โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่เป็นหมอดูไลฟ์สด : พร้อมระบบสะสมบุญพลิกชะตา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2568 เวลา 08.18 น. • enjoybook
ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์เร้นลับฟื้นในร่างเด็กสาวกำพร้า พร้อมระบบบุญกุศลยืดอายุขัย ไลฟ์สดทำนายดวง-ปราบวิญญาณ จนชื่อเสียงสะท้านโซเชียล และความจริงมืดมนถูกเปิดเผยทีละคดี…

ข้อมูลเบื้องต้น

เกิดใหม่เป็นหมอดูไลฟ์สด : พร้อมระบบสะสมบุญพลิกชะตา
直播算命太准,国家请我出山

** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัทเอ็นจอยบุ๊คจำกัด **
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 九粥 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook

เรื่องย่อ
เจียงอี ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์เร้นลับกลับชาติมาเกิดในร่างเด็กสาวกำพร้าชื่อเดียวกัน หลังร่างเดิมถูกทรยศและเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอพบว่าตนมี ‘ระบบบุญกุศล’ ที่ต้องสะสมเพื่อยืดอายุขัย เธอจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการไลฟ์สดทำนายโชคชะตา
ช่วยตามหาสุนัข–จับแก๊งค้ามนุษย์ ขายยันต์ป้องกันตัว ยันต์ความงาม ยันต์ลดน้ำหนัก ไปจนถึงเปิดโปงคดีฆาตกรรมสะเทือนสังคม ทุกครั้งที่ช่วยเหลือผู้คน เธอยิ่งเข้าใกล้ความจริง ภารกิจสะสมบุญกุศลได้เริ่มขึ้นแล้ว!

ขอแนะนำเรื่องใหม่ที่มาเพิ่มความสนุกให้นักอ่าน

…………..คลิกอ่านที่รูปปกได้เลยนะ…………

หมี่เป่าตั้งใจมาเกาะเขากินในตระกูลเศรษฐี แต่ดันคำนวณได้ว่าตระกูลนี้กำลังจะล้มละลาย! ข้าวนิ่มยังไม่ทันได้กินก็จะอดตายซะแล้ว งานนี้ซาลาเปาน้อยขอเปิดแผงดูดวง พลิกชะตา ใครก็อย่ามาขวาง!

พิเศษ! อ่านที่ Enjoybook อัปเดตตอนนำกว่าใคร อัปเร็ว อัปก่อน อ่านจุใจกันไปเลย

บทที่ 1 กลับชาติมาเกิดแล้วไลฟ์สดทำนายโชคชะตา

บทที่ 1 กลับชาติมาเกิดแล้วไลฟ์สดทำนายโชคชะตา

"ทุบ!"

"ทุบทำลายทุกอย่างให้หมด!"

"ไอ้นักพรตจอมปลอมคนนี้หลอกเอาเงินฉันไปตั้งเยอะ วันนี้ฉันจะต้องทุบสำนักของพวกมันให้พังเพื่อกำจัดภัยร้ายให้ประชาชน!"

ภายใต้ความสับสนมึนงง ‘เจียงอี’ เริ่มรู้สึกว่าหัวของเธอปวดราวกับจะระเบิด

เกิดอะไรขึ้น?

เธอไม่ได้ตายจากการถูกวางแผนลอบทำร้ายระหว่างต่อสู้หรอกหรือ?

เมื่อเจียงอีลืมตาขึ้น เธอรู้สึกเพียงความเจ็บปวดแสบร้อนที่ขมับ พอยกมือขึ้นสัมผัส กลับพบว่าขมับของเธอนั้นเต็มไปด้วยเลือด!

เบื้องหน้าของเธอคือเหล่าชายฉกรรจ์ราวสิบเจ็ดสิบแปดคน กำลังถือพลั่วและจอบทุบทำลายทุกสิ่งรอบ ๆ ตัวอย่างบ้าคลั่ง

ในวินาทีนั้น ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเธอทั้งหมด

เจ้าของร่างเดิมชื่อเจียงอีเหมือนกัน ถูกอาจารย์รับเลี้ยงมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็ก โดยอ้างว่าเธอมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เหมาะจะเป็นผู้สืบทอด

แต่ความจริงแล้ว ตาแก่นั่นเป็นผีพนัน รับเธอมาเลี้ยงเพียงเพื่อจะโกงเงินช่วยเหลือเด็กไปใช้หนี้พนันเท่านั้น

นั่นเป็นเหตุผลที่เธอต้องดรอปเรียนหลังจบมัธยมต้น และต้องติดอยู่ในสำนักเต๋าที่ทรุดโทรมแห่งนี้เพียงลำพัง นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลงเขาไปทำงานรับจ้างประทังชีวิต

จนกระทั่งวันนี้ มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามา บอกว่าอาจารย์ของเธอใช้การดูดวงหลอกเงิน และจะมาคิดบัญชีด้วย พอค้นหาอยู่นานไม่เจอตัว ก็เริ่มทุบทำลายสำนักเต๋า

ร่างเดิมพยายามเข้าไปขัดขวาง ใครจะคิดว่ายังไม่ทันได้ห้าม ก็ถูกกระเบื้องหลังคาที่ร่วงลงมาฟาดเข้าที่หัวจนตายคาที่

และด้วยความบังเอิญอย่างที่สุด จึงทำให้เจียงอีที่เป็นปรมาจารย์ด้านไสยศาสตร์ได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้

[ติ๊ง]

[ระบบบุญกุศลเช็กอินสำเร็จ]

เสียงประหลาดดังขึ้นในหัวของเจียงอี ทำเอาเธอขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

"ระบบสะสมบุญกุศลอะไรกัน?"

ระบบ: [ระบบสะสมบุญกุศล อย่างที่ชื่อบอก ก็คือการสะสมบุญกุศลนั่นเอง]

เจียงอีถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ "ถ้าสะสมบุญกุศลแล้วจะเป็นยังไงล่ะ?"

ระบบ: [เมื่อสะสมบุญกุศลแล้ว เจ้าของร่างอย่างคุณก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้]

เจียงอี: ???

