โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มในอินโดนีเซียมากกว่า 400 ราย

JS100

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 15.04 น. • JS100:จส.100
มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มในอินโดนีเซียมากกว่า 400 ราย

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มบนเกาะสุมาตราเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 442 ราย และมีผู้ประสบภัยมากกว่า 300 ราย อพยพประชาชนจำนวนมากออกจากพื้นที่เสี่ยง ถนนสายหลักถูกตัดขาด และอินเทอร์เน็ตกับไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น

มรสุมที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากพายุโซนร้อนทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายร้อยคนในมาเลเซียและไทย มีผู้ได้รับผลกระทบหลายล้านคนทั่วภูมิภาค

อิทธิพลจากพายุโซนร้อนทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมครั้งใหญ่บนเกาะสุมาตรา อาคารบ้านเรือนหลายหลังถูกพัดหาย และอีกหลายพันหลังจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่สภาพอากาศเลวร้ายยังทำให้การกู้ภัยมีอุปสรรค ซึ่งชาวบ้านในจังหวัดอาเจะห์ เปิดเผยว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและพัดพาทุกสิ่งหายไป แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีประชาชนหลายหมื่นคนที่อพยพออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายร้อยคนที่รอคอยความช่วยเหลือ

นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่าสภาพอากาศที่เลวร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นโคโตะ ซึ่งพัดผ่านประเทศฟิลิปปินส์และกำลังมุ่งหน้าสู่เวียดนาม ประกอบกับพายุไซโคลนเซนยาร์ในช่องแคบมะละกา

ฤดูมรสุมประจำปีของภูมิภาคนี้ โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งจะมีฝนตกหนัก เมื่อประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าจะเกิดพายุบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น มีฝนตกหนักขึ้น น้ำท่วมฉับพลัน และลมแรงขึ้น

#น้ำท่วมอินโดนีเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...