‘ป้อม ภาวุธ ’ เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ เปิดใจหลังเข้าสู่ ‘ขุนพลพรรคประชาชน’
คอลัมน์: สัมภาษณ์พิเศษ
กลายเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ในแวดวงเทคโนโลยีและแวดวงการเมือง เมื่อชื่อของ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ผู้บุกเบิกตลาดอีคอมเมิร์ซและสตาร์ทอัพแถวหน้าของเมืองไทย ปรากฏเป็นหนึ่งในขุนพลบัญชีรายชื่อของ “พรรคประชาชน” การตัดสินใจถอดหมวกนักธุรกิจแล้วสวมเสื้อนักการเมืองในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ แต่อาจคือการประกาศสงครามกับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ไทยกำลังตกเป็นรอง
“ประชาชาติธุรกิจ” พูดคุยกับ “ภาวุธ” ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจ ปมความล้มเหลวจากการผลักดันนโยบายภายนอก และ 3 ภารกิจ “เรือธง” ที่เขาหมายมั่นจะเข้าไปรื้อโครงสร้างกลางรัฐสภา
จากสอบตก ส.ว. สู่การตัดสินใจเข้า ‘ถ้ำเสือ’
การขยับตัวเข้าสู่สนามการเมืองของภาวุธไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เขาเปิดเผยว่าที่ผ่านมาบทบาทของเขาคือ “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ที่พยายามส่งผ่านนโยบายด้านเทคโนโลยีให้แก่นักการเมืองหลากหลายค่าย เพื่อหวังให้เกิดการขับเคลื่อนในระดับชาติ แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ผ่านมากลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
“จริง ๆ ผมทำเรื่องนโยบายทางด้านเทคโนโลยีมาโดยตลอด และพยายามส่งนโยบายเหล่านี้ให้แก่นักการเมืองหลายคนเพื่อนำเข้าไปในรัฐสภา ประกอบกับตัวผมเองได้มีโอกาสไปสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่สอบตก พอสอบตกปุ๊บ เราก็เริ่มมองเห็นเกมที่ใหญ่ขึ้น” ภาวุธกล่าว
เขายอมรับว่า “ความอัดอั้น” คือแรงผลักดันสำคัญ เมื่อเห็นว่านโยบายที่กลั่นกรองจากประสบการณ์ตรงไม่เคยถูกนำไปใช้อย่างจริงจัง
“ที่ผ่านมาเราพยายามผลักดันหลายอย่างแต่ไม่เห็นว่านโยบายเหล่านั้นจะเกิดขึ้นจริงเสียที เนื่องจากเราไม่สามารถผลักดันได้เต็มที่ เมื่อผลักดันจากภายนอกไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจกระโดดเข้าไปทำเองเลยดีกว่าครับ”
ทำไมต้อง ‘พรรคประชาชน’?