ระบบ: [เดิมทีโฮสต์สะสมค่าบุญกุศลไว้มากมายจากการขจัดภัยและปราบวิญญาณในชาติก่อน แต่น่าเสียดายที่ถูกคนชั่วลอบทำร้าย ฉันจึงตัดสินใจใช้ค่าบุญกุศลเหล่านั้นแลกกับโอกาสเกิดใหม่ให้คุณ แต่ร่างกายนี้อ่อนแอและขี้โรค หากโฮสต์ไม่สะสมค่าบุญกุศลเพิ่ม จะตายภายในไม่กี่วัน]

เจียงอีใจกระตุกวูบ จึงรีบถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ต้องสะสมยังไง?"

ระบบ: [ง่ายมาก แค่ขจัดภัยปราบวิญญาณให้คนอื่น เติมกล่องรับบริจาคให้เต็ม หากทำความดีครั้งใหญ่ระหว่างนั้น จะสามารถปลดล็อกรางวัลพิเศษได้]

ทันใดนั้น แถบความคืบหน้าก็ปรากฏขึ้นภายในสมองของเธอ

ค่าบุญกุศลตอนนี้อยู่ที่ 100

ระบบ : [ค่าบุญกุศลต่อพลังชีวิตคือ 100:1 หมายความว่าค่าบุญกุศล 100 แต้ม ยืดอายุขัยได้เพียง 1 วันเท่านั้น ขณะนี้ร่างกายของโฮสต์มีเวลาถอยหลังก่อนจะตายอีกเพียง 1 วัน หากพรุ่งนี้เที่ยงคืนคุณยังสะสมค่าบุญกุศลไม่ได้ ร่างกายนี้จะดับสูญไปเองตามธรรมชาติ และคุณก็จะหายไปตลอดกาล]

สลายไปตลอดกาล?!

เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีก้อนอิฐลอยพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เจียงอีเอียงศีรษะหลบตามสัญชาตญาณ จึงรอดพ้นจากการโดนอิฐกระแทกไปได้อย่างหวุดหวิด

เธอหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง มองดูพวกนั้นที่กำลังคลุ้มคลั่งเหมือนคนบ้า จนต้องทนความเจ็บที่ศีรษะแล้วลุกขึ้นห้ามปราม "พอได้แล้ว!"

แต่พวกนั้นไม่สนใจเธอเลยสักนิด ชายที่เป็นหัวโจกถึงกับหงุดหงิดที่เธอเข้ามาขวาง จึงผลักเธอออกไปอย่างแรง เจียงอีล้มกระแทกกับกรอบประตูอย่างจัง ดวงตาของเธอพลันเย็นชาลงทันที ก่อนจะใช้นิ้วร่ายวิชาอย่างเงียบ ๆ

หลังจากนั้นก็มีสายลมแรงพัดมา เธอตะคอกเสียงดัง "ฉันบอกว่า พอได้แล้ว!"

ในพริบตา พวกเขาทั้งหมดถูกพลังนั้นกระแทกจนกระเด็นไปไกลหลายเมตร

"อ๊ากกก!!!"

ชายที่เป็นหัวโจกอยู่ใกล้เธอ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด หลังจากล้มลงบนพื้น เขาก็ ‘กระอัก’ เลือดออกมาอย่างแรง

ในทันใดนั้น ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา

นี่มัน…

นี่มันเวทมนตร์หรือ?

แต่พวกคนข้างล่างเขาบอกกันว่าคนในสำนักเต๋านี้เป็นแค่พวกสิบแปดมงกุฎไม่ใช่เหรอ?

ในตอนนั้นเอง เจียงอีค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนช้า ๆ

เลือดค่อย ๆ ไหลลงมาตามใบหน้าของเธอ ย้อมดวงตาข้างหนึ่งให้แดงฉานแลดูน่าสะพรึงกลัว

"เขาโกงเงินคุณไปเท่าไหร่" เธอถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

คนคนนั้นถูกเจียงอีทำให้ตกใจจนพูดติดอ่าง "หก…หกแสน…"

เจียงอีใช้ความทรงจำของร่างเดิมประกอบกับวันเดือนปีเกิดของปรมาจารย์เธอ คำนวณด้วยนิ้วมือแล้วกล่าวว่า "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาซ่อนตัวอยู่ในตึกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตึกนั้นอยู่ใกล้ริมแม่น้ำและกำลังจะถูกทุบเพื่อเวนคืน น่าจะหาได้ไม่ยาก"

ชายคนนั้นตกใจกับพลังที่เธอแสดงออกมาก่อนหน้านี้จนไม่กล้าสงสัยอะไรอีก รีบพยักหน้าหงึก ๆ

"ครับ…ครับ…"

จากนั้นก็พาคนกลุ่มนั้นวิ่งหนีกันไปอย่างกระเจิดกระเจิง

เมื่อไม่มีคนพวกนั้นมาก่อกวนเจียงอีจึงรู้สึกผ่อนคลายลงได้เสียที แต่พอร่างกายผ่อนคลายลง บาดแผลบนศีรษะก็เริ่มส่งความเจ็บปวดขึ้นมา

เจียงอีที่เพิ่งได้กลับมาเกิดใหม่ไม่กล้าประมาท หากไม่ไปหาหมอ อย่าว่าแต่จะมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้เลย เกรงว่าเธออาจสิ้นใจเพราะเสียเลือดมากเกินไปเสียก่อน

ดังนั้นเธอจึงรีบนำเงินที่ร่างเดิมหามาได้จากการทำงานพิเศษตลอดหลายปีเดินทางไปที่โรงพยาบาล

โชคดีที่บาดแผลไม่ได้ใหญ่มาก และหมอก็รักษาได้ทันเวลา เพียงแต่เนื่องจากร่างกายนี้อยู่ในภาวะขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน หมอจึงแนะนำให้เธอบำรุงร่างกายเพื่อเสริมสร้างสารอาหารให้มากขึ้น มิฉะนั้นอาจจะเกิดภาวะช็อกจากโลหิตจางได้

เจียงอีในฐานะปรมาจารย์ไสยศาสตร์ชาติก่อนย่อมรักตัวเองเป็นที่สุด เธอเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของบำรุงขนานใหญ่ พอจะจ่ายเงินถึงพบว่าในกระเป๋าเหลือเงินอยู่แค่ยี่สิบหยวน

จริง ๆ เลย! คนที่โชคร้ายแม้แต่ดื่มน้ำเปล่ายังสำลัก! ชีวิตที่กำลังตกอยู่ในอันตรายก็แย่พออยู่แล้ว แต่นี่ดันไม่มีเงินติดตัวอีก

ขณะที่กำลังคิดว่าจะออกไปตั้งแผงดูดวงดีไหม ทันใดนั้น ก็มีเสียงของเด็กสาวสองคนด้านหลังตะโกนอย่างดีใจ

"แก! ค่าบุญกุศลสูงมาก! ในไลฟ์คนเยอะขนาดนั้น แกยังเชื่อมต่อวิดีโอกับปรมาจารย์หลิวต้าเซียนได้! รีบถามคำถามเร็ว ไม่อย่างนั้นของขวัญราคาพันหยวนที่ส่งไปจะเสียเปล่านะ!"

