โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกิดอะไรขึ้นกับคนไทย? เมื่อเศรษฐกิจถดถอย ทำให้คนหยุดซื้อ หยุดลงทุน และหยุดอนาคต

Thairath Money

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 04.03 น.
ภาพไฮไลต์

ถ้าจะบอกว่า นี่คือสัญญาณอันตรายของ "วิกฤติความเชื่อมั่น" ที่กำลังกัดกินการตัดสินใจทางการเงินของคนไทยในระดับครัวเรือน ก็คงไม่ผิดนัก

เมื่อผลสำรวจล่าสุดของ Ipsos "What Worries Thailand? H2 2025" ซึ่งอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 500 คน (อายุระหว่าง 20-74 ปี) เผยว่า เกือบ 4 ใน 10 ของคนไทย ระบุ อยากกลับไปเกิดในปี 2518 มากกว่าปัจจุบัน เพราะ ณ เวลานั้นใช้ชีวิตได้ง่ายกว่ามาก

อีกทั้งยังสะท้อนชัดเจนว่า ความกังวลในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ได้เปลี่ยนจากเรื่องนามธรรม กลายเป็นความลังเล ในการใช้จ่ายและหยุดยั้งการวางแผนชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง

สัญญาณอันตราย คนไทยเข้าสู่โหมด “ จำศีลทางการเงิน”

คนไทยจำนวนมากกำลังหยุดหรือชะลอแผนชีวิตครั้งใหญ่ เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เปราะบาง

  • 52% ไม่กล้าซื้อของใหญ่ โดยคนไทยรู้สึกไม่มั่นใจที่จะซื้อสินค้าราคาสูง เช่น บ้านหรือรถยนต์ (เพิ่มขึ้น 4% จากปีที่ผ่านมา)
  • 40% รู้สึกไม่สบายใจในการซื้อของใช้ในครัวเรือนอื่นๆ (เพิ่มขึ้น 2% จากปีที่ผ่านมา)
  • และ 76% ของคนไทย เชื่อว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ใน “ภาวะถดถอย” (เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)

ความระมัดระวังในการใช้จ่ายนี้ เกิดจากความเชื่อที่ว่า เงินเฟ้ออาจไม่กลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องวางแผนทางการเงินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

สอดคล้องกับข้อมูลรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 3/2568 โดยสภาพัฒน์ฯ ที่เผยว่า สินเชื่อเพื่อยานยนต์ยังหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน ตามยอดขายรถยนต์ส่วนบุคคลที่ลดลงตั้งแต่ปี 2566 เช่นเดียวกับ สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับที่หดตัว 2.6% และ 0.2 % ตามลำดับ

สวนทาง สัดส่วน NPLs (หนี้เสีย) ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของเครดิตบูโร ในไตรมาสสอง ปี 2568 ที่พบว่า มีสินเชื่อบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป มูลค่าร่วมๆ 1.24 ล้านล้านบาท ขยายตัวถึง 6.9%จากปีก่อน

“ สินเชื่อส่วนบุคคล และ บัตรเครดิต ไม่มีหลักประกัน และมีดอกเบี้ยผิดนัดชำระสูง ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย คงต้องเฝ้าระวัง จากปัญหาการถูกยึดทรัพย์และขายทอดตลาดที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น มีบ้านถูกยึดและประกาศขายโดยกรมบังคับคดี สูงถึง 67,641 หน่วย เพิ่มขึ้น 210% คิดเป็นมูลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท “

เงินในกระเป๋าที่หายไป และอนาคตที่ไม่แน่นอน

ความไม่มั่นคง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้จ่ายในปัจจุบัน แต่ยังลามไปถึงความมั่นคงในระยะยาวด้วย โดยผลสำรวจ Ipsos ยังชี้ว่า คนไทยไม่มั่นใจในงาน และ หยุดลงทุนเพื่ออนาคต

  • คนไทยกว่า 4 ใน 10 (41%) มีความมั่นใจน้อยลงเกี่ยวกับความมั่นคงในงานของตนเอง ครอบครัว และบุคคลใกล้ชิด
  • เกือบครึ่ง (48%) มีความมั่นใจน้อยลงเกี่ยวกับความสามารถในการลงทุนเพื่ออนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอายุหรือเพื่อการศึกษาของบุตรหลาน

เมื่อขาดความมั่นใจในรายได้ของตัวเอง การตัดสินใจลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในอนาคตจึงถูกระงับโดยปริยาย การหยุดการลงทุนเหล่านี้ จึงเป็นมากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ มันคือการ หยุดแผนการสร้างชีวิต และความฝันระยะยาวของคนไทยจำนวนมากด้วย

“คอร์รัปชัน-อาชญากรรม” ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สั่นคลอนความเชื่อมั่น

อีกประเด็นที่น่าเจาะลึก คือ ในผลสำรวจชุดดังกล่าว ความกังวลเชิงโครงสร้างได้กลับขึ้นมาครองตำแหน่งสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดย "การทุจริตทางการเงินและการเมือง" ครองอันดับสูงสุดที่ 49% และ "อาชญากรรมและความรุนแรง" พุ่งขึ้นมาอยู่ที่อันดับสี่ 27% แซงหน้าภาวะเงินเฟ้อ

ความกังวลที่พุ่งสูงขึ้นนี้สะท้อนถึงความคาดหวังของประชาชนต่อ ความโปร่งใสในระบบ และความรู้สึกถึง ภัยคุกคาม โดยเฉพาะเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งความไม่โปร่งใสและความไม่ปลอดภัยนี้เอง คือปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

เมื่อประกอบกับ เศรษฐกิจไทย “ตัวเลข GDP จริง” ที่อยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างมาก ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เพราะขยายตัวแค่ 1.2% สะท้อนถึงความ อ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด SCB EIC ชี้ว่า เศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะ “ถดถอยเชิงเทคนิค” ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยคาดว่า GDP จะขยายตัวต่ำกว่า 1%

วงจรความกลัวทางการเงิน (Financial Fear Loop)

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ ไม่ได้เป็นเพียงการชะลอตัวตามวัฏจักร แต่กำลังติดอยู่ใน “วงจรความกลัวทางการเงิน” ที่ค่อย ๆ บั่นทอนการตัดสินใจของผู้คนในทุกระดับ

เมื่อรายได้ไม่มั่นคง คนทำงานจำนวนมากเริ่มระมัดระวังการใช้เงินก้อนใหญ่ การซื้อบ้าน การออกรถ หรือแม้แต่การลงทุนเพื่ออนาคตจึงถูกเลื่อนออกไปก่อน ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อภายในประเทศกลับเผชิญยอดขายที่หดตัว ส่งผลให้การลงทุนใหม่ถูกชะลอ การจ้างงานไม่ขยาย และบางส่วนต้องลดต้นทุนด้วยการลดคนหรือจำกัดรายได้พนักงาน

วงจรนี้ยิ่งทำให้ความมั่นคงในงานของแรงงานไทยสั่นคลอนมากขึ้น และเมื่อความไม่แน่นอนของรายได้เพิ่มสูงขึ้น ความกลัวในการใช้จ่ายก็ยิ่งทวีคูณ กลายเป็นแรงเบรกที่ฉุดเศรษฐกิจให้ชะลอลงไปอีกขั้น

ในระดับครัวเรือน ความกลัวดังกล่าวไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขการบริโภคที่ลดลง แต่แทรกซึมเข้าไปใน “แผนชีวิต” ของผู้คน ตั้งแต่การตัดสินใจมีครอบครัว การวางแผนซื้อทรัพย์สิน ไปจนถึงการออมและลงทุนระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ เมื่อคนทั้งประเทศเลือก “ชะลออนาคต” พร้อมกัน เศรษฐกิจก็ไม่อาจขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่สำหรับรัฐบาลและภาคธุรกิจ ที่ต้องเร่งสร้างความโปร่งใส ความมั่นคง และความปลอดภัย เพื่อให้คนไทยกลับมามีความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายและการวางแผนชีวิตอีกครั้ง

ที่มา : Ipsos Ltd. ,สภาพัฒน์ฯ ,SCB EIC

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกิดอะไรขึ้นกับคนไทย? เมื่อเศรษฐกิจถดถอย ทำให้คนหยุดซื้อ หยุดลงทุน และหยุดอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...