โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กวาดล้างครั้งใหญ่! สตม. รวบ4 คดีอาชญากรข้ามชาติ หนีคดีฉ้อโกง 2.8 พันล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.57 น.

สตม. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหากระทำผิดในคดีสำคัญหนีกบดานในไทย จำนวน 4 คดี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. และพ.ต.ท.ดุสิต ภูหงษ์เพชร รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่การกระทำผิดในคดีสำคัญหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จำนวน 4 คดี

โดยคดีแรก สตม.รวบจีนเทาหลอกสถาบันการเงิน สูญเงิน 2,800 ล้านบาท หนีกบดานไทย

พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. กล่าวว่า สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ขอความร่วมมือ สตม. ให้สืบสวนจับกุมและส่งกลับ ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ชื่อ MR.PAN (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สัญชาติจีน ซึ่งกระทำความผิดฐาน ประกอบ ธุรกิจผิดกฎหมาย โดย MR.PAN ได้ร่วมกันกับพวกเพื่อตั้งกลุ่มหลอกลวงประชาชนชาวจีน โดยแอบอ้างมีธุรกิจ อุตสาหกรรมที่มีผลประกอบการดี เพื่อนำไปกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ปล่อยกู้อย่างผิดกฎหมาย รวมจำนวนเงิน 560 ล้านหยวน (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) และมีกำไรเกิดขึ้นอย่างผิดกฎหมายมากกว่า 80 ล้านหยวน (400 ล้านบาท) ซึ่งหน่วยสืบสวนอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเชี่ยงไฮ้ ได้ทำการสืบสวนและขออนุมัติหมายจับ MR.PAN กับพวก เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2567 ในความผิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจลักษณะผิดกฎหมาย แต่ปรากฏว่า MR.PAN ได้หลบหนีออกนอกประเทศ จีนมายังประเทศไทยก่อนหน้าที่จะมีการออกหมายจับแล้ว

ทางกองบังคับการสืบสวนสอบสวน โดย กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ทำการสืบสวนติดตามตัว MR.PAN ผู้ต้องหาตามหมายจับประเทศจีนดังกล่าว พบว่าได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 25 พ.ค.67 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และไม่มีการต่อวีซ่าคาดว่าเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามตัวจากทางการไทยและจีนจนปัจจุบันวีซ่าได้หมดอายุแล้ว จากการตรวจสอบพบข้อมูลการแจ้งที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จว.ชลบุรี จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่หาข่าว จนทราบว่า MR.PAN หลบซ่อนตัวอยู่กับแฟนสาวในร้านทำเล็บแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา จึงได้เฝ้าสังเกตุการณ์ร้านทำเล็บดังกล่าวเป็นเวลากว่า 3 เดือน จนมั่นใจว่า MR.PAN หลบซ่อนตัวอยู่ในร้านทำเล็บดังกล่าว จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและพบตัว MR.PAN อยู่ภายในร้านดังกล่าวจริง สอบถามยอมรับว่าเป็นชาวจีนตามหมายจับ ดังกล่าวจริง แต่ไม่ให้การในเรื่องการกระทำผิดในประเทศจีน เบื้องต้น จึงได้จับกุม MR.PAN ในความผิด เป็นคนต่างด้าว

คดีที่ 2 สตม.รวบ 3 มังกรจีนแก๊งค้ามนุษย์หลอกเพื่อนร่วมชาติไปเป็นคอลเซ็นเตอร์

พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ประสานข้อมูลให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ช่วยสืบสวนติดตามตัว MR.YANG (นามสมมติ) อายุ 31 ปี และ MR.ZHANG ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงชาวจีนไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักษณะเป็นการค้ามนุษย์ โดยเมื่อช่วง ธ.ค.2567 ถึง ก.ค.2568 MR.YANG (นามสมมติ) และ MR.ZHANG (นามสมมติ) ร่วมกับกลุ่มของผู้ต้องหาชาวจีนอีก 11 คน หลอกลวงเหยื่อชาวจีนไปทำงานกับแก้งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมาและกัมพูชา โดยอ้างว่าสามารถเปิดบัตรเครดิตต่างประเทศและกดเงินสดออกมาได้โดยไม่ต้องชำระเงิน แต่ต้องเดินทางออกนอกประเทศไปเปิดการใช้บัตรเครดิตก่อน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะพาไป ที่บริเวณชายแดนมณฑลยูนนาน และกวางซี จากนั้นจะมีกลุ่มช่วยเหลือหลบหนีข้ามชายแดน และจะพาตัวไปยังฐานการหลอกลวงในเมียนมา และกัมพูชา

จากนั้นจะทำการบังคับให้ทำการหลอกลวงชาวจีนด้วยกัน ซึ่งมีผู้เสียหายชาวจีนกว่า 120 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านหยวน หรือประมาณ 5 ล้านบาท โดยหลังจากการจับกุมผู้ต้องหารายอื่น MR.YANG และ MR.ZHANG ได้หลบหนีออกนอกประเทศจีนมายังประเทศไทย มางศาลมณฑลเจียงซู จึงได้ออกหมายจับทั้ง 2 คน เมื่อเดือน ก.ค.2568 ที่ผ่านมา