เมื่อได้ยินชื่อ "หลิวต้าเซียน" เจียงอีก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองด้วยความสงสัยแล้วถามว่า "พวกคุณคุยเรื่องหลิวต้าเซียนคนไหนเหรอคะ?"

เมื่อสาวทั้งสองเห็นเจียงอีที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ที่ศีรษะ พวกเธอก็รีบแนะนำอย่างกระตือรือร้น "เป็นการไลฟ์สดดูดวงน่ะ! ตอนนี้ท่านปรมาจารย์กำลังดังมากในห้องไลฟ์สด ดูดวงแม่นมากด้วย มีผู้ติดตามตั้งสามแสนคนเชียวนะ!"

เจียงอีมองชายวัยสี่สิบกว่าที่แต่งตัวเป็นนักพรตบนหน้าจอแล้วถามว่า "แล้วเขาดูยังไงล่ะ?"

เด็กสาวตอบอย่างเป็นธรรมชาติ "ก็ต้องเสียเงินดูสิคะ ส่งของขวัญตามที่กำหนด แล้วก็จะได้คิวเชื่อมต่อวิดีโอกับเขา"

เจียงอีรีบถามทันที "ราคาเท่าไหร่คะ?"

"หนึ่งคำถาม พันหยวน!" หญิงสาวตอบกลับมา

เมื่อเจียงได้ยินคำตอบนั้น เธอก็คำนวณในใจเงียบ ๆ สามแสนผู้ติดตาม หนึ่งคำถามพันหยวน นั่นหมายความว่าจะได้เงิน… เป็นกอบเป็นกำเลยน่ะสิ!!!

สวรรค์!

แบบนี้เธอไม่ต้องกังวลเรื่องบุญกุศลและค่าครองชีพอีกต่อไปแล้ว!

คิดได้ดังนั้น เธอจึงรีบถือของกลับไปที่สำนักเต๋า และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนั้นแล้วสมัครบัญชีใหม่ ชื่อผู้ใช้เรียบง่ายและชัดเจน ‘ปรมาจารย์เจียงอี’ จากนั้นก็เริ่มไลฟ์สดทันที

แต่เนื่องจากเป็นมือใหม่ ในห้องไลฟ์จึงไม่มีคนเข้ามาดูเลย โชคดีที่เจียงอีมีความอดทน ไม่รีบร้อน ถือโอกาสที่ยังไม่มีคนดูทำอาหารให้ตัวเองกิน หลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้ว เธอก็นั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่งพร้อมลูบขนแมวส้มตัวใหญ่อย่างเพลิดเพลิน

แมวส้มตัวนี้เป็นแมวที่ร่างเดิมช่วยชีวิตเอาไว้แถวเชิงเขา เนื่องจากสำนักเต๋าค่อนข้างเงียบเหงา เธอจึงรับเลี้ยงแมวส้มตัวนี้ไว้ อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

ตอนนี้พวกเธอนั่งอยู่ในลานเล็ก ๆ ของสำนักเต๋าด้วยท่าทีสบาย ๆ แมวส้มตัวนี้เป็นมิตรกับคนมาก มันนอนแผ่หลาอยู่ในอ้อมกอดของเธอ พร้อมแกว่งหางไปมาอย่างมีความสุข

ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชยมาเบา ๆ แสงแดดรำไรผ่านร่มไม้ตกลงบนตัว ภาพที่ปรากฏในไลฟ์นั้นสวยงามจนหาที่ติไม่ได้ ไม่นานนัก ก็เริ่มมีคนทยอยเข้ามาในห้องไลฟ์เพราะภาพที่เห็น

[ นี่คือสตรีมเมอร์สายสัตว์เลี้ยงเหรอ? ]

[ คนกับแมวก็งั้น ๆ นะ แต่ฟิลเตอร์สวยดี ]

[ แค่นั่งลูบแมวก็อยากเป็นสตรีมเมอร์แล้วเหรอ ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า ]

เจียงอีนั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง เห็นคอมเมนต์บนหน้าจอพลางยิ้มมุมปาก อุ้มแมวส้มแล้วพูดว่า "ไม่ใช่สตรีมเมอร์สัตว์เลี้ยงค่ะ แต่เป็นสตรีมเมอร์ดูดวง ถ้าใครสนใจก็ขอดูดวงได้"

เมื่อผู้ชมในห้องไลฟ์ได้ยินเช่นนั้น ก็เริ่มวิจารณ์กันขึ้นมาทันที

[ ดูดวงอีกแล้วเหรอ ช่วงนี้ในคลิปสั้นมีแต่พวกต้มตุ๋นเต็มไปหมด! ]

[ ช่วงนี้ไลฟ์ดูดวงกำลังฮิตจริง ๆ ขนาดป้าหวังที่หมู่บ้านฉันยังบอกว่าตัวเองมีตาทิพย์ มองเห็นทุกอย่าง ผลสุดท้ายเกือบทำคนตายจนถูกเขาแก้แค้น จับโยนลงบ่อส้วมตอนกลางคืน เกือบจมกองขี้ตาย ]

[ 555 สมควรแล้วที่ไปหลอกลวงเขา! ]

[ แม่หนู เห็นว่ายังเด็กอยู่ ไปตั้งใจเรียนหนังสือจะดีกว่านะ ]

[ นั่นสิ ดูจากอายุน่าจะยังเรียนมัธยมปลายอยู่มั้ง? รีบไปโรงเรียนซะ! ]

