ภารกิจใหญ่รัฐบาล ทวงคืนช้างไทย พลายประตูผา-พลายศรีณรงค์ กลับบ้าน
กระแสสังคมในประเทศไทยกำลังจับตาภารกิจ “ทวงคืนช้างไทย” อีกครั้ง หลังเครือข่ายคนรักษ์ช้างและประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลนำช้างไทย 2 เชือก คือ พลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ กลับมาดูแลในประเทศ ท่ามกลางความกังวลด้านสวัสดิภาพและสุขภาพของช้างทั้งคู่ที่ถูกใช้งานอยู่ในศรีลังกา
เสียงเรียกร้องครั้งนี้ยิ่งทวีความเข้มข้น เพราะไทยเพิ่งประสบความสำเร็จในการนำ “พลายศักดิ์สุรินทร์” ช้างทูตสันถวไมตรีที่อยู่ต่างแดนกว่า 22 ปี กลับสู่บ้านเกิดอย่างปลอดภัย ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ซ้ำอีกครั้ง
พลายประตูผาเป็นช้างไทยเชือกแรกที่ถูกส่งไปศรีลังกาเมื่อปี 2523 ขณะอายุเพียง 6 ขวบ ปัจจุบันอายุ 51 ปี และอยู่ที่วัดสุธุฮุมโปลลา เมืองแคนดี้ ส่วนพลายศรีณรงค์ถูกส่งออกไปในปี 2544 ปัจจุบันอายุ 29 ปี และพำนักอยู่ที่วัดเคลานิยา เมืองรัตนปุระ โดยทั้งสองเชือกถือเป็นช้างทูตที่ถูกมอบให้ศรีลังกาในยุคเดียวกับพลายศักดิ์สุรินทร์
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าว่า รัฐบาลติดตามเรื่องนี้ทุกวันและถือสวัสดิภาพช้างไทยเป็นหลัก พร้อมได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ผลักดันให้ภารกิจนี้เดินหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับศรีลังกาไปพร้อมกัน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทยได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือกรณีนำช้างทั้งสองเชือกกลับประเทศ โดยชี้แจงว่าภาพช้างที่ถูกแชร์ในโซเชียลบางส่วนไม่ใช่ภาพของช้างไทยทั้งสองเชือก แต่ศรีลังการับทราบข้อห่วงใยของไทยแล้ว และพร้อมให้คณะสัตวแพทย์ไทยเดินทางไปตรวจสุขภาพช้างทั้งคู่เพื่อยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ นายสุชาติ จะเดินทางไปคารวะประธานาธิบดีศรีลังกา พร้อมนำทีมสัตวแพทย์ตรวจสุขภาพช้าง ส่วนโอกาสที่ช้างทั้งสองจะกลับไทยภายใน 4 เดือน รองนายกฯ ระบุเพียงว่า “จะพยายามอย่างที่สุด”
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันรัฐบาลไทย ไม่มีนโยบายส่งออกช้างไปต่างประเทศแบบในอดีตอีกต่อไป หากจะมีการแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างประเทศ ต้องผ่านการพิจารณาเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชีวิตจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและไม่เข้าข่ายการทารุณสัตว์
กระแสทวงคืนช้างไทยกำลังขยับอีกครั้ง และทั้งประเทศกำลังรอคอยว่า “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” จะได้กลับแผ่นดินแม่เช่นเดียวกับพลายศักดิ์สุรินทร์หรือไม่