โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TISCO กำไรปี 68 ร่วง 3.5% เหลือ 6.6 พันล้าน เหตุตั้งสำรองเพิ่มรับเศรษฐกิจเปราะบาง

Thairath Money

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. เวลา 02.59 น.
ภาพไฮไลต์

เข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ และก็มาตามนัดเหมือนเช่นเคยสำหรับ TISCO ที่มักจะเป็นเสือปืนไว ส่งงบการเงินมาให้นักลงทุนได้ดูก่อนใครเสมอ

โดย TISCO รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,658.90 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการ "ตั้งการ์ดสูง" เพิ่มเงินตั้งสำรองขึ้นมาแตะระดับ 2.3 พันล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเปราะบาง

TISCO กำไรปี 2568 ร่วง 3.5% ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือหุ้น TISCO ในฐานะบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทิสโก้ รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทมีกําไรสุทธิจากผลการดําเนินงาน เฉพาะกิจการสําหรับปี 2568 จํานวน 6,318.66 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้เงินปันผลและรายได้ค่าธรรมเนียมบริการแก่บริษัทลูกภายในกลุ่ม

แต่เนื่องจากบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และไม่มีการประกอบธุรกิจหลักอื่นใด ดังนั้น ผลการดําเนินงานและฐานะการเงินที่ใช้ในการวิเคราะห์ จึงเป็นงบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์และกลุ่มธุรกิจตลาดทุน

โดยกําไรสุทธิสําหรับผลประกอบการงวดปี 2568 ของบริษัทมีจํานวน 6,658.90 ล้านบาท ลดลงจํานวน 242.38 ล้านบาท หรือลดลด 3.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.0% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย หรือมีจำนวน 2,340.08 ล้านบาท ตามแผนการตั้งสํารองกลับสู่ระดับปกติ และรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

ในส่วนของรายได้จากการดําเนินงานเติบโต 2.2% มาอยู่ที่ 19,655.47 ล้านบาท โดยหลักจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 8.8% มาอยู่ที่ 6,153.13 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 6.5% ตามการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัยและรายได้อื่นที่เกี่ยวกับสินเชื่อ
  • รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้น 8.8% จากการเติบโตของธุรกิจกองทุนสํารองเลี้ยงชีพและธุรกิจกองทุนรวม

อีกทั้ง มีผลกําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักทรัพย์อ่อนตัวลง ตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ชะลอตัว

ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 0.5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 13,502.34 ล้านบาท จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยรวม 4 ครั้ง และการลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”

ทั้งนี้ ในภาวะที่เศรษฐกิจยังคงเปราะบาง บริษัทยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานลดลง 2.6% จากปีก่อนหน้า

บริษัทยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและรอบคอบ รวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.28% และมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ณ สิ้นปี 2568 ที่ 172.1%

สำหรับกําไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic earnings per share) สําหรับปี 2568 เท่ากับ 8.32 บาทต่อหุ้น ลดลงจาก 8.62 บาทต่อ หุ้นในปี 2567 และบริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) อยู่ที่ 15.4%

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TISCO กำไรปี 68 ร่วง 3.5% เหลือ 6.6 พันล้าน เหตุตั้งสำรองเพิ่มรับเศรษฐกิจเปราะบาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...