ความคิดเห็นต่าง ๆ ที่พยายาม ‘ตักเตือน’ ทยอยส่งเข้ามาในห้องไลฟ์อย่างต่อเนื่อง แต่เจียงอีกลับยิ้มอย่างมีนัยที่มุมปาก เขาเอาแต่ลูบแมวอย่างตั้งอกตั้งใจ

เวลาผ่านไปทีละนิด จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ในที่สุดลูกค้าคนแรกก็ปรากฏตัวขึ้น…

บทที่ 2 ไม่แม่นไม่คิดเงิน

บทที่ 2 ไม่แม่นไม่คิดเงิน

Trigger Warning : เนื้อหาต่อไปนี้มีการกล่าวถึงการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งอาจกระทบต่อจิตใจของผู้อ่านที่อ่อนไหวต่อประเด็นดังกล่าว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

สิ้นเสียง "เมี๊ยว" ของแมวส้ม ก็มีผู้ชมที่ใช้งานชื่อว่า ‘ซอสงา’ พิมพ์ถามในไลฟ์ว่า[ สตรีมเมอร์ ดูดวงหนึ่งครั้งราคาเท่าไหร่คะ? ]

เจียงอีตอบอย่างใจเย็นว่า "ของขวัญ ‘เทพธิดาโปรยดอกไม้’ หนึ่งชิ้นต่อหนึ่งคำทำนายค่ะ"

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนในห้องไลฟ์ตกใจ

[ สวรรค์! แพงขนาดนี้เลยเหรอ?! ]

[ เทพธิดาโปรยดอกไม้อันหนึ่งตั้ง 2,000 หยวน คนอื่นเขาคิดแค่ 500 หรือ 1,000 เอง ทำไมที่นี่ตั้ง 2,000 ล่ะ ]

[ แม่หนูคนนี้หน้าตาก็สวยนะ ไม่นึกเลยว่าใจจะดำขนาดนี้! ]

เจียงอียิ้มบาง ๆ ต่อคอมเมนต์เหล่านั้น พลางลูบแมวส้มในอ้อมแขน กล่าวด้วยน้ำเสียงใจเย็นว่า

เจียงอียิ้มบาง ๆ พลางลูบแมวแล้วตอบว่า "ถ้าฉันทายไม่แม่น ยินดีคืนเงินค่ะ"

พอได้ยินแบบนั้น หลายคนก็เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา

[ โอ้ว สตรีมเมอร์คนอื่นไม่เคยมีนโยบายคืนเงินแบบนี้นะ ]

[ หรือว่าแม่หนูคนนี้จะมีของจริง? ]

[ ฉันว่าแค่สร้างจุดขายมากกว่า ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ]

ทว่าท่ามกลางคำทัดทานของคนอื่น ผู้ที่ใช้ชื่อว่าซอสงากลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

[ 2,000 ก็ 2,000 ถ้าเธอช่วยได้จริง ฉันให้ 20,000 เลยก็ยังได้! ]

พูดจบ หน้าจอก็ปรากฏเอฟเฟกต์ภาพ 'เทพธิดาโปรยดอกไม้' ทันที ชาวเน็ตต่างตะลึงกับความใจป้ำของผู้ชมรายนี้

[ ว้าว เจอเหยื่อรายใหญ่เข้าให้แล้ว! ]

[ สมัยนี้คนรวยที่ยอมจ่ายง่าย ๆ ในเน็ตเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ]

[ เงินมันหลอกง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! ]

……

เมื่อเจียงอีเห็นว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว เธอก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ และทำการเชื่อมต่อสายกับอีกฝ่ายทันทีแล้วพูดว่า "โอเค ตอนนี้คุณสามารถถามคำถามได้เลยค่ะ"

หน้าจอสั่นไหวไปมาสองสามครั้ง แล้วทุกคนก็เห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักปรากฏตัวขึ้น เมื่อเหล่าผู้ชมเห็นว่าเป็นสาวน้อยน่ารัก พวกเขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

[ โอ้โห! น้องสาวคนนี้หน้าตาน่ารักชะมัดเลย! ]

[ สวยหวานมาก! น้องจ๋า มีแฟนหรือยังจ๊ะ พี่ขอสมัครเป็นแฟนได้ไหมเนี่ย! ]

[ น้องสาว มองมาทางพี่นี่! สูง 180 กล้ามแน่นนะจ๊ะ! ]

น่าเสียดายที่สาวคนนี้ไม่มีอารมณ์จะสนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เธอดวงตาแดงก่ำ เสียงแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด เธอพูดขึ้นอย่างขอความช่วยเหลือว่า

"ปรมาจารย์คะ ช่วงนี้ในหมู่บ้านของพวกเรามีสุนัขหายบ่อยมาก แม้แต่ฮวาฮวาของฉันก็หายไปสองวันแล้ว"

"ฉันตามหาทุกที่แล้ว แต่ก็หามันไม่เจอสักที! ฉันถามพวกหมอดู นักพยากรณ์ และคนทรงในห้องไลฟ์สดทั้งหมดแล้ว เสียเงินไปไม่น้อยเลย แต่ไม่มีใครทายถูกสักคน"

เหล่าผู้ชมไลฟ์ได้ยินแล้วก็พากันอึ้งไป

[ ……เสียเงินตั้งเยอะแยะ แค่เพื่อตามหาหมาตัวเดียวเนี่ยนะ? ]

[ มีเงินเหลือใช้จนฟุ้งซ่านจริง ๆ ]

[ ถ้าเสียเงินตามหาเด็กหายยังพอเข้าใจได้ แต่นี่เพื่อหมา? จริง ๆ เลยนะ… เปลืองเงินชะมัด ]

เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดของคนเหล่านี้ เด็กสาวก็แสดงอารมณ์โกรธออกมาอย่างชัดเจน

"พวกคุณไม่เข้าใจอะไรเลย! ฉันเลี้ยงฮวาฮวามาสิบสองปีแล้ว มันคือครอบครัวของฉัน! ความรู้สึกแบบนั้นจะเอาเงินมาตีค่าได้ยังไง! ถ้าคนในครอบครัวของพวกคุณหายไป พวกคุณจะไม่ร้อนใจบ้างเลยเหรอ?!"

แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก

[ ถึงจะผูกพันยังไง มันก็แค่หมาตัวเดียว จำเป็นต้องเสียเงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? ]

[ เป็นฉันนะ เอาเงินก้อนนี้ไปหาของอร่อยกินดีกว่า ]

[ วัยรุ่นสมัยนี้ไม่เลี้ยงลูก แต่เอาหมามาเลี้ยงเป็นลูก ไม่เข้าใจจริง ๆ ]

เจียงอีถามสาวคนนั้นท่ามกลางความคิดเห็นเหล่านี้ว่า "คุณมีรูปหมาไหม?"

"มีค่ะ มี!"

เด็กสาวรีบชูใบประกาศตามหาหมาขึ้นมา ในนั้นมีรูปถ่ายสีของเจ้าฮวาฮวา

เจียงอีมองดูแวบหนึ่งแล้วสั่งต่อว่า "คุณลองพูดตัวอักษรให้ฉันฟังตัวหนึ่งสิคะ"

เด็กสาวพูดโดยไม่ลังเล "ฮวาค่ะ"

เจียงอีคำนวณในใจสักครู่ แล้วพูดต่อ "มันอยู่ไม่ไกลจากคุณค่ะ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในพื้นที่ปิดที่ค่อนข้างรกและวุ่นวาย แต่ทางที่ดีคุณควรพาผู้ชายไปด้วยสักสองสามคน และต้องรีบหน่อยนะคะ ไม่อย่างนั้นพวกหมาจะตกอยู่ในอันตราย"

สาวน้อยได้ยินแบบนั้นก็ตกใจสุดขีด รีบพยักหน้าอย่างร้อนรน "ได้ ฉันจะพาคนไปด้วยเดี๋ยวนี้"

ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างรีบเร่งขอให้ไลฟ์ต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น

[ ช่วยไลฟ์ต่อได้ไหม อยากดูตอนจบจัง ]

[ ใช่ ๆ อยากรู้เหมือนกันว่าจะอันตรายขนาดไหน ]

[ ขอถ่ายทอดสดนอกสถานที่หน่อยครับ! ]

……

เด็กสาวที่ใช้ชื่อในไลฟ์ว่าซอสงาเองก็อยากรู้ว่าเจียงอีพูดจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการพิสูจน์ผลลัพธ์ เธอจึงตอบรับทันที "งั้นฉันจะเชื่อมต่อไลฟ์ไว้ต่อไปนะคะ"

จากนั้นเธอก็ถือไลฟ์ไปพลางโทรศัพท์เรียกคน สิบนาทีต่อมา ชายหนุ่มร่างสูง 180 จำนวนสามคนก็มาพร้อมกันที่ใต้ตึก ทั้งกลุ่มมุ่งหน้าไปยังประตูหลังของหมู่บ้านทันที

ตามคำบอกของเจียงอี คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่ปิด และรกรุงรัง พวกเขาจับจ้องเป้าหมายไปที่ประตูหลังของร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง สถานการณ์นี้ทำให้คนรู้สึกลังเลอยู่บ้าง

"ท่านปรมาจารย์ คุณแน่ใจหรือคะว่าที่นี่?"

เจียงพยักหน้า "ใช่ ที่นี่แหละ"

พูดยังไม่ทันขาดคำประตูก็เปิดออก พวกเขาเห็นชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน ในมือถือถุงกระสอบใบใหญ่

ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง "พวกคุณ…"

แต่ยังพูดไม่ทันจบ มีบางอย่างในกระสอบของเขาดิ้นขลุกขลักขึ้นมา เด็กสาวที่ใช้ชื่อในไลฟ์ว่าซอสงาเห็นดังนั้นเหมือนมีเซนส์บางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เธอพุ่งเข้าไปจะแย่งกระสอบในมือเขา

คนรอบข้างที่มาด้วยกันก็เข้าใจสถานการณ์ทันที รีบเข้าไปช่วย

ชายคนนั้นตกใจกับการกระทำที่กะทันหัน "เฮ้ย! ทำอะไรวะ! ปล่อยนะ ปล่อย!"

แต่สุดท้ายเขาก็สู้แรงของชายร่างสูงทั้งสามคนไม่ไหว สาวน้อยคนนั้นรีบแย่งถุงในมือของเขาทันที เมื่อเปิดออกมา ภาพเบื้องหน้าที่เห็นทำให้เธอน้ำตาไหลพราก

"ฮวาฮวา!!!" เธอร้องเรียกชื่อหมาของตัวเอง พลางโผเข้าไปกอดมันแน่น

คนในห้องไลฟ์ต่างอึ้งจนพากันรัวเลข 6 (หมายความว่าเจ๋ง สุดยอดในภาษาจีน) ไม่หยุด

[ โอ้โห! หาเจอจริง ๆ ด้วย 666 ]

[ ปรมาจารย์คนนี้มีของว่ะ เจ๋งเป้ง ]

[ ใช้ได้ ๆ น่าสนใจแฮะ ]

……

แต่ก็มีคนสังเกตเห็นช่องโหว่ได้อย่างรวดเร็ว

[ พวกคุณลืมประเด็นสำคัญไปหรือเปล่า เมื่อกี้ปรมาจารย์บอกว่า 'พวกหมา' แสดงว่าต้องมีหมาหลายตัวสิ! ]

พอมีคนเตือน คนอื่นก็เริ่มคล้อยตาม

[ จริงด้วย นี่มันมีแค่ตัวเดียวเอง ไม่เห็นมี 'พวกหมา' อะไรนั่นเลย! ]

[ สงสัยจะฟลุ๊กทายถูกมากกว่า ]

[ มั่วแน่ ๆ ]

ทว่าวินาทีต่อมา ก็มีเสียงอุทานดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ "สวรรค์! หมาเต็มเลย!"

ประโยคนี้ทำเอาคนในไลฟ์อึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กัน

เด็กสาวคนนั้นไม่มีเวลามาสนใจเจ้าฮวาฮวาของเธอแล้ว รีบวิ่งเข้าไปในทันที และภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนใจสั่น…

อากาศภายในห้องมืดทึบนั้นเหม็นเน่าจนแทบจะอาเจียน เธอทนไม่ไหวจนต้องปิดจมูกเอาไว้ พอมองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามีสุนัขจำนวนมากนอนอยู่ที่นั่น บางตัวถูกถลกหนังออก แล้วแขวนไว้บนผนัง

พระเจ้า!

