“ธนาคารกลางแอฟริกาใต้” ชี้สเตเบิลคอยน์เป็นความเสี่ยงใหม่ต่อระบบการเงิน
"ธนาคารกลางแอฟริกาใต้" ชี้สเตเบิลคอยน์เป็นความเสี่ยงใหม่ต่อระบบการเงิน หลังปริมาณซื้อขายทะยานแตะ 80,000 ล้านแรนด์ ขณะที่กฎควบคุมเงินตรายังตามไม่ทัน
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารกลางแอฟริกาใต้ (South African Reserve Bank: SARB) เตือนว่า การขาดกฎระเบียบที่ครอบคลุมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและสเตเบิลคอยน์ กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ที่มีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพของภาคการเงินของประเทศ
SARB ระบุในรายงาน Financial Stability Review ฉบับครึ่งปีที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารว่าด้วยธรรมชาติของคริปโตเคอร์เรนซีที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบและไร้พรมแดน ทำให้สามารถถูกนำไปใช้หลบเลี่ยงกฎหมายควบคุมเงินตราต่างประเทศของแอฟริกาใต้ได้ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้
Herco Steyn ผู้เชี่ยวชาญด้านมหภาคและกำกับดูแลความเสี่ยงของธนาคารกลาง กล่าวว่าความเสี่ยงที่เกิดจากคริปโตและสเตเบิลคอยน์นั้นมีต้นตอมาจากการขาดกรอบกฎระเบียบที่ครบถ้วนและสอดประสานกัน ซึ่งยังไม่สามารถจัดทำได้ในเวลานี้ โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้นในปี 2569 แต่เตือนว่าหากปราศจากกรอบกำกับดูแล ก็จะหมายความว่าเรายังไม่มีการกำกับดูแลที่เพียงพอ
ธนาคารกลางและกระทรวงการคลังของแอฟริกาใต้กำลังร่วมกันพัฒนากฎเกณฑ์ใหม่เพื่อกำกับดูแลธุรกรรมคริปโตข้ามพรมแดน และเตรียมแก้ไขกฎหมายควบคุมเงินตราให้ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัล
ทั้งนี้แอฟริกาใต้เห็นการใช้สเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2565 โดยSARB ระบุว่า “ก่อนหน้านี้บิตคอยน์และเหรียญคริปโตยอดนิยมอื่น ๆ เป็นช่องทางหลักในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ในช่วงหลัง สเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์ได้กลายเป็นคู่ซื้อขายหลักบนแพลตฟอร์มคริปโตในประเทศ”
การใช้สเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา พุ่งขึ้นอย่างมากในฐานะทางเลือกที่ผันผวนน้อยกว่าในตลาดคริปโตฯ
กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนรอบใหม่ของตลาด โดยบิตคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุดกว่า 126,000 ดอลลาร์ช่วงต้นเดือนตุลาคม ลงมาเหลือราว 87,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอร์ร่วงราว 40% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม ขณะที่ปริมาณการซื้อขายสเตเบิลคอยน์พุ่งแตะเกือบ 80,000 ล้านแรนด์ ฟรือราว 4.6 พันล้านดอลลาร์ ภายในเดือนตุลาคม จากระดับไม่ถึง 4,000 ล้านแรนด์ในปี 2565 ตามข้อมูลของ SARB
“เมื่อการยอมรับคริปโตในแอฟริกาใต้เติบโตขึ้น ความจำเป็นของกรอบกำกับดูแลก็ต้องพัฒนาตามให้ทันกับโครงสร้างตลาดและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย”SARB ระบุ
อุตสาหกรรมคริปโตฯ ของแอฟริกาใต้ถูกครอบงำโดย 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Luno, VALR และ Ovex โดยจำนวนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเกือบ 7.8 ล้านราย ณ เดือนกรกฎาคม และมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 25.3 พันล้านแรนด์ ณ เดือนธันวาคม 2567 ตามข้อมูลของ SARB
Steyn กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะยาว ความเสี่ยงใหม่ ๆ อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีอื่น เช่น ปัญญาประดิษฐ์และคอมพิวเตอร์ควอนตัม
อ้างอิง : www.bloomberg.com