ท่ามกลางพรรคการเมืองที่เสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือก ภาวุธยืนยันว่าการเลือก “พรรคประชาชน” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการบ่มเพาะการทำงานร่วมกันมาจนเห็นความชัดเจนในดีเอ็นเอ (DNA) ที่ตรงกัน
เขาระบุว่า “ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับพรรคนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว จริง ๆ ผมทำงานกับหลายพรรค แต่พรรคประชาชนเป็นพรรคที่ทำงานด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ อุดมการณ์และแนวความคิดคล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ยังมีพี่น้องในวงการเทคโนโลยีเข้าไปด้วยกันหลายคน การเข้าไปครั้งนี้จึงไม่ได้ทำงานคนเดียวแต่ทำงานเป็นทีม และพรรคเองก็มีความเข้าใจในเรื่องนี้”
3 นโยบายเรือธง: รื้อโครงสร้าง-สกัดเงินไหลออก-Transform รัฐ
เมื่อถามถึงวาระสำคัญ (Agenda) ที่เขาเตรียมจะนำไปเสนอในสภา ภาวุธสรุปให้เห็นภาพชัดเจนเป็น 3 ประเด็นหลักที่เปรียบเสมือน “ทางรอด” ของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย:
1. การต่อสู้กับแพลตฟอร์มข้ามชาติ
ภาวุธมองว่าปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกำลังติดกับดัก “ความไม่เป็นธรรม” จากการครอบงำของแพลตฟอร์มต่างชาติที่มีอำนาจเหนือตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ นโยบายของเขาคือการเข้าไปสร้างกติกาที่สร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้น เพื่อให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกได้อย่างเท่าเทียม
2. แก้ปัญหาการ “ขาดดุลดิจิทัล” แสนล้าน
นี่คือประเด็นที่เขากังวลใจที่สุด “ปัจจุบันเงินประเทศไทยไหลออกไปหลายแสนล้านบาท จากการจ่ายค่าบริการต่าง ๆ เช่น iCloud หรือบริการออนไลน์อื่น ๆ เงินเหล่านี้ไหลออกไปต่างประเทศทั้งหมด แต่คนในรัฐบาลกลับไม่มีใครทราบเรื่องนี้เลย ผมจึงตั้งใจจะนำนโยบายเรื่องนี้มาช่วยประเทศเพื่อลดการขาดดุลดิจิทัลครับ” ภาวุธ ชี้ให้เห็นรูรั่วขนาดใหญ่ของเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ใต้ระบบคลาวด์และแพลตฟอร์มต่างชาติ
3. Technology for All: เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวง DE
เขามองว่ารัฐบาลปัจจุบันมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ตีกรอบให้เทคโนโลยีเป็นภาระงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เพียงอย่างเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริงมันต้องเป็น “หัวใจ” ของทุกกระทรวง
“วันนี้ทุกคนมองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องของกระทรวงดิจิทัลฯ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วเทคโนโลยีต้องถูกนำไปใช้ในทุกกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรหรือกระทรวงสาธารณสุข แต่ปัจจุบันกลับไม่มีการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ถ้าผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในรัฐสภา ผมจะพยายามผลักดันเทคโนโลยีไปใช้ในทุกภาคส่วน ทุกกระทรวง และทุกกรม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง”
“ยืนกลางที่โล่ง” กับบททดสอบชีวิต
นอกเหนือจากมิติด้านนโยบาย ภาวุธยังแชร์แง่มุมส่วนตัวที่น่าสนใจถึงผลกระทบจากการ “เปิดหน้า” ทางการเมือง โดยเฉพาะความกังวลลึก ๆ ถึงครอบครัว
“ตอนนี้คุณแม่ยังไม่รู้ครับ ผมก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน และถ้าอาม่ายังอยู่ผมน่าจะลำบาก เพราะอาม่าสั่งห้ามไม่ให้เล่นการเมือง แต่พี่น้องและเพื่อนฝูงทราบกันแล้ว” ภาวุธยอมรับว่าความกังวลนี้มีน้ำหนัก แต่เมื่อชั่งน้ำหนักกับแรงสนับสนุนจากคนในวงการที่เห็นผลงานมาอย่างยาวนาน ทำให้เขายังคงมั่นใจว่าผลลัพธ์จะออกมาดี
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้มองโลกในแง่ดีจนเกินไป ภาวุธวิเคราะห์ว่าการเข้าสู่การเมืองคือการยอมรับความเสี่ยงในชีวิตส่วนตัวที่อาจถูกนำมาวิจารณ์
“การมายืนอยู่จุดนี้เหมือนยืนอยู่ในที่โล่ง และตัวผมเองก็เคยทำอะไรประหลาดๆ
มาเยอะในอดีต ซึ่งอาจจะถูกขุดคุ้ยได้ แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่จะได้ซักฟอกตัวเองครับ”
คลิป
https://www.youtube.com/watch?v=naNpbbheXZk
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ป้อม ภาวุธ ’ เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ เปิดใจหลังเข้าสู่ ‘ขุนพลพรรคประชาชน’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net