ที่นี่มันพวกแขวนหัวแพะขายเนื้อสุนัขชัด ๆ!

เรื่องนี้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก! พวกเขารีบแจ้งตำรวจทันที

ไม่นานตำรวจก็มาถึง ชายคนนั้นถึงได้ยอมสารภาพหมดเปลือก ที่แท้ช่วงนี้ราคาเนื้อสัตว์แพงเกินไป พวกเขาเลยคิดจะหาเนื้ออย่างอื่นมาแทน ประจวบเหมาะกับหมู่บ้านแถวนี้คนเลี้ยงหมาเยอะ แถมส่วนใหญ่ยังไม่ยอมจูงสายจูงด้วย พวกเขาเลยแอบขโมยมาสองสามตัว

ใครจะคิดว่าพอเอาเนื้อหมามาหมักแล้วทำเป็นลูกชิ้น รสชาติจะอร่อยกว่าเนื้อหมูเสียอีก จนธุรกิจรุ่งเรืองขึ้นมาทันตาเห็น ความต้องการเนื้อหมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่หมาในหมู่บ้านหายบ่อยผิดปกติ

[ เลวเกินไปแล้ว! ขโมยหมา ฆ่าหมา แถมยังเอาเนื้อหมามาหลอกขายเป็นเนื้อหมูอีก! ]

[ ถึงฉันจะคิดว่าเจ้าของร้านผิด แต่พวกเจ้าของหมาในหมู่บ้านก็สมควร! ใครใช้ให้ไม่จูงสายจูง ฉันล่ะเกลียดพวกไม่จูงสายจูงที่สุด คราวก่อนลูกสาวฉันถูกหมาพุดเดิ้ลกัด เจ้าของยังทำไขสือไม่รับผิดชอบเลย! ]

[ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องฆ่าหมาแล้วนะ มันเป็นเรื่องความปลอดภัยทางอาหารระดับชาติเลยนะเนี่ย! ]

[ ใช่ๆ พวกคุณลืมคดี "หนูปลอมเป็นเป็ด" หรือเปล่า ที่เป็นหัวหนูแต่ดันบอกว่าเป็นคอเป็ดน่ะ! น่าคลื่นไส้ชะมัด! ]

คอมเมนต์ในไลฟ์หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้น ตำรวจก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนบรรดาเจ้าของหมาที่แห่กันมาเมื่อทราบข่าว เรื่องราวในครั้งนี้จึงจบลงในที่สุด

ในขณะเดียวกัน ในหัวของเจียงอีก็มีเสียงระบบดังขึ้น: [ ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ ช่วยชีวิตเหล่าน้องหมาสำเร็จ สะสมค่าบุญกุศล +100 ]

เจียงอี: !!!

ต่ออายุขัยสำเร็จไปอีก 1 วัน!

ระบบ: [ ขอแจ้งให้ทราบ ขนาดของค่าบุญกุศลขึ้นอยู่กับขอบเขตการสร้างประโยชน์ของโฮสต์ ยิ่งสร้างประโยชน์วงกว้าง ค่าบุญกุศลก็ยิ่งสูง ในทางกลับกัน หากโฮสต์ทำอะไรที่ฝืนลิขิตสวรรค์ ค่าบุญกุศลจะถูกหัก และอายุขัยจะลดลงตามไปด้วย ]

เจียงอีพอได้ยินว่าอายุขัยจะลดลง เธอรีบฮึดสู้เรียกแขกในห้องไลฟ์ทันที "ผู้ชมทุกท่านคะ ใครต้องการดูดวงเชิญได้เลยค่ะ ไม่แม่นไม่คิดเงิน"

อุตส่าห์ดิ้นรนได้มาอีกหนึ่งวัน จะเสียไปเปล่า ๆ ไม่ได้เด็ดขาด!

ตอนนั้นเจ้าส้มในอ้อมกอดก็ส่งเสียงขานรับ: "เมี๊ยว"

และแล้วไม่นานหลังจากนั้น ผู้ขอความช่วยเหลือคนที่สองก็ปรากฏตัวขึ้น…

บทที่ 3 มีของสกปรกติดตัวคุณอยู่

บทที่ 3 มีของสกปรกติดตัวคุณอยู่

ทันใดนั้น ผู้ชมคนหนึ่งใช้ชื่อว่าปู้ปู้พิมพ์ข้อความขึ้นมา [ท่านปรมาจารย์ ผมอยากดูดวงครับ!] จากนั้นเขาก็ส่งของขวัญเป็นรูปเทพธิดาโปรยดอกไม้มาในไลฟ์ของเจียงอี

เมื่อผู้ชมคนอื่น ๆ ในห้องไลฟ์เห็นเข้าก็พากันแซวอย่างสนุกสนาน

[ ไม่นึกเลยว่าเพื่อน ๆ ในไลฟ์จะมีเงินกันขนาดนี้ 2,000 หยวนจ่ายปุ๊บปั๊บเลย ]

[ ไม่นะ ฉันน่ะคนจน ]

[ คนจน +1 ]

แต่ดูเหมือนผู้ชมที่ชื่อว่าปู้ปู้จะไม่ได้สนใจคำเยาะเย้ยเหล่านั้น เขากลับทำเป็นมองไม่เห็นและขอเชื่อมต่อสายทันที เจียงอีเมื่อเห็นเงินเข้าบัญชีแล้ว จึงตกลงเชื่อมต่อสาย

ไม่นานนัก ชายคนหนึ่งอายุราวสามสิบกว่าปี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องไลฟ์ เมื่อเจียงอีเห็นใบหน้าของเขา แววตาเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่ได้พูดอะไรออกมา…

ไม่นานนัก ชายที่ใช้ชื่อในโลกออนไลน์ว่าปู้ปู้ก็เอ่ยปากด้วยรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยันพร้อมถามลองเชิง

"ปรมาจารย์ครับ ในเมื่อคุณตามหาหมาได้แม่นขนาดนั้น แล้วกับคนนี่คุณทายได้ไหม?"

เจียงอีไม่พูดอ้อมค้อม แต่พูดตรง ๆ ว่า "คุณกำลังตามหาน้องชายของคุณ"

เพียงแค่ประโยคนี้ ทำให้ชายคนนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปทันที "คุณรู้ได้ยังไง!"

เจียงอียิ้มบาง ๆ "ฉันไม่เพียงแต่รู้ว่าคุณตามหาน้องชาย แต่ฉันยังรู้ด้วยว่า น้องชายของคุณหายสาบสูญไปนานถึงสิบปีแล้ว"

ชายคนนั้นไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเพียงแค่มองเขาแวบเดียว ก็สามารถทายได้แม่นยำขนาดนี้ เขาจึงเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายมีความสามารถจริง ๆ!

ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนท่าที พูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ใช่ครับ! ปรมาจารย์ คุณรู้ใช่ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน! คุณช่วยบอกผมได้ไหม! พ่อแม่ผมตามหาเขามาตลอดสิบปีเต็ม ย่าของผมคิดถึงเขาร้องไห้จนตาบอดไปข้างหนึ่ง ผมอยากจะหาตัวเขาให้เจอจริง ๆ!"

ทว่า เจียงอีกลับตอบนิ่ง ๆ "คุณย่าคุณร้องไห้จนตาบอดน่ะ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วค่ะ"

คำพูดนี้ทำให้เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

[ สตรีมเมอร์พูดแบบนี้ได้ยังไง ]

[ นั่นสิ ไม่เคารพผู้ใหญ่เลย เกินไปหรือเปล่า ]

[ สตรีมเมอร์ไม่มีปู่ย่าตายายเหรอ พูดจาใจร้ายชะมัด ]

แม้แต่เจ้าของเรื่องเองก็ขมวดคิ้ว "ปรมาจารย์ครับ คุณย่าผมรักน้องชายผมมากนะครับ"

เจียงอีหัวเราะเบา ๆ "รักแค่ไหนก็สู้การ 'ไปงานสังสรรค์' ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ?"

คำพูดนี้ทำเอาชายหนุ่มงุนงง "คุณย่าผมชอบไปงานรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนสาวจริง ๆ ครับ แต่มันเกี่ยวอะไรกับการที่ท่านร้องไห้จนตาบอดเพราะคิดถึงน้องชายผมล่ะ?"

มุมปากของเจียงอียกยิ้ม "ปีนั้นก็เพราะติดงานสังสรรค์นั่นแหละค่ะ น้องชายคุณถึงได้หลุดมือและถูกลักพาตัวไป"

ชายคนนั้นตกใจ "เป็นไปไม่ได้! ตอนนั้นท่านบอกว่า พาน้องชายออกไปข้างนอกแล้วเจอกับแก๊งลักเด็กมาชิงตัวไปต่อหน้าต่อตานะครับ"

เจียงอีไม่รีบร้อนที่จะโต้แย้ง แต่กล่าวเนิบ ๆ ว่า "ความจริงเป็นยังไง หลังจากเจอตัวน้องชายแล้ว คุณลองไปถามเขาดูเองไม่ดีกว่าเหรอคะ"

ท่าทางของเธอดูมั่นใจมาก ทำให้ชายหนุ่มเริ่มลังเล เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าย่าของเขาชอบไปพบปะเพื่อนฝูงมากแค่ไหน ถึงขั้นเคยทะเลาะกับปู่จนเกือบจะหย่ากันเพราะเรื่องนี้

จนกระทั่งต่อมาน้องชายถูกลักพาตัวไป เธอถึงได้เลิกไปรวมตัวกับเพื่อน ๆ อยู่แต่ในบ้านร้องไห้ทุกวัน

หรือสิ่งที่เธอพูดจะเป็นความจริง? น้องชายหายไปเพราะความประมาทของคุณย่าจริง ๆ หรือ?

ชายหนุ่มรีบถามอย่างร้อนรน "แล้วน้องชายของผมอยู่ที่ไหนกันแน่?"

เจียงอีลูบแมวไปพลางพูดอย่างไม่ใส่ใจ "คุณเขียนตัวอักษรให้ฉันดูตัวหนึ่งค่ะ"

ชายหนุ่มรีบเขียนแล้วชูให้กล้องดู เขาเขียนคำว่า ‘ตามหา’

เจียงอีเอ่ยขึ้นทันที "ขับรถมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หมู่บ้านที่สิบสองที่คุณขับผ่าน เขาอยู่ที่นั่นค่ะ"

ชายหนุ่มเมื่อได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นโดยไม่ลังเลเลยสักนิด "งั้นผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย"

แต่ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน เสียงของเจียงอีก็ดังขึ้น "ไม่ คุณไม่สามารถขับรถได้"

คำพูดนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกงุนงง "ทำไมล่ะ?"

เจียงอีไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับย้อนถามว่า "เมื่อเร็ว ๆ นี้คุณเพิ่งย้ายบ้านใช่ไหม?"

ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า "ใช่ครับ คุณรู้ได้ยังไง?"

แต่พอพูดจบเขาก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอดู ย่อมทายได้อยู่แล้วเลยเงียบปากไป

"บ้านหลังนี้มีสิ่งไม่ดีอยู่ข้างใน" เจียงอีพูดขึ้น

คราวนี้คนในห้องไลฟ์ต่างพากันตื่นตระหนก!

ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ "มิน่าล่ะวิลล่าหลังนั้นถึงราคาถูกขนาดนี้ ที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!"

เขาว่าแล้วเชียว ราคาที่ดินใจกลางกรุงปักกิ่งขนาดนั้น วิลล่าหลังนั้นอย่างน้อยต้องร้อยล้านหยวนขึ้นไป ทำไมถึงขายแค่หกสิบล้าน

คิดได้ดังนั้นเขาก็เริ่มลนลาน "แล้วปรมาจารย์ครับ ผมต้องทำยังไงต่อไป?"

เจียงอีตอบอย่างเรียบง่าย "ให้คุณพ่อคุณเป็นคนไปตามหาคนแทนค่ะ ส่วนตัวคุณต้องเตรียมของบางอย่าง แล้วกลับบ้านไปจัดการขับไล่สิ่งไม่ดีในบ้านด้วยตัวเอง"

ชายหนุ่มทำหน้าลำบากใจ "แต่… ผมทำไม่เป็นนี่ครับ… หรือว่าผมจ่ายเงินเพิ่มให้คุณ แล้วคุณช่วยมาจัดการให้ด้วยตัวเองได้ไหมครับ?"

