JCB โฟกัสลูกค้าพรีเมียมยอดใช้จ่ายสูง ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 30%
JCB เล็งขยายฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมรายได้สูง พบยอดใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่าลูกค้าทั่วไป 1.5 เท่า และเติบโตดีกว่า 26% ในช่วง 10 เดือนแรกปี 68 ตั้งเป้าขยายสัดส่วนเป็น 30% ของพอร์ตใน 3 ปี
2 ธ.ค. 2568 - นายยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (JCB) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาพรวมภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวในปี 2568 ที่ตลาดบัตรเครดิตโดยรวมทรงตัว แต่ JCB ยังสามารถเติบโตได้สะท้อนจากผลประกอบการในช่วง 10 เดือนแรกของปีที่จำนวนผู้ถือบัตรใหม่ (New Card Acquisition) และยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรยังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ดีกลุ่มตลาดพรีเมียมของ JCB ยังคงเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีจำนวนผู้ถือบัตรใหม่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าและยอดใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมาจากเอกสิทธิ์พิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
“ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ JCB โดยเกณฑ์รายได้ของลูกค้ากลุ่มนี้จะอยู่ในระดับ Mass Affluent ซึ่งปัจจุบันพบว่าการใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมจะมากกว่าลูกค้าทั่วไป 1.5 เท่าและมีสัดส่วนราว 15 – 20% ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวม ซึ่ง JCB มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนของผู้ถือบัตรในกลุ่มพรีเมียมเป็น 30% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า”
นายยูสุเกะ กล่าวอีกว่า ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่างประเทศ (Cross-border Spending) ยังเป็นแรงส่งที่สำคัญโดยเฉพาะการใช้จ่ายในญี่ปุ่นมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด จากข้อมูลของ JCB ระบุว่า 5 ประเทศยอดนิยมที่ผู้ถือบัตร JCB คนไทยใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี, ไต้หวัน, ฮ่องกง และ จีน โดยญี่ปุ่นยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในปี 2568 จำนวนผู้ถือบัตร JCB ชาวไทยไปใช้ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 20% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเพียง 7% (อ้างอิงจาก JNTO) โดยมีการใช้จ่ายต่อบัตรในญี่ปุ่นเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5% ซึ่ง JCB ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการใช้จ่ายต่อบัตรให้เป็น 10% ในอนาคต โดยส่วนหนึ่งมาจากการขยายฐานบัตรในกลุ่มพรีเมียมที่นิยมท่องเที่ยวและมีการใช้จ่ายสูง
สำหรับหมวดการใช้จ่ายยอดนิยมในญี่ปุ่น ได้แก่ ร้านค้าปลีก ร้านเครื่องแต่งกาย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และ ร้านอาหาร โดยผู้ถือบัตรมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าหรู (Luxury) มาเป็นสินค้าท้องถิ่นและของเฉพาะถิ่นมากขึ้น นอกจากนี้พบว่าผู้ถือบัตร JCB หลังเดินทางกลับไทยยังใช้บัตรต่อเนื่องในหมวดร้านอาหารและเดลิเวอรี สะท้อนว่าผู้ถือบัตรใช้บัตร JCB ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และการใช้จ่ายแบบไม่ใช้บัตรทั้งผ่าน QR Code และ e-wallets มีการเติบโตค่อนข้างมาก
ซึ่งจากการขยายจุดรับชำระ ทำให้การใช้บัตรในธุรกรรมผ่านแอปเดลิเวอรี เติบโต 16% ธุรกรรมในร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น 23% โดยเฉพาะธุรกรรมในหมวดการเดินทางและคมนาคมเติบโตถึง 33% จากระบบทางด่วนแบบแตะจ่าย (Tap-to-Pay)
“แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 JCB มีมุมมองในเชิงลบ จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวช้าและมีปัจจัยท้าทายจากเรื่องหนี้ครัวเรือนที่สูง และยังคงคาดการณ์ในภาพรวมได้ค่อนข้างยาก แต่ JCB ยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจในปี 2569”
อย่างไรก็ดีผู้บัตร JCB ในประเทศไทยมีราว 2 ล้านราย ที่สมัครผ่าน 5 ธนาคารชั้นนำของประเทศไทย : บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน), บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยาจำกัด และเคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
นางสาวพลอยภาวัน เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารการตลาดบริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อสานต่อความสำเร็จและสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย JCB เดินหน้าธุรกิจด้วย
กรอบกลยุทธ์หลัก "RISE" ซึ่งประกอบด้วย:
- R-Redefined Targeting : ขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มพรีเมียม โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่ม
- I - Impactiul Branding : สร้างแบรนด์ด้วยคุณค่า เพื่อเพิ่มการรับรู้และความเชื่อมั่นในแบรนด์ JCB
- S - Superior Privileges : มอบสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้ถือบัตร
- E - Ecosystem Collaboration : สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างอีโคชิสเต็มในการใช้
นอกจากนี้ยังเปิดตัวแบรนด์คอนเซปต์ใหม่ "JCB SAY HAI" พลังแห่งการให้ในทุกความสัมพันธ์ภายใต้กลยุทธ์ ที่ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง "พลังแห่งการให้" (The Power of Giving) ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของแบรนด์ โดยแนวคิดนี้สื่อถึง "การให้" ในสามมิติของภาษา ได้แก่
- ให้ (ภาษาไทย : Giving) : มอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่จับต้องได้
- Hi (ภาษ9าอังกฤษ : Greeting & Connection) : สื่อถึงความเป็นมิตรและการเข้าถึงง่ายของแบรนด์
- はい (ภาษาญี่ปุ่น : Yes / Acceptance) : ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความใส่ใจและการบริการด้วยใจแบบญี่ปุ่น
“ด้วยจุดยืนดังกล่าว แบรนด์คอนเซปต์ใหม่จึงสะท้อนตัวตนและจิต วิญญาณของเรา JCB คือแบรนด์ที่พร้อม 'SAY HA' กับลูกค้าเสมอ พร้อมมอบโปรโมชัน เอกสิทธิ์ และประสบการณ์พิเศษใน ทุกการเดินทาง”
ล่าสุดนี้JCB ได้เปิดตัว แคมเปญ "JCB ลุ้นเปย์ไป JAPAN Season 2" ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 - 26 กุมภาพันธ์ 2569 เชิญชวนผู้ถือบัตร JCB เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 500 บาท/เซลล์สลิป ลงทะเบียนรับ 1 สิทธิ์ ลุ้นทริป ญี่ปุ่น มูลค่ารางวัลละ 200,000 บาท หรือ Voucher มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท รวม 165 รางวัล มูลค่ารวม 3.75 ล้านบาท
“เราอยากขอบคุณผู้ถือบัตรทุกคนของเราผ่านแคมเปญนี้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลุ้นไปสัมผัสกับเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นบ้านของ JCB”