CBAM มีผลบังคับใช้ น่ากังวลแค่ไหน สำหรับสินค้าส่งออกของไทย?
จากบทความ Discussion Paper ฉบับเต็ม “The Impact of the EU CBAM on Thai Exporting Firms: Analysis of Firm-level Data” เผยแพร่โดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่กลั่นกรองเนื้อหา จากทีมงานนักวิจัย อาทิ ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ กำลังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)ที่มีผลกระทบต่อไทย และจะต้องรีบมืออย่างไร หากไม่เร่งปรับตัว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) เริ่มกำหนดให้ผู้นำเข้าใน EU ต้องซื้อเอกสารรับรองการจ่ายค่าธรรมเนียม (CBAM certificates) ตามปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกินกว่า benchmark value สำหรับสินค้าประเภทซีเมนต์ เหล็ก/เหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน (สินค้า CBAM)
จากเดิมระหว่างปี 2566-2568 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้นำเข้าใน EU ยังไม่ต้องซื้อ CBAM certificates แต่ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ไป EU ต้องรายงานข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่แฝงไปกับสินค้า (embedded emission) แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา EU กำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้า CBAM ต้องซื้อ CBAM certificates ในกรณีที่ปริมาณก๊าซเรือนกระจกสูงกว่า benchmark value ที่ EU กำหนด
จากข้อมูลใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากรในช่วงปี 2559-2567 ครอบคลุมจำนวน 52,394 รายการ และฐานข้อมูลงบการเงินรายบริษัท Corporate Profile and Financial Statement (CPFS) ของกระทรวงพาณิชย์ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า
1.มูลค่าการส่งออกสินค้า CBAM ไป EU ของผู้ส่งออกไทยลดลง 14% เมื่อเทียบกับผู้ส่งออกสินค้าอื่น ๆ ไป EU หลังจากที่มีการประกาศว่าจะใช้มาตรการ CBAM ในปี 2563 และลดลง 24% หลังจากที่มาตรการ CBAM เริ่มบังคับใช้ในปี 2566 ซึ่งสะท้อนว่าผู้ส่งออกสินค้า CBAM ของไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM แล้ว ถึงแม้ว่า EU เพิ่งจะเริ่มบังคับให้มีการซื้อ CBAM certificate เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ก็ตาม
2.มาตรการ CBAM ก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมาตรการ CBAM (สินค้า non-CBAM) ไป EU ด้วย เนื่องจากผู้ส่งออกมักส่งออกสินค้าทั้งหมดไปพร้อม ๆ กัน (ในลักษณะ bulk consignment) เพื่อประหยัดต้นทุนในการขนส่ง เราจึงเห็นว่าการส่งออกสินค้าอื่น ๆ ไป EU ก็ลดลงด้วยอย่างมีนัยสำคัญ
3.ผู้ส่งออกสินค้า CBAM ไป EU บางส่วนรับมือกับผลกระทบจากมาตรการ CBAM โดยหันไปส่งออกสินค้า non-CBAM ไปยังประเทศนอก EU อย่างไรก็ดี แนวทางรับมือดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้จากการส่งออกที่บริษัทสูญเสียไปอันเนื่องมาจากมาตรการ CBAM เนื่องจากสัดส่วนรายได้ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นจากการส่งออกสินค้า non-CBAM ไปนอก EU น้อยกว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทที่ลดลงจากการส่งออกสินค้าทั้ง CBAM และ non-CBAM ไป EU ได้น้อยลง
4.มาตรการ CBAM ส่งผลให้ผู้นำเข้าใน EU นำเข้าสินค้า CBAM จากประเทศที่ปล่อยคาร์บอนสูงในกระบวนการผลิตสินค้าน้อยลง เมื่อเทียบกับประเทศที่ปล่อยคาร์บอนตํ่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับตัวในการปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงเพื่อไม่ให้สูญเสียตลาด EU
5.มาตรการ CBAM ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยไม่เท่าเทียมกัน โดยผู้ส่งออกที่เป็นบริษัทขนาดเล็กได้รับผลกระทบเชิงลบจากมาตรการ CBAM สูงกว่าผู้ส่งออกรายใหญ่ ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ข้อจำกัดด้านเงินทุนและด้านเทคนิค ทำให้ไม่สามารถลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ CBAM ได้อย่างทันท่วงที
ผลกระทบดังกล่าว จึงนำมาสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อช่วยลดผลกระทบจากมาตรการ CBAM และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น 1.การสื่อสารเชิงรุกและการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ CBAM ให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความเร่งด่วนในการปรับตัว และสามารถวางแผนล่วงหน้าในการปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม
2.การสนับสนุนให้ผู้ส่งออกสามารถคำนวณความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน (carbon intensity) ของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือคำนวณที่ใช้งานได้จริง 3.การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจลงทุนโดยมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างครบถ้วน และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจตนเอง
4.การเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบหรือผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังมากับสินค้าที่ส่งออก (verifier) ที่ได้รับการรับรองจาก EU ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มการแข่งขันในตลาดผู้ทวนสอบ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ และลดระยะเวลาในการทวนสอบ
5.การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนในการจัดทำข้อมูล carbon intensity การทวนสอบ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่อาจมีข้อจำกัดมากกว่า และได้รับผลกระทบมากกว่า