เจียงอีพยักหน้ายิ้ม "วางใจเถอะค่ะ แค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ผ่อนคลายลง "ตกลงครับ งั้นผมขอไปบอกคุณพ่อก่อน รบกวนปรมาจารย์รอผมสักครู่นะครับ"

"ได้ค่ะ"

ระหว่างที่รอชายคนนั้น เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์ก็เริ่มสงสัยกันขึ้นมา

[ คนธรรมดาก็ไล่ผีได้ด้วยเหรอ? ]

[ เป็นไปไม่ได้หรอก คนธรรมดาเจอเรื่องพวกนี้มีแต่จะป่วยออด ๆ แอด ๆ ถ้าสตรีมเมอร์จงใจสร้างกระแสก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงนี่ถึงตายได้เลยนะ! ]

[ โอ้โห! จริงเหรอเนี่ย?! งั้นต้องโทรแจ้งตำรวจไหมเนี่ย? ]

……

ในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งรอดูละครตลกนี้ ชายที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอก็เชื่อมต่อกลับมาใหม่

"ท่านปรมาจารย์ครับ พ่อกับแม่ผมออกเดินทางแล้ว ตอนนี้ผมกำลังจะนั่งรถกลับบ้านเหมือนกัน"

เจียงอีเตือนว่า "ก่อนกลับบ้าน แวะร้านเครื่องกระดาษซื้อเทียนไขกับกระดาษเหลืองมาด้วย แล้วเตรียมผ้าแดงไว้หนึ่งผืนนะคะ"

ชายหนุ่มไม่กล้าชักช้า เขารีบไปจัดการตามที่สั่งทันที

เมื่อถือของพวกนั้นมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาก็อดรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาไม่ได้ "ปะ… ปรมาจารย์… ผมจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ?"

เจียงอีตอบอย่างใจเย็น "ไม่เป็นไรหรอก"

เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ชายหนุ่มถึงได้รวบรวมความกล้าเปิดประตูบ้าน ด้านในบ้านเพิ่งตกแต่งเสร็จใหม่ ๆ ทุกอย่างดูเรียบร้อยและไม่มีปัญหาใด ๆ แต่แล้วคอมเมนต์ในไลฟ์ก็เริ่มถาโถมเข้ามา

[ เฮ้ย! บ้านหลังนี้ฉันรู้จัก! เจ้าของเก่าฉันก็รู้จัก เป็นสามีภรรยาที่รักกันมาก! ต่อมาฝ่ายหญิงประสบอุบัติเหตุตาย สามีเขาเสียใจมากเลยขายบ้านย้ายไปเมืองอื่น ไม่เห็นจะมีอะไรไม่ดีเลย สตรีมเมอร์มั่วหรือเปล่า! ]

[ สรุปคือ ปรมาจารย์โป๊ะแตกเหรอ? ]

[ ที่แท้ก็หลอกลวงนี่เอง! ]

แต่ชายที่กำลังเชื่อมต่อสายอยู่กลับรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวเขากำลังลดต่ำลง เขามองไปรอบ ๆ สภาพแวดล้อม มือกำโทรศัพท์แน่น พูดติดอ่าง "ปร…ปรมาจารย์…ต่อ…ต่อไปผมต้องทำ..ทำยังไงครับ?"

"เข้าไปเถอะค่ะ หาเอกสารมาแผ่นหนึ่ง เขียนชื่อเจ้าของบ้านคนเก่าที่เสียชีวิตไปแล้วลงไป จากนั้นห่อด้วยผ้าแดงวางไว้บนโต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น"

"เปิดหน้าต่างและประตูทุกบานในบ้านให้หมด ยืนกลางห้องนั่งเล่น จุดเทียนไข เรียกชื่อเธอสามครั้ง แล้วเผากระดาษเหลืองซะ"

ชายหนุ่มชะงัก "คะ… แค่นี้เหรอครับ?"

เจียงอีพยักหน้า "ค่ะ แค่นี้แหละ"

เขายังคงกังวล "แล้วเขาจะไม่… ไม่ปรากฏตัวออกมาเหรอครับ?"

"ไม่ค่ะ คุณกับเธอไม่มีความแค้นต่อกัน เธอจะไม่ปรากฏตัวออกมาทำร้ายคุณ"

คำตอบอย่างใจเย็นของเจียงอีทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง เขาพยายามตั้งสติ แล้วเดินเข้าไปในบ้าน หยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่งเขียนชื่อเจ้าของบ้านลงไป จากนั้นก็ห่อด้วยผ้าแดงแล้ววางไว้บนโต๊ะอาหาร

จากนั้นก็เปิดหน้าต่างและประตูทุกบาน จุดเทียน ยืนอยู่กลางห้อง แล้วพูดชื่อของเธอสามครั้ง พร้อมกับเผากระดาษเหลืองที่เตรียมมา ควันจากการเผากระดาษลอยคลุ้งไปทั่วจนรู้สึกแสบจมูก

ผ่านไปสักพัก กระดาษเหลืองก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านทั้งหมด ชายคนนั้นอดถามไม่ได้ว่า "แค่เผาแบบนี้ก็เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?"

เจียงอีตอบรับเบา ๆ "ใช่ เรียบร้อยแล้ว"

แต่การกระทำเช่นนี้กลับทำให้ผู้ชมการถ่ายทอดสดไม่พอใจเป็นอย่างมาก

[ หลอกลวงชัด ๆ! ]

[ ขอร้องเถอะ จุดเทียนเผากระดาษมันก็แค่พิธีเซ่นไหว้ปกติไม่ใช่เหรอ? ]

[ สตรีมเมอร์เห็นพวกเราเป็นคนโง่เหรอไงเนี่ย? ]

ท่ามกลางเสียงด่าทอ เจียงอีกลับเอ่ยขึ้นว่า "ตอนนี้คุณลองไปดูที่กระดาษในผ้าแดงนั่นสิคะ"

กระดาษ?

กระดาษแผ่นนั้นมีอะไรให้น่าดูงั้นเหรอ?

คนในไลฟ์เริ่มสงสัย

จนกระทั่งเขาเปิดผ้าแดงออก ทุกคนในไลฟ์ถึงกับหน้าถอดสี!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...