โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อี แจ-มยอง” ส่งสัญญาณรีเซ็ตสัมพันธ์ “จีน” ตั้งเป้าฟื้นความร่วมมือเต็มรูปแบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 09.06 น.

"อี แจ-มยอง" เดินหน้าเปิดเกมการทูตกับจีนอย่างจริงจัง ตั้งเป้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 15.12 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เข้าพบ หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ที่กรุงปักกิ่ง พร้อมให้คำมั่นเดินหน้ายกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยกรุงโซลตั้งเป้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางบริบทภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ตึงเครียดมากขึ้น

การหารือครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันอังคาร เพียงหนึ่งวันหลังผู้นำเกาหลีใต้และจีนย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีในการพบปะกันเป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน สะท้อนความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการประคับประคองและรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ ระหว่างที่แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างการประชุม สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ระบุว่าความถี่ของการพบปะระหว่างผู้นำสะท้อนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์จีน–เกาหลีใต้ พร้อมชี้ว่าทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และควรยกระดับการสื่อสารและความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สี จิ้นผิง ยังกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายควรเคารพเส้นทางการพัฒนาที่แต่ละประเทศเลือก ดูแลผลประโยชน์หลักและข้อกังวลสำคัญของกันและกัน และแก้ไขความเห็นต่างผ่านการเจรจา โดยเรียกร้องให้อี แจ-มยอง ยืนอยู่ข้างประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

การเยือนครั้งนี้ทำให้อี แจ-มยอง กลายเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่เยือนจีนอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2562 โดยเขาเดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อเยือนจีนเป็นเวลา 4 วัน และมีกำหนดเดินทางต่อไปยังนครเซี่ยงไฮ้ การเดินทางเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการเยือนเกาหลีใต้ของสี จิ้นผิง เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยผู้นำจีนได้เน้นย้ำความสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค พร้อมให้คำมั่นกระชับความร่วมมือกับกรุงโซล

อี แจ-มยอง กล่าวกับสี จิ้นผิง“ผมหวังว่าจะได้เปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์เกาหลีใต้–จีนไปพร้อมกับท่าน”

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า สหรัฐฯ ได้จับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และนำตัวไปขึ้นศาลที่นิวยอร์ก ขณะที่ในเอเชียตะวันออก เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงในวันเดียวกับที่อีเดินทางถึงจีน สะท้อนความท้าทายด้านความมั่นคงที่เกาหลีใต้ยังต้องเผชิญ

อี แจ-มยอง เรียกร้องให้จีนมีบทบาทสนับสนุนการสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี โดยย้ำว่าสันติภาพคือรากฐานของความมั่งคั่งและการเติบโต และเป็นสิ่งจำเป็นที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค

ทั้งนี้จีนยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักของเกาหลีเหนือ โดยให้การช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและพันธมิตร โดยก่อนหน้านี้ สี จิ้นผิง เคยเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือในพิธีสวนสนามทางทหารที่กรุงปักกิ่ง พร้อมให้คำมั่นกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

การเยือนจีนของอี แจ-มยอง ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์จีน–ญี่ปุ่นตึงเครียด หลังนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น แสดงท่าทีว่าญี่ปุ่นอาจใช้กำลังทางทหาร หากจีนโจมตีไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นดินแดนของตน ส่งผลให้ปักกิ่งออกมาตรการตอบโต้ ทั้งการเรียกร้องให้พลเมืองจีนลดการเดินทางไปญี่ปุ่น และการจำกัดการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น

โดยอ้างถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้กับลัทธิทหารนิยมญี่ปุ่นเมื่อกว่า 80 ปีก่อน สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนและเกาหลีใต้ควร “จับมือกันปกป้องผลแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง” และร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

อี ยืนยันจุดยืนของเกาหลีใต้ในการเคารพนโยบายจีนเดียว ในประเด็นไต้หวัน พร้อมเน้นย้ำความพร้อมในการรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์กับปักกิ่ง

หลังการประชุมสุดยอด ผู้นำเกาหลีใต้เผยแพร่ภาพร่วมกับผู้นำจีนและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของทั้งสองประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยภาพดังกล่าวถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนที่ผู้นำจีนมอบให้ในการเยือนครั้งก่อน

ด้านวี ซุง-ลัก ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องฟื้นฟูช่องทางการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ รวมถึงด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง

จีนยังตกลงให้ความร่วมมือช่วยบริษัทเกาหลีใต้เข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ ขยายการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป และหารืออย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่จีนก่อสร้างในทะเลเหลือง

ทั้งนี้คณะของอีประกอบด้วยผู้นำภาคธุรกิจรายใหญ่ของเกาหลีใต้ อาทิ ผู้บริหารระดับสูงจากซัมซุง, SK และฮุนได สะท้อนความพยายามเชื่อมโยงความร่วมมือทางการเมืองกับเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศยังลงนามบันทึกความเข้าใจรวม 14 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่สิ่งแวดล้อมไปจนถึงการค้า และเห็นชอบจัดตั้งกลไกการเจรจาการค้าระดับรัฐมนตรี โดยมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 อีส่งสัญญาณใช้นโยบายต่างประเทศที่สมดุลมากขึ้น ระหว่างการรักษาความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีน แม้ข้อจำกัดด้านยุทธศาสตร์จะยังคงอยู่

หลังพบหลี่ เฉียง อีจะเดินทางต่อไปยังนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่ตั้งรัฐบาลเกาหลีในพลัดถิ่น ก่อนเดินทางกลับประเทศ

“การเยือนครั้งนี้ ผมตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความสัมพันธ์เกาหลีใต้–จีนอย่างเต็มรูปแบบ และทำให้ความร่วมมือระหว่างกันกลายเป็นแนวโน้มที่ไม่อาจย้อนกลับได้” อี กล่าว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...