โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นชิปโลก” เปิดปี 69 ร้อนแรง Samsung-SK Hynix-Micron นำขบวน อานิสงส์ AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 10.18 น.

"หุ้นชิปโลก" เปิดปีอย่างร้อนแรง โดยผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกเป็นหัวขบวน รับอานิสงส์ดีมานด์ AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง ดันราคาหน่วยความจำและคาดการณ์กำไรพุ่งแรง

วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 16.59 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยมีหุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกเป็นผู้นำการปรับขึ้น จากแรงหนุนของความต้องการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

*หุ้นของ SK Hynix และSamsung Electronics จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับตัวขึ้นแล้ว 11.5% และ 15.9% ตามลำดับนับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากสหรัฐ ปรับตัวขึ้นราว 9%*

หน่วยความจำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของชิปที่ใช้ในการฝึกและประมวลผลโมเดล AI เช่น โมเดลที่พัฒนาโดย Nvidia และ AMD โดยในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยียังคงทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อจัดซื้อชิปและขยายศูนย์ข้อมูล AI ส่งผลให้ชิปหน่วยความจำอยู่ในภาวะตึงตัวด้านอุปทาน

โดยเฉพาะชิป DRAM (Dynamic Random-Access Memory) ซึ่งใช้ในศูนย์ข้อมูล AI มีราคาปรับตัวพุ่งแรงในปี 2025 และมีการคาดการณ์ว่าราคาหน่วยความจำจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40% ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ตามข้อมูลจาก Counterpoint Research

เบน แบร์ริงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ Quilter Cheviot ระบุว่า การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงหลังมานี้ ขับเคลื่อนโดยฝั่งชิปหน่วยความจำเป็นหลัก มากกว่าชิปประมวลผลเชิงตรรกะ (logic chips) พร้อมชี้ว่า ความต้องการจากงานด้าน AI อยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่อุปทานยังจำกัด โดยเฉพาะหน่วยความจำความเร็วสูง (High-Bandwidth Memory: HBM) ซึ่งมีความจำเป็นต่อการฝึกและรันโมเดล AI ขนาดใหญ่

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อ Samsung, SK Hynix และ Micron เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีศักยภาพในการปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำได้ ท่ามกลางอุปสงค์ที่ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้ ก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ในสัปดาห์หน้า ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะพุ่งแรง

นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดว่า Samsung จะรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กำไรต่อหุ้นของ Micron ในไตรมาสเดือนธันวาคม คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 400%

ทั้งนี้แรงหนุนจากหุ้นชิปหน่วยความจำยังส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าความต้องการด้าน AI ที่แข็งแกร่งในปี 2568 จะต่อเนื่องมาถึงปีนี้

*หุ้นของ Intel ปรับตัวขึ้นเกือบ 7% ขณะที่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับขึ้นเกือบ 10% โดยทั้งสองบริษัทถูกมองว่าจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง*

*ด้าน ASML บริษัทจากเนเธอร์แลนด์ผู้ผลิตเครื่องจักรสำคัญสำหรับการผลิตชิปล้ำสมัย มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 14% ตั้งแต่ต้นปี โดยสถาบันการเงิน Bernstein ได้ปรับราคาเป้าหมายหุ้น ASML ขึ้นจาก 800 ยูโร เป็น 1,300 ยูโร สะท้อนอัพไซด์ราว 24% จากระดับราคาล่าสุด*

นักวิเคราะห์ของ Bernstein ระบุว่า ASML จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากแผนขยายกำลังการผลิตในปี 2569–2570 โดยเฉพาะจากวัฏจักรขาขึ้นของชิป DRAM ซึ่งจะช่วยหนุนคำสั่งซื้อเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง

นักวิเคราะห์ยังคาดว่าผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Samsung และบริษัทอื่น ๆ จะเพิ่มกำลังการผลิตในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ ASML เนื่องจากเครื่องมือของบริษัทมีความจำเป็นต่อการผลิตชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่

แบร์ริงเกอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเห็นล่าสุดจาก SK Hynix ที่ชี้ถึงความเป็นไปได้ของซูเปอร์ไซเคิลในตลาด HBM ได้ตอกย้ำมุมมองว่านี่ไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการหน่วยความจำจาก AI

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...