โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าชะล่าใจ! เตรียมรับมือ 6 โรคที่พบบ่อยในหน้าหนาว

News In Thailand

เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 05.39 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
อย่าชะล่าใจ! เตรียมรับมือ 6 โรคที่พบบ่อยในหน้าหนาว

อย่าชะล่าใจ 6 โรคที่พบบ่อยในหน้าหนาว เพราะ ฤดูหนาว เป็นช่วงที่อากาศเย็นลงอย่างมาก ๆ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ป่วยง่าย นอกจากนี้สภาพอากาศที่เย็นยังเอื้อต่อการแพร่กระจายของไวรัสมากที่สุด ดังนั้นเป็นอีกหนึ่งฤดูที่เราต้องเตรียมตัวรับมือ และดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคเหล่านี้มากที่สุด

1. ปอดบวม

เป็นภาวะปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้มีหนองและสารปนเปื้อนภายในถุงลม มักจะมีอาการ ไอ จาม มีเสมหะ แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก คัดจมูก หนาวสั่น มักพบหลังจากการเป็นไข้หวัดเรื้อรัง และในผู้ป่วยโรคหอบหืด

วิธีป้องกันปอดบวม

-หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ หรือควันไฟ

-หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด

-ดูแลความอบอุ่นให้ร่างกายอยู่เสมอ

-รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

2. ไข้หวัด

เรียกได้ว่าเป็นโรคพื้นฐานที่เป็นได้แทบทุกฤดูกาล แต่เมื่อฤดูหนาวมาถึงจะเป็นง่ายกว่าปกติถึง 2 เท่า เพราะไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม คันคอ หลังจากนั้นจะเริ่มมีไข้ หนาวสั่น ปวดศรีษะ และปวดเมื่อยตามตัว

วิธีป้องกันไข้หวัด

-รับประทานอาหารให้มีประโยชน์ เช่น ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

-หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ

3. ไข้หวัดใหญ่

จะมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดาแต่รุนแรงกว่า และหากปล่อยไว้จนมีอาการแทรกซ้อนอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ‘อินฟลูอินซา’ ทางระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน ทำให้มีอาการ หนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและศรีษะอย่างรุนแรง อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่

-ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะมีบริการตามโรงพยาบาลทั่วไป

-หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ช้อนส้อม

-ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์

4. อุจจาระร่วงในเด็กเล็ก

มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส ‘โรต้า’ ส่วนใหญ่มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และกลุ่มที่พบบ่อยคือ ‘เด็กอายุ 6 – 12 เดือน’ เพราะวัยนี้ยังมีภูมิต้านทานต่ำและมักมีพฤติกรรมหยิบสิ่งของเข้าปาก อาการคือมีไข้ ถ่ายเหลวบบ่อยครั้ง และอาเจียนอย่างหนัก หรืออาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง จะถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

วิธีการป้องกันอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก

-ควรให้อาหารเหลวแก่เด็กบ่อยครั้ง

-เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะสะอาด ปลอดภัย และทำให้เด็กมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่าง ๆ

-ให้เด็กเล็กรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ๆ และดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำ

-ผู้ที่ดูแลเด็กต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ

5. โรคสุกใส

เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 10 – 20 วัน จะมีไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดเมื่อยตามตัว และจะมีผื่นเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่มีไข้ หรือหลังจากที่มีไข้ 1 วัน ในเริ่มแรกผื่นจะแดงราบ ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูนมีน้ำตุ่มใส ๆ และมีอาการคัน

วิธีการป้องกันโรคสุกใส

-พักผ่อนให้เพียงพอและให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นทีเพียงพอ

-ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์

-ผู้ที่มีอาการคันมากอาจใช้ยาทาได้ แต่ต้องปรึกษากับแพทย์ก่อน และในเด็กควรตัดเล็บให้สั้น

6. ผิวหนังแห้ง

เมื่อความชื้นในอากาศลดลงความชื้นที่ผิวหนังจะลดลงด้วย ทำให้ผิวแห้ง ลอก และคัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะผิวแห้งหรือต่อมไขมันทำงานลดลง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้กำเริบจนผิวหนังอักเสบได้

วิธีการป้องกันผิวหนังแห้ง

-ไม่อาบน้ำนานจนเกินไป หรือแช่น้ำอุ่นนาน ๆ

-อาบน้ำด้วยสบู่อ่อน ๆ ไม่ขัดผิว

-หลังจากอาบน้ำเสร็จควรทาโลชั่นบำรุงผิวหนังในขณะที่ผิวยังหมาด ๆ อยู่

-ทาลิปมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นที่ริมฝีปากด้วย

ข้อมูลจาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...