โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ณัฐพงษ์ ดึงประเทศพ้นปากเหว มีพรรคประชาชน ไม่มีภูมิใจไทย-ทุนเทา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 04.15 น.

คอลัมน์ : Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต

ก่อนหน้าที่การเมืองจะพลิกคว่ำพลิกหงายในยุครัฐบาลเพื่อไทย

พรรคประชาชน ถูกวางเป็น “ตัวเต็ง” ที่จะกินรวบในสนามเลือกตั้ง 2570 แต่แล้วเมื่อพรรคเพื่อไทยเกิดอุบัติเหตุกรณีคลิปเสียง“แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นตำแหน่ง

พรรคประชาชน พา 141 เสียง สส.ทำ MOA มอบอำนาจให้พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นรัฐบาล แลกกับการกรุยทางไปสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภาภายใน 4 เดือน

ร้อยกว่าวัน นับจากที่พรรคประชาชน มอบอำนาจให้พรรคภูมิใจไทยสถาปนาอำนาจการบริหารประเทศ ได้ขยายขอบอำนาจ ดึง-ดูด สส.เข้าสังกัด

พรรคภูมิใจไทย ถูกยกให้เป็น “เต็งหนึ่ง” ที่จะมี สส.มากที่สุดในสภา สวนทางกับพรรคประชาชน ที่โดนทั้งก้อนหิน และก้อนอิฐ จากการยื่นอำนาจให้กับพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะเกม สว.-พรรคภูมิใจไทย หักปมโหวตรัฐธรรมนูญในสภา พรรคประชาชน ต้องออกมาขอโทษโหวตเตอร์

ก่อนเกมหักวาระแก้รัฐธรรมนูญ ในสภา เมื่อ 11 ธันวาคม และนำไปสู่การยุบสภา “นิด้าโพล” โพลที่ถูกคนการเมืองใช้เป็นดัชนีชี้วัดความนิยมมากที่สุด เผยผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2568 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-12 ธันวาคม 2568

ประชาชนสนับสนุนให้ใครเป็นนายกฯ พบว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้มากที่สุด ร้อยละ 40.60 ส่วนอันดับ 2 ร้อยละ 17.20 ระบุว่าเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันดับ 3 ร้อยละ 12.32 อนุทิน ชาญวีรกูล อันดับ 4 ร้อยละ 10.76 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 5 ร้อยละ 6.28 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ขณะที่ความนิยมทางการเมืองในขณะนั้น อันดับ 1 ร้อยละ 32.36 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.28 พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 11.80 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 11.04 พรรคเพื่อไทย อันดับ 5 ร้อยละ 9.92 พรรคภูมิใจไทย

หลังการยุบสภา นิด้าโพลสำรวจกระแสคนใน กทม. ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “กระแสการเมือง กรุงเทพมหานคร” พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 16.95 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันดับ 3 ร้อยละ 10.90 อนุทิน ชาญวีรกูล อันดับ 4 ร้อยละ 9.00 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่วนตัวความหวังของพรรคเพื่อไทย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” อันดับ 10 ร้อยละ 1.30

ขณะที่พรรคการเมืองที่คนกรุงเทพมหานครจะสนับสนุนในวันนี้ คน กทม.ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ มีมากถึงร้อยละ 40.20 อันดับ 2 ร้อยละ 26.25 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 10.05 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 4 ร้อยละ 9.55 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 6.85 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งยากที่สุด ของ ปชน.

ในมุมของพรรคประชาชน-ณัฐพงษ์ยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยากที่สุด เราอาจเคยคุ้นชินปัญหาคอร์รัปชั่นที่ผ่านมา แต่คงไม่มีครั้งไหนที่การคอร์รัปชั่นกัดกินตึกทั้งตึกให้ถล่มลงมาได้ ทั้งส่วยตำรวจ ความขัดแย้งชายแดน การบริหารภัยพิบัติที่ล้มเหลว แก๊งหลอกลวงต้มตุ๋น ทุนเทากัดกิน พยายามยึดครองประเทศ ไม่ได้ยึดครองตลาดทุน แต่มาพัวพันภาคการเมืองด้วย

“ประชาชนทุกคนเห็นแล้วว่าในบรรดาตัวเลือกทุกพรรค ถ้าเสียงของประชาชนกำหนดหน้าตารัฐบาลได้จริง จะปล่อยให้ไปเลือกพรรคที่อาจมีส่วนพัวพันกับเรื่องทุนเทา เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น แล้วปล่อยให้ประเทศเดินหน้าต่อไปแบบนี้ต่อไปได้จริง ๆ เหรอ เราควรจะต้องมาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงไหม”

“จุดเริ่มต้นของเราในการเข้ามาทำการเมือง ไม่ได้มีส่วนพัวพันกับระบบทุนใหญ่ บ้านใหญ่ ทุนเทา ถ้าประชาชนเชื่อว่าพรรคประชาชนเข้ามาถูกต้อง ไม่เกี่ยวข้องกับทุนใหญ่ บ้านใหญ่ ทุนเทา ผมว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ”

