หุ้นไทยภาคเช้า ปิดลบ 18.57 จุด กังวล Valuation กลุ่มเทค-เฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยหลังตัวเลขจ้างงานดี
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 21 พ.ย. ปิดที่ 1,263.24 จุด ลดลง 18.57 จุด มูลค่าซื้อขาย 18,584 ล้านบาท ปรับตัวลงตามภูมิภาค กลับมากังวล Valuation หุ้นกลุ่มเทคสูงรวมถึงหุ้นสหรัฐ จึงเทขายทำกำไรออกมา ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ย.ออกมาแข็งแกร่ง
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 21 พ.ย. ที่ระดับ 1,263.24จุด ลดลง 18.57 จุด (-1.45%) มูลค่าซื้อขายราว 18,584 ล้านบาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับบตัวลงตาม Sentiment ลบในภูมิภาค หลังยังกังวล Valuation กลุ่มเทค แม้งบของบริษัทอินวีเดีย (NVDIA) ออกมาดีกว่าคาด อีกทั้งราคาหุ้นกลุ่มเทคและหุ้นสหรัฐก็ปรับขึ้นมาต่อเนื่อง
โดย S&P500 ปรับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดในเดือนเม.ย. ที่ 4,800 จุดขึ้นมาสูงสุดที่ 6,900 จุด ปรับขึ้นมา 40% และปัจจุบันดัชนีลงมาที่ 6,500 จุดยังให้ผลตอบแทนราว 30% ดังนั้นจึงใช้จังหวะนี้ขายทำกำไร
ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือน ก.ย. ออกมาแข็งแกร่ง แม้อัตราว่างยังสูงอยู่ และปรับคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มาเป็นกว่า 40% จาก 30% แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคาดว่าในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค.นี้ เฟดจะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรรวมเดือนต.ค.และพ.ย.ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ดังนั้นตลาดมองว่าเดือนม.ค.-ก.พ.69 มีลุ้นที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศ มองว่าประเด็นเรื่องการเมืองยังไม่มีความแน่นอน ที่จะยุบสภาหรือไม่
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายคาดว่าน่าจะทรงตัวในแดนลบต่อเนื่อง เพราะไม่มีปัจจัยใหม่ แต่ให้ระวังหากดัชนี SET ลงมาต่ำกว่า 1,260 จุดภาพตลาดหุ้นไทยเป็นลบ โดยให้กรอบแนวรับที่ 1,260 จุด แนวต้านที่ 1,270 จุด