โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แสตมป์’ เล็งแก้มือ ‘คานะ’ หลังคืนสังเวียนรอบกว่า 2 ปี

WeR NEWS

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 04.11 น.

แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ เปิดเผยว่าการแพ้ คานะ โมริโมโตะ จอมบู๊จาก ญี่ปุ่น ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ เพราะถือเป็นไฟต์เคาะสนิม หลังคืนสู่สังเวียนในรอบกว่า 2 ปี และถ้ามีโอกาสก็อยากแก้มือด้วย

ภาพจาก onefc.com/th

อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต 3 กติกา (มวยไทย, คิกบ็อกซิ่ง และ MMA) สลัดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า หวนคืนสังเวียนอีกครั้งด้วยการพบกับ คานะ ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ในศึก ONE 173 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ตลอดทั้ง 3 ยก แสตมป์ พยายามกัดฟันสู้กับ คานะ อย่างสนุก แม้จะร้างเวทีจนล้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าได้สู้สุดความสามารถ แต่ร่างกายยังฟิตไม่พอ เชื่อว่าไฟต์ต่อไปผลงานต้องออกมาดีกว่านี้แน่นอน

ภาพจาก onefc.com/th

“มองว่าตัวเองทำได้น่าพอใจ แต่ร่างกายยังทำตามที่ต้องการไม่ได้ ตอนจบการแข่งขันถึงขั้นหายใจไม่ทันด้วยซ้ำ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แพ้ไฟต์นี้ก็มาจากการที่ห่างเวทีไปนาน ตอนนี้ขอให้ร่างกายกลับมาอยู่ตัวก่อน แล้วเดี๋ยวความคิดและจังหวะการชกจะกลับมาเอง ถ้าได้ชกต่อเนื่องในไฟต์ต่อไป ระบบหายใจน่าจะดีขึ้น ทำให้มีแรงสู้มากกว่าเดิมแน่นอน”

“ไฟต์ต่อไปอยากชกในกติกามวยไทย จะให้เจอกับ คานะ อีกครั้งก็ได้ เพราะรอบที่แล้วไปสู้ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ที่เขาถนัด คราวนี้ถ้าลองสลับให้มาเจอมวยไทย บ้างก็น่าจะดี ก็อยากแก้มือกับเขาเหมือนกัน ไฟต์ที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่าสู้ไม่ได้ แค่สภาพร่างกายยังปรับตัวได้ไม่เต็มที่ ถ้าร่างกายพร้อมกว่านี้ มั่นใจว่าเราจะออกอาวุธแลกกันได้สนุกกว่านี้แน่นอน”

“เป้าหมายต่อไปอยากขึ้นชกเคาะสนิมอีกสัก 1–2 ไฟต์ เพื่อให้ร่างกายฟิตที่สุดก่อนกลับไปสู้ในกติกา MMA ขอบคุณทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจและติดตามเชียร์ หวังว่าจะกลับมาสมบูรณ์เต็มที่ในเร็ว ๆ นี้ และจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดหวัง”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...