NKT เปิดโรงพยาบาลนครธน 2 ขยายฐานรายได้ฝั่งธนบุรีรับดีมานด์สุขภาพพุ่ง
โรงพยาบาลนครธน ปักหมุดทำเลเอกชัย-กาญจนาภิเษก เริ่มรับรู้รายได้เฟสแรกทันทีในไตรมาส 4 ปี 2568 กางแผนยื่นเข้าระบบประกันสังคมปี 2570 มุ่งขยายฐานกลุ่มผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรัฐเตรียมเปิดศูนย์รักษาเฉพาะทาง สมอง-หัวใจ-จักษุ ในเฟสถัดไปช่วงต้นปี 2569
18 ธันวาคม 2568 - บมจ. โรงพยาบาลนครธน (NKT) ประกาศความพร้อมในการขยายเครือข่ายสถานพยาบาล ล่าสุดดำเนินการเปิดให้บริการ “โรงพยาบาลนครธน 2” อย่างเป็นทางการในเฟสแรก บนทำเลศักยภาพย่านเอกชัย–กาญจนาภิเษก เพื่อรองรับการเติบโตของชุมชนและดีมานด์ด้านการดูแลสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยตั้งเป้าสร้างการเติบโตของรายได้และเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอในระยะยาว
รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การเปิดตัวโรงพยาบาลแห่งใหม่นี้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ขยายฐานธุรกิจของเครือโรงพยาบาลนครธน โดยอาคารในเฟสแรกเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ออกแบบมาเพื่อรองรับบริการทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ครอบคลุมห้องพักผู้ป่วยหลากหลายรูปแบบ รวมถึงหน่วยบำบัดพิเศษ ได้แก่ หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และหออภิบาลทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต (NICU) ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการรองรับเคสผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนในย่านฝั่งธนบุรี
ในด้านกลยุทธ์การสร้างรายได้ NKT ระบุว่าโรงพยาบาลนครธน 2 จะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาทันทีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยในช่วงแรกจะเน้นการให้บริการกลุ่มผู้ป่วยเงินสดและกลุ่มผู้ป่วยประกันสุขภาพภาคเอกชนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางโรดแมปในการยื่นขอเข้าร่วมเป็นคู่สัญญากับระบบประกันสังคมในปี 2570 เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพทางรายได้และเพิ่มอัตราการใช้บริการ (Utilization Rate) ให้กับโรงพยาบาลในระยะยาว
ทางด้านพญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ เปิดเผยรายละเอียดการให้บริการว่า ในเฟสแรกโรงพยาบาลมีความพร้อมด้านศูนย์การรักษาหลัก ได้แก่ ศูนย์สุขภาพสตรี ศูนย์สุขภาพเด็ก อายุรกรรมทั่วไป ศัลยกรรมทั่วไป ศูนย์กระดูกและข้อ แผนกกายภาพบำบัด รวมถึงหน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยมุ่งเน้นการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษา
สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคต NKT เตรียมขยายขอบเขตการรักษาในเฟสถัดไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2569 โดยจะเน้นไปที่การจัดตั้งศูนย์การรักษาเฉพาะทางที่มีความต้องการสูงในตลาดปัจจุบัน ได้แก่ :
- ศูนย์จักษุและเลสิก
- ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด
- ศูนย์โสต ศอ นาสิก (หู คอ จมูก)
- ศูนย์สมองและระบบประสาท
การขยายศูนย์เฉพาะทางเหล่านี้ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าการรักษาต่อราย (Ticket Size) และเป็นการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ร่วมกับโรงพยาบาลนครธนแห่งแรก (Main Campus) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Synergy)
นักวิเคราะห์มองว่า การเปิดโรงพยาบาลนครธน 2 ในทำเลเอกชัย-กาญจนาภิเษก เป็นการดักทางความต้องการในโซนที่มีโครงการที่อยู่อาศัยขยายตัวอย่างหนาแน่น และเป็นการระบายความแออัดจากโรงพยาบาลเดิม โดยเฉพาะการเตรียมเข้าสู่ระบบประกันสังคมในปี 2570 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ NKT สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดในพื้นที่ฝั่งธนบุรีตอนใต้ได้มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ การจัดโปรโมชั่นในช่วงเปิดตัว เช่น การลดค่าห้องพัก 50% จนถึงสิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดระยะสั้นเพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดฐานข้อมูลผู้ป่วยใหม่ (New Patient Base) เข้าสู่ระบบ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อตัวเลขการใช้บริการในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน