซึ่งปัจจุบันพบว่าการใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมจะมากกว่าลูกค้าทั่วไป 1.5 เท่าและมีสัดส่วนราว 15 – 20% ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวม ซึ่ง JCB มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนของผู้ถือบัตรในกลุ่มพรีเมียมเป็น 30% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า”

นายยูสุเกะ กล่าวอีกว่า ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่างประเทศ (Cross-border Spending) ยังเป็นแรงส่งที่สำคัญโดยเฉพาะการใช้จ่ายในญี่ปุ่นมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด จากข้อมูลของ JCB ระบุว่า 5 ประเทศยอดนิยมที่ผู้ถือบัตร JCB คนไทยใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี, ไต้หวัน, ฮ่องกง และ จีน โดยญี่ปุ่นยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปี 2568 จำนวนผู้ถือบัตร JCB ชาวไทยไปใช้ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 20% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเพียง 7% (อ้างอิงจาก JNTO) โดยมีการใช้จ่ายต่อบัตรในญี่ปุ่นเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5% ซึ่ง JCB ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการใช้จ่ายต่อบัตรให้เป็น 10% ในอนาคต โดยส่วนหนึ่งมาจากการขยายฐานบัตรในกลุ่มพรีเมียมที่นิยมท่องเที่ยวและมีการใช้จ่ายสูง

สำหรับหมวดการใช้จ่ายยอดนิยมในญี่ปุ่น ได้แก่ ร้านค้าปลีก ร้านเครื่องแต่งกาย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และ ร้านอาหาร โดยผู้ถือบัตรมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าหรู (Luxury) มาเป็นสินค้าท้องถิ่นและของเฉพาะถิ่นมากขึ้น นอกจากนี้พบว่าผู้ถือบัตร JCB หลังเดินทางกลับไทยยังใช้บัตรต่อเนื่องในหมวดร้านอาหารและเดลิเวอรี สะท้อนว่าผู้ถือบัตรใช้บัตร JCB ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และการใช้จ่ายแบบไม่ใช้บัตรทั้งผ่าน QR Code และ e-wallets มีการเติบโตค่อนข้างมาก

ซึ่งจากการขยายจุดรับชำระ ทำให้การใช้บัตรในธุรกรรมผ่านแอปเดลิเวอรี เติบโต 16% ธุรกรรมในร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น 23% โดยเฉพาะธุรกรรมในหมวดการเดินทางและคมนาคมเติบโตถึง 33% จากระบบทางด่วนแบบแตะจ่าย (Tap-to-Pay)

“แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 JCB มีมุมมองในเชิงลบ จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวช้าและมีปัจจัยท้าทายจากเรื่องหนี้ครัวเรือนที่สูง และยังคงคาดการณ์ในภาพรวมได้ค่อนข้างยาก แต่ JCB ยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจในปี 2569”

อย่างไรก็ดีผู้บัตร JCB ในประเทศไทยมีราว 2 ล้านราย ที่สมัครผ่าน 5 ธนาคารชั้นนำของประเทศไทย : บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน), บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยาจำกัด และเคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

นางสาวพลอยภาวัน เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารการตลาดบริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อสานต่อความสำเร็จและสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย JCB เดินหน้าธุรกิจด้วย
กรอบกลยุทธ์หลัก "RISE" ซึ่งประกอบด้วย:

  • R-Redefined Targeting : ขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มพรีเมียม โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่ม
  • I - Impactiul Branding : สร้างแบรนด์ด้วยคุณค่า เพื่อเพิ่มการรับรู้และความเชื่อมั่นในแบรนด์ JCB
  • S - Superior Privileges : มอบสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้ถือบัตร
  • E - Ecosystem Collaboration : สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างอีโคชิสเต็มในการใช้

นอกจากนี้ยังเปิดตัวแบรนด์คอนเซปต์ใหม่ "JCB SAY HAI" พลังแห่งการให้ในทุกความสัมพันธ์ภายใต้กลยุทธ์ ที่ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง "พลังแห่งการให้" (The Power of Giving) ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของแบรนด์ โดยแนวคิดนี้สื่อถึง "การให้" ในสามมิติของภาษา ได้แก่

  • ให้ (ภาษาไทย : Giving) : มอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่จับต้องได้
  • Hi (ภาษ9าอังกฤษ : Greeting & Connection) : สื่อถึงความเป็นมิตรและการเข้าถึงง่ายของแบรนด์
  • はい (ภาษาญี่ปุ่น : Yes / Acceptance) : ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความใส่ใจและการบริการด้วยใจแบบญี่ปุ่น

“ด้วยจุดยืนดังกล่าว แบรนด์คอนเซปต์ใหม่จึงสะท้อนตัวตนและจิต วิญญาณของเรา JCB คือแบรนด์ที่พร้อม 'SAY HA' กับลูกค้าเสมอ พร้อมมอบโปรโมชัน เอกสิทธิ์ และประสบการณ์พิเศษใน ทุกการเดินทาง”

ล่าสุดนี้JCB ได้เปิดตัว แคมเปญ "JCB ลุ้นเปย์ไป JAPAN Season 2" ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 - 26 กุมภาพันธ์ 2569 เชิญชวนผู้ถือบัตร JCB เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 500 บาท/เซลล์สลิป ลงทะเบียนรับ 1 สิทธิ์ ลุ้นทริป ญี่ปุ่น มูลค่ารางวัลละ 200,000 บาท หรือ Voucher มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท รวม 165 รางวัล มูลค่ารวม 3.75 ล้านบาท

“เราอยากขอบคุณผู้ถือบัตรทุกคนของเราผ่านแคมเปญนี้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลุ้นไปสัมผัสกับเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นบ้านของ JCB”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...