โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปี 2025 “มัตจะ” มาแรงคนไทยสั่ง 6.5 ล้านแก้ว “ตำปูปลาร้า” ยอดสั่ง 8 ล้านจาน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 16.44 น.
ภาพไฮไลต์

จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านทั่วประเทศ LINE MAN Wongnai ได้เปิดเผยเทรนด์การบริโภคที่น่าสนใจ โดยมี “มัตจะ” เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และ “ส้มตำ” ที่ยังคงเป็นแชมป์ตลอดกาล

ปรากฏการณ์เครื่องดื่ม ปีแห่ง “มัตจะ”

ปี 2025 ถือเป็นปีทองของ “มัตจะ” อย่างแท้จริง โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือ

  • ยอดสั่งเติบโตสูงถึง 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมียอดสั่งรวมทะลุ 6.5 ล้านแก้ว
  • มัตจะกลายเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหราที่จับต้องได้ (Affordable Luxury) และเป็นเมนูที่เติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์ม
  • เมนู “ชาเขียวนมเย็น” ขึ้นแท่นแชมป์ยอดสั่งสูงสุดแทนที่กาแฟดำ เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าชาเขียวนมเป็นตัวเลือกทดแทนมัตจะที่สมบูรณ์แบบ ให้รสชาติและสีสันคล้ายคลึงกันในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า
  • นอกจากมัตจะแล้ว “ชาไทย Specialty” และพรีเมียม ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากการยกระดับคุณภาพและแหล่งปลูก

เมนูอาหารยอดฮิต “ตำปูปลาร้า” ยืนหนึ่งครองแชมป์

คนไทยยังคง “ติดแซ่บ” ไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีสถิติยืนยันความนิยมดังนี้

  • “ตำปูปลาร้า” ครองแชมป์เมนูยอดสั่งสูงสุดแห่งปี ด้วยยอดเสิร์ฟกว่า 8 ล้านจานทั่วประเทศ ชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่างไก่ทอดได้อย่างเด็ดขาด
  • กลุ่มเมนูรสจัดจ้านอย่าง “ส้มตำ-ยำ-หม่าล่า” มียอดการค้นหารวมสูงถึง 16 ล้านครั้ง
  • เมนูยอดนิยมรองลงมา ได้แก่ ข้าวผัด, ไก่ทอด, ข้าวมันไก่ และกะเพราหมูกรอบ

ดาวรุ่งพุ่งแรงและเมนูม้ามืด

  • ชิโอะปัง หรือขนมปังเกลือ ยังได้รับความนิยมจากรสชาติที่เข้าใจง่ายและความหอมเนย จนมีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ร้านบนแพลตฟอร์ม
  • ไก่จ๊อ กลายเป็นเมนูม้ามืดที่ยอดสั่งพุ่งติดอันดับ ด้วยความที่เป็นอาหารจานด่วนที่กินง่าย
  • ไอศกรีมซันเดย์ มียอดเติบโตสูงจากกลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงง่ายของร้านแฟรนไชส์

ภาพรวมเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของร้านอาหารปลายปี 2025

นอกเหนือจากเทรนด์อาหาร สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารในปี 2025 ยังสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจและการปรับตัวของผู้บริโภคและร้านค้า โดยมีปัจจัยสำคัญคือโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

สัญญาณฟื้นตัวจากแรงหนุน “คนละครึ่ง พลัส”

ครึ่งปีแรกธุรกิจร้านอาหารซบเซาหนัก ไตรมาส 2 ยอดขายต่อร้านติดลบ 14% แต่กลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4 ที่โตขึ้น 5% หลังได้รับแรงส่งจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” พร้อมช่วยดันยอดขายร้านค้าทั่วประเทศโตเฉลี่ย 4.2 เท่า โดยเฉพาะ “ร้านเล็ก” ที่มีรายได้น้อยกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน มียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า

โครงการนี้ทำให้ผู้บริโภคกล้าสั่งเมนูราคาสูงขึ้น เช่น แซลมอน, ทุเรียน, และกุ้งเผา โดยมูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท

การเติบโตของ “ข้าวแกง” และพฤติกรรม “เน้นคุ้มค่า”

“ข้าวแกง” มียอดสั่งรวมทะลุ 65 ล้านจาน โตขึ้น 8% เป็นเมนูที่อยู่รอดในยุคเศรษฐกิจผันผวน เพราะสะดวก รวดเร็ว และราคาเข้าถึงง่าย

นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยเลือกกินแบบคุ้มค่ามากขึ้น เมนูที่มียอดบิลต่ำกว่า 500 บาท ฟื้นตัวได้ดีกว่าเมนูราคาสูง สะท้อนว่ากำลังซื้อระดับกลางยังคงรัดเข็มขัด

ต่างจังหวัดคึกคัก กรุงเทพฯ ยังเหนื่อย

ยอดขายร้านอาหารในต่างจังหวัดฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยต่างจังหวัดโต 7% ในขณะที่กรุงเทพฯ โตเพียง 2% ด้านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ โตขึ้น 9%, พัทยา โตขึ้น 12% และภูเก็ต เพิ่มขึ้น 7% เริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว

Top 5 จังหวัดเติบโตสูงสุด ได้แก่ จันทบุรี, หนองบัวลำภู, อุตรดิตถ์, อุดรธานี และเชียงราย โดยเติบโตเฉลี่ย 7-9 เท่าจากอานิสงส์ “คนละครึ่ง พลัส”

ย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ เช่น สุขุมวิท-สีลม-สาทร และบรรทัดทอง ยอดขายยังคงติดลบหรือฟื้นตัวช้า เนื่องจากต้นทุนและการแข่งขันที่สูง

ปี 2025 เป็นปีที่พฤติกรรมการกินของคนไทยขับเคลื่อนด้วยกระแสสุขภาพแบบมัตจะ และรสชาติที่คุ้นเคยจากเมนูส้มตำและข้าวแกง ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่า โดยมีนโยบายรัฐเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปี 2025 “มัตจะ” มาแรงคนไทยสั่ง 6.5 ล้านแก้ว “ตำปูปลาร้า” ยอดสั่ง 8 ล้านจาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...