โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ธนาคารกลางแอฟริกาใต้” ชี้สเตเบิลคอยน์เป็นความเสี่ยงใหม่ต่อระบบการเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 07.48 น.

"ธนาคารกลางแอฟริกาใต้" ชี้สเตเบิลคอยน์เป็นความเสี่ยงใหม่ต่อระบบการเงิน หลังปริมาณซื้อขายทะยานแตะ 80,000 ล้านแรนด์ ขณะที่กฎควบคุมเงินตรายังตามไม่ทัน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารกลางแอฟริกาใต้ (South African Reserve Bank: SARB) เตือนว่า การขาดกฎระเบียบที่ครอบคลุมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและสเตเบิลคอยน์ กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ที่มีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพของภาคการเงินของประเทศ

SARB ระบุในรายงาน Financial Stability Review ฉบับครึ่งปีที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารว่าด้วยธรรมชาติของคริปโตเคอร์เรนซีที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบและไร้พรมแดน ทำให้สามารถถูกนำไปใช้หลบเลี่ยงกฎหมายควบคุมเงินตราต่างประเทศของแอฟริกาใต้ได้ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้

Herco Steyn ผู้เชี่ยวชาญด้านมหภาคและกำกับดูแลความเสี่ยงของธนาคารกลาง กล่าวว่าความเสี่ยงที่เกิดจากคริปโตและสเตเบิลคอยน์นั้นมีต้นตอมาจากการขาดกรอบกฎระเบียบที่ครบถ้วนและสอดประสานกัน ซึ่งยังไม่สามารถจัดทำได้ในเวลานี้ โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้นในปี 2569 แต่เตือนว่าหากปราศจากกรอบกำกับดูแล ก็จะหมายความว่าเรายังไม่มีการกำกับดูแลที่เพียงพอ

ธนาคารกลางและกระทรวงการคลังของแอฟริกาใต้กำลังร่วมกันพัฒนากฎเกณฑ์ใหม่เพื่อกำกับดูแลธุรกรรมคริปโตข้ามพรมแดน และเตรียมแก้ไขกฎหมายควบคุมเงินตราให้ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัล

ทั้งนี้แอฟริกาใต้เห็นการใช้สเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2565 โดยSARB ระบุว่า “ก่อนหน้านี้บิตคอยน์และเหรียญคริปโตยอดนิยมอื่น ๆ เป็นช่องทางหลักในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ในช่วงหลัง สเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์ได้กลายเป็นคู่ซื้อขายหลักบนแพลตฟอร์มคริปโตในประเทศ”

การใช้สเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา พุ่งขึ้นอย่างมากในฐานะทางเลือกที่ผันผวนน้อยกว่าในตลาดคริปโตฯ

กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนรอบใหม่ของตลาด โดยบิตคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุดกว่า 126,000 ดอลลาร์ช่วงต้นเดือนตุลาคม ลงมาเหลือราว 87,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอร์ร่วงราว 40% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม ขณะที่ปริมาณการซื้อขายสเตเบิลคอยน์พุ่งแตะเกือบ 80,000 ล้านแรนด์ ฟรือราว 4.6 พันล้านดอลลาร์ ภายในเดือนตุลาคม จากระดับไม่ถึง 4,000 ล้านแรนด์ในปี 2565 ตามข้อมูลของ SARB

“เมื่อการยอมรับคริปโตในแอฟริกาใต้เติบโตขึ้น ความจำเป็นของกรอบกำกับดูแลก็ต้องพัฒนาตามให้ทันกับโครงสร้างตลาดและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย”SARB ระบุ

อุตสาหกรรมคริปโตฯ ของแอฟริกาใต้ถูกครอบงำโดย 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ Luno, VALR และ Ovex โดยจำนวนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเกือบ 7.8 ล้านราย ณ เดือนกรกฎาคม และมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 25.3 พันล้านแรนด์ ณ เดือนธันวาคม 2567 ตามข้อมูลของ SARB

Steyn กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะยาว ความเสี่ยงใหม่ ๆ อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีอื่น เช่น ปัญญาประดิษฐ์และคอมพิวเตอร์ควอนตัม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...