โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เสธ.เบิร์ด’ ชำแหละ 4 ฉากทัศน์ ‘End Game’ ขัดแย้งไทย-กัมพูชา

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 02.40 น. • The Bangkok Insight

"เสธ.เบิร์ด" ชำแหละ 4 ฉากทัศน์ "End Game"ขัดแย้งไทย-กัมพูชา ชี้ US-จีน พร้อมใจหนุน "มาเนท" เพื่อโค่นอำนาจเก่า

วันนี้ (25 ธ.ค.) พล.ท.วันชนะ สวัสดี ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า… [Analysis] 4 ฉากทัศน์ "End Game" ปมขัดแย้งไทย-กัมพูชา: เมื่อมหาอำนาจขยับ กระดานนี้ใครคือผู้ชนะ?

ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ใช่แค่เรื่องของ "พื้นที่ทับซ้อน" หรือ "ชาตินิยม" อีกต่อไป แต่คือสมรภูมิย่อยในเกมภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่มีมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน จ้องมองอยู่ตาไม่กระพริบ

ในฐานะนักวิเคราะห์ความมั่นคง ผมขอเสนอ 4 ฉากทัศน์ (Scenarios) ที่เป็นไปได้ในการ "จบเกม" ระยะยาว โดยมองผ่านเลนส์ผลประโยชน์ของทุกฝ่ายครับ

1. The Western Dream: "Regime Change" สู่ประชาธิปไตย

ฉากทัศน์: สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจ ล้มล้างตระกูล "ฮุน" และสนับสนุนผู้นำสายเสรีนิยมอย่าง สม รังสี ขึ้นมาแทนที่

ทฤษฎี/บทเรียนในอดีต: นี่คือโมเดล "Regime Change" ที่สหรัฐฯ เคยใช้ในอิรักหรือลิเบีย หากผู้นำเก่าดื้อดึง จุดจบอาจรุนแรงเหมือน ซัดดัม ฮุสเซน หรือ กัดดาฟี

ผลลัพธ์: กัมพูชาจะพลิกขั้วมาเป็นพันธมิตรหลักของอเมริกาในอาเซียนทันที ตัดวงจรจีน แต่ความเสี่ยงคือความวุ่นวายภายในระดับสงครามกลางเมือง

2. The Dragon's Restore: "Royal Return" จีนจัดระเบียบใหม่

ฉากทัศน์: จีนมองว่าตระกูลฮุนเริ่ม "คุมยาก" หรือสร้างปัญหามากเกินไป จึงสนับสนุนให้เปลี่ยนผู้นำ โดยดึงสายราชวงศ์ (ลูกหลานสมเด็จนโรดม สีหนุ) ที่จีนฟูมฟักดูแลในปักกิ่งมาอย่างยาวนาน ขึ้นมามีอำนาจนำแทน

ทฤษฎี/บทเรียนในอดีต: จีนถนัดการใช้ "Soft Power ทางการทูต" ผ่านความสัมพันธ์ระดับผู้นำ (Elite Relations) จีนเลี้ยงดูราชวงศ์กัมพูชามาตลอดเพื่อเป็น

"ไพ่สำรอง"

ผลลัพธ์: ตระกูลฮุนต้องลี้ภัย จีนยังคงอิทธิพลเบ็ดเสร็จ แต่ได้ภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาชาวกัมพูชาที่เคารพสถาบันกษัตริย์

3. The Strongman Standoff: ฮุน เซน ยอมถอย (แต่ไม่จริง)

ฉากทัศน์: ตระกูลฮุนยอมสงบศึกชายแดนเพื่อลดแรงกดดัน แต่ยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

ความน่าจะเป็น: "ต่ำ" เพราะฉากนี้ไม่มีใครชอบ

สหรัฐฯ & จีน: มองว่า สมเด็จฮุน เซน มีความเป็น "Machiavellian" (เจ้าเล่ห์เพทุบาย) สูง ดำเนินนโยบายแบบ "Hedging" (แทงกั๊ก) ตลอดเวลา เชื่อใจไม่ได้ เจรจายาก และบารมีมากเกินไปจนคุมไม่อยู่

4. The Soft Landing: ยุคสมัยของ "ฮุน มาเนท" (The Chosen One?) ????????????

ฉากทัศน์: ฮุน เซน วางมืออย่างแท้จริง หรือถูกกดดันให้ออกไปจากสมการอำนาจ ปล่อยให้ ฮุน มาเนท ปกครองโดยไร้เงาของพ่อ

ทำไมฉากนี้ถึงน่าสนใจที่สุด?

US Perspective: ฮุน มาเนท จบ West Point อเมริกาคุยด้วยง่ายกว่า มี Mindset แบบทหารตะวันตก และดู "ศิวิไลซ์" กว่าพ่อ

China Perspective: สัญญาและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (BRI) ยังเดินหน้าต่อ จีนรับได้ตราบใดที่ผลประโยชน์ไม่กระทบ

Domestic Challenge: โจทย์ยากคือ ฮุน มาเนท ต้องเคลียร์กับกลุ่มอำนาจเก่า โดยเฉพาะ "ตระกูลเตีย" (คุมกองทัพมายาวนาน) เพื่อสร้างเสถียรภาพ

บทสรุป: ทำไม Scenario 4 คือ "ทางออกที่สวยที่สุด"?

ในระยะยาว ฉากทัศน์ที่ 4 มีโอกาสเกิดขึ้นสูงสุด และจะเป็นจุดเปลี่ยนที่นำ "สันติภาพ" กลับมาสู่ชายแดนไทย-กัมพูชาได้ เพราะ: แพะรับบาป (Scapegoat): ความขัดแย้งในอดีตและความผิดพลาดทั้งหมด จะถูกโยนไปที่ "ยุคของฮุน เซน" เมื่อเขาพ้นจากอำนาจ ไทยและกัมพูชาสามารถ Reset ความสัมพันธ์ ได้โดยอ้างว่า "นั่นคือนโยบายของผู้นำคนก่อน" เป็นทางลงที่สวยงาม (Face-saving) ให้ทั้งสองชาติ Game of Powers: ทั้งจีนและอเมริกา "วิน-วิน" เจรจากับ ฮุน มาเนท ง่ายกว่า ฮุน เซน ที่เขี้ยวลากดิน ในมุมมองมหาอำนาจ "ฮุน มาเนท อ่อนกว่า ฮุน เซน" หากวันใดเขาคิดแข็งข้อหรือเลือกข้างชัดเจนเกินไป การจะ "โค่น" หรือ "เปลี่ยนตัว" ฮุน มาเนท ย่อมง่ายกว่าการงัดข้อกับพ่อของเขาหลายเท่า

สุดท้าย: ความสงบจะเกิดได้ เมื่อมหาอำนาจเห็นพ้องว่า "ตัวแสดงใหม่" ควบคุมง่ายกว่า "ตัวแสดงเดิม" ครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...