เลือก ปชน.หรือปล่อยให้ลงเหว

ณัฐพงษ์วิเคราะห์ว่า กลุ่มการเมืองในระบอบเดิม ๆ กำลัง “รวมกลุ่ม” เพื่อสกัดการเติบโตของพรรคประชาชน

“การเลือกตั้งครั้งหน้า เรารู้ว่ากลุ่มก้อนการเมืองมีอิงแอบกับผลประโยชน์เดิม หน้าที่ของเขาคือทำยังไงที่พยายามสกัดกั้น ไม่ให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง เขาจะพยายามรวมหัวกัน ทุกคนพยายามทำพยายามบล็อกไม่ให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล”

“การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นจุดตัดการลงคะแนนว่า ระหว่างเลือกในระบบการเมืองแบบเดิม ๆ แล้วปล่อยให้ประเทศเดินหน้าตกเหว หรือจะเลือกรัฐบาลที่ประชาชนเชื่อใจ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามพร้อมจะรวมหัวกันไม่ให้เราได้เป็นรัฐบาล ดังนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกการเมืองแบบเดิม ๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าสู่เหวจริง ๆ หรือ”

มีภูมิใจไทย ไม่มี ปชน.

หัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่า “ผมพูดแบบตรงไปตรงมาไม่ต้องอ้อม การเลือกตั้งครั้งหน้าคือการเลือกระหว่างประชาชนจะเลือกว่า รัฐบาลพรรคประชาชน หรือรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ทุกคนวิเคราะห์กันได้ การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นจุดตัดว่าเราจะไปหย่อนบัตรเพื่อให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

“รัฐบาลที่พรรคประชาชนเป็นแกนนำ มีจำนวนเสียง สส. ในสภาที่มากพอที่จะทำให้เราสามารถกำกับทิศทางพรรคร่วมได้ เรามีความเข้มแข็งพอ และเสียงของเรามากพอที่จะป้องกันไม่ให้พรรคอันดับ 2 อันดับ 3 ไปจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับอันดับหนึ่ง ซึ่งน่าจะขัดกับความเป็นประชาธิปไตยที่พรรคอันดับหนึ่งได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน”

“การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการแข่งระหว่างส้ม (พรรคประชาชน) กับน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) ถ้าน้ำเงินได้เป็นรัฐบาล พวกเราพร้อมทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน เพื่อที่จะพยายามฉุดรั้งจะเรียกว่าแก๊งก๊วน ที่จะพาประเทศตกเหว ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนพร้อมเป็นฝ่ายค้าน”

แต่ถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ “ณัฐพงษ์” ตอบว่า “อยู่ที่จำนวนเสียง สส. ในสภาถ้าได้เสียงมากพอ สมการทางการเมืองก็บอกแล้วว่าเราไม่ต้องง้อเขา หรือถ้าร่วมรัฐบาลคุณต้องอยู่ใต้กำกับเรา ในฐานะที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าสมการทางการเมืองแบบนี้ เราก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ฟอร์มรัฐบาลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ”

ณัฐพงษ์ ปฏิเสธคำครหา “สายหมอบ” ไม่กล้าดันวาระแหลมคม เหมือนยุคก้าวไกลที่ดันเรื่อง ม.112

“ยังเป็นคนเดิมเสมอ โจทย์ประเทศมีหลายอย่างนอกจาก 112 เป็นโจทย์สำคัญของประเทศ เราก็ไม่ได้ละเลยปัญหาอื่นๆ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นการตีกรอบข้อจำกัดทางการเมือง เราจะแก้ปัญหาทั้งหมดอย่างไร ก็หนีไม่พ้นไปที่จุดเริ่มต้นคือรัฐธรรมนูญ 2560 ยืนยันว่าไม่หมอบ เป็นคนเดิม แต่วิธีการในการทำก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามข้อจำกัดที่เกิดขึ้น”

“ณัฐพงษ์” ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้ เป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย ชี้ชะตาของประเทศนี้ ตัดสินอนาคตประเทศนี้ เสียงของประชาชนทุกคนมีความหมาย เพราะการเลือกตั้งครั้งต่อไป เสียง สว.ไม่มีสิทธิในการโหวตนายกฯ เพราะฉะนั้น เสียงของประชาชนทุกเสียงจะเป็นเสียงที่กำหนดหน้าตาของรัฐบาล

“เป็นจุดสำคัญที่ประชาชนต้องเลือก แต่อย่างแรกต้องบอกให้โหวตเตอร์เชื่อเราก่อนว่าเรายังเป็นคนเดิม ที่เหลือไปพิสูจน์ความตั้งใจ เต็มที่เหมือนเดิม ทำงานเหมือนเดิม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ณัฐพงษ์ ดึงประเทศพ้นปากเหว มีพรรคประชาชน ไม่มีภูมิใจไทย-ทุนเทา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...