ต่อมากองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ทำการสืบสวนหาข่างพบข้อมูลว่า MR.YANG ได้เดินทางเข้าไทยเมื่อ ก.ย.68 ส่วน MR.ZHANG เดินทางเข้าไทยเมื่อ มิ.ย.68 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และทั้งสองแยกกันพักอาศัยในคอนโดมีเนียมย่านซอยสุขุมวิท 10 และซอยลาดพร้าว 102 เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และเฝ้าสังเกตคอนโดมีเนียมทั้ง 2 แห่ง จนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมแจ้งข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นอกจากนี้ ยังพบตัว Miss CHENG (นามสมมติ)อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวของ MR.ZHANG อยู่ด้วยกันภายในห้องพัก จึงตรวจสอบกับทางการจีนพบว่า ถูกทางการจีนออกหมายจับด้วยเช่นกัน ในความผิดเกี่ยวกับการรับของโจรและการช่วยเหลือชาวจีนให้ลักลอบออกนอกประเทศจีน ซึ่งเชื่อว่าอยู่ในแก๊งเดียวกัน จึงได้จับกุมดำเนินคดีทั้ง 3 คนและประสานทางการจีน เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามหมายจับของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

คดีที่ 3 สืบ ตม.รวบหนุ่มไต้หวันหนี้หมายจับคดียาเสพติดซุกตัวในไทย

สืบเนื่องจาก สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไต้หวัน ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานแจ้งข้อมูลว่า MR.CHEN (นามสมมติ) อายุ 37 ปี สัญชาติไต้หวัน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำยาเสพติดเข้าในไต้หวัน โดย เมื่อ 8 ก.ค. 64 กรมศุลกากรจีหลง ประจำสถานีตรวจสอบขนส่งสินค้าทางอากาศเขตจีหลง ไต้หวัน ได้ตรวจสอบยาเสพติดประเภทกัญชา จำนวน 110 ห่อ (น้ำหนักรวมประมาณ 54.334 กก.) ซุกซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์สินค้านำเข้าจากประเทศแคนาดาที่สำแดงว่าเป็น ไม้เมเปิ้ล

โดยสามารถจับกุมผู้มารับสินค้าและผู้ร่วมขบวนได้ 3 คน โดยทั้ง 3 คนให้การชัดทอดถึง MR.CHEN ทำให้อัยการเขตจีหลงยื่นฟ้อต่อศาลศาลเขตจีหลง ในปี 2565 หลังจากนั้น MR.CHEN ได้หลบหนีออกนอกไต้หวันตั้งแต่ 2566 ศาลเขตจีหลง จึงได้ออกหมายจับ และทราบว่สMR.CHEN ได้เดินทางเข้ามาหลบ ซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย จึงได้ประสานความร่วมมือขอให้ติดตามสืบสวนจับกุม

โดยกองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ออกติดตามหาข่าวจนพบว่า MR.CHEN เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเมื่อ 14 ก.ค.68 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว พักอาศัยอยู่ที่คอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งในเขตจอมทอง และทราบว่ากำลังสมัครเรียนที่สถานศึกษาแห่งหนึ่งจึงได้เฝ้าติดตาม กระทั่งวันที่ 27 พ.ย.68 MR.CHEN ได้มายื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวส่งควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. พร้อมประสาน สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไต้หวัน เพื่อส่งตัวกลับไต้หวันดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีสุดท้าย สตม.รวบหนุ่มแดนมะกะโรนี ลักลอบนำเข้ายาเสพติดในบ้านเกิด

สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำ สอท.อิตาลี ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานร้องขอให้สืบสวน ติดตามจับกุม MR.SIMONE (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ชาวอิตาลี เนื่องจากถูกออกหมายจับโดยศาลเมือง Asti ประเทศ อิตาลี ในความผิดเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยตำรวจอิตาลีสืบสวนพบว่ามีการลักลอบส่งยาเสพติด ผ่านพัสดุจากต่างประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่เมื่อ ก.ย.2567 – มิ.ย.2568 โดยมียาเสพติดหลายชนิด ทั้งเฮโรอีน, โคเคน,เคตามีน, ยาอี, LSD ซึ่งมีการแอบนำยาเสพติดซุกซ่อนมากับพัสดุจากต่างประเทศ ซึ่งมีการสืบสวนและจับกุมผู้ต้องหาชาวอิตาลีที่รับพัสดุยาเสพติดดังกล่าวแล้ว 2 ราย จากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่ามี MR.SIMONE เป็นผู้จัดส่งยาเสพติดดังกล่าวไปให้แก๊งในอิตาลี และนำไปจำหน่ายให้ลูกค้าต่อไป และจากการสืบสวน ทำให้ทราบว่า MR.SIMONE ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย

ต่อมากองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า MR.SIMONE เดินทางเข้ามาในไทยเมื่อเดือน ต.ค.2568 ด้วยวีซ่า DTV และพักอาศัยอยู่ในคอนโดมีเนียม ย่านเอกมัย จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นห้องพักดังกล่าวพบ MR.SMONE พักอาศัยอยู่ แต่ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด ก่อนนำตัวมาควบคุมที่ห้องกัก กก.3 บก.สส.สตม. พร้อมประสาน ทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี เพื่อเตรียมการส่งกลับประเทศอิตาลีเพื่อดำเนินคดีต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กวาดล้างครั้งใหญ่! สตม. รวบ4 คดีอาชญากรข้ามชาติ หนีคดีฉ้อโกง 2.8 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...