“หุ้นชิปโลก” เปิดปี 69 ร้อนแรง Samsung-SK Hynix-Micron นำขบวน อานิสงส์ AI
"หุ้นชิปโลก" เปิดปีอย่างร้อนแรง โดยผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกเป็นหัวขบวน รับอานิสงส์ดีมานด์ AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง ดันราคาหน่วยความจำและคาดการณ์กำไรพุ่งแรง
วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 16.59 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยมีหุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกเป็นผู้นำการปรับขึ้น จากแรงหนุนของความต้องการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
*หุ้นของ SK Hynix และSamsung Electronics จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับตัวขึ้นแล้ว 11.5% และ 15.9% ตามลำดับนับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากสหรัฐ ปรับตัวขึ้นราว 9%*
หน่วยความจำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของชิปที่ใช้ในการฝึกและประมวลผลโมเดล AI เช่น โมเดลที่พัฒนาโดย Nvidia และ AMD โดยในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยียังคงทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อจัดซื้อชิปและขยายศูนย์ข้อมูล AI ส่งผลให้ชิปหน่วยความจำอยู่ในภาวะตึงตัวด้านอุปทาน
โดยเฉพาะชิป DRAM (Dynamic Random-Access Memory) ซึ่งใช้ในศูนย์ข้อมูล AI มีราคาปรับตัวพุ่งแรงในปี 2025 และมีการคาดการณ์ว่าราคาหน่วยความจำจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40% ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ตามข้อมูลจาก Counterpoint Research
เบน แบร์ริงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ Quilter Cheviot ระบุว่า การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงหลังมานี้ ขับเคลื่อนโดยฝั่งชิปหน่วยความจำเป็นหลัก มากกว่าชิปประมวลผลเชิงตรรกะ (logic chips) พร้อมชี้ว่า ความต้องการจากงานด้าน AI อยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่อุปทานยังจำกัด โดยเฉพาะหน่วยความจำความเร็วสูง (High-Bandwidth Memory: HBM) ซึ่งมีความจำเป็นต่อการฝึกและรันโมเดล AI ขนาดใหญ่
สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อ Samsung, SK Hynix และ Micron เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีศักยภาพในการปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำได้ ท่ามกลางอุปสงค์ที่ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้ ก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ในสัปดาห์หน้า ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะพุ่งแรง
นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดว่า Samsung จะรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กำไรต่อหุ้นของ Micron ในไตรมาสเดือนธันวาคม คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 400%
ทั้งนี้แรงหนุนจากหุ้นชิปหน่วยความจำยังส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าความต้องการด้าน AI ที่แข็งแกร่งในปี 2568 จะต่อเนื่องมาถึงปีนี้
*หุ้นของ Intel ปรับตัวขึ้นเกือบ 7% ขณะที่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับขึ้นเกือบ 10% โดยทั้งสองบริษัทถูกมองว่าจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง*
*ด้าน ASML บริษัทจากเนเธอร์แลนด์ผู้ผลิตเครื่องจักรสำคัญสำหรับการผลิตชิปล้ำสมัย มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 14% ตั้งแต่ต้นปี โดยสถาบันการเงิน Bernstein ได้ปรับราคาเป้าหมายหุ้น ASML ขึ้นจาก 800 ยูโร เป็น 1,300 ยูโร สะท้อนอัพไซด์ราว 24% จากระดับราคาล่าสุด*
นักวิเคราะห์ของ Bernstein ระบุว่า ASML จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากแผนขยายกำลังการผลิตในปี 2569–2570 โดยเฉพาะจากวัฏจักรขาขึ้นของชิป DRAM ซึ่งจะช่วยหนุนคำสั่งซื้อเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง
นักวิเคราะห์ยังคาดว่าผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Samsung และบริษัทอื่น ๆ จะเพิ่มกำลังการผลิตในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ ASML เนื่องจากเครื่องมือของบริษัทมีความจำเป็นต่อการผลิตชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่
แบร์ริงเกอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเห็นล่าสุดจาก SK Hynix ที่ชี้ถึงความเป็นไปได้ของซูเปอร์ไซเคิลในตลาด HBM ได้ตอกย้ำมุมมองว่านี่ไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการหน่วยความจำจาก AI
อ้างอิง : www.cnbc.com