โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ศาลสหรัฐ” ไฟเขียวทรัมป์ เก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B สูงถึง 100,000 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.54 น.

"ศาลสหรัฐ" ไฟเขียวทรัมป์ เก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B สูงถึง 100,000 ดอลลาร์ได้ตามกฎหมาย หนุนแนวทางคุมเข้มผู้อพยพและดึงแรงงานอเมริกันเข้าสู่ตลาดแรงงาน

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเดินหน้าเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับคำขอวีซ่า H-1B ใหม่ได้ ซึ่งถือเป็นแรงกระแทกต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐที่พึ่งพาการจ้างแรงงานทักษะจากต่างประเทศ

Beryl Howell ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันอังคารว่าการที่ทรัมป์ผลักดันการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่ายอดนิยมดังกล่าวอย่างก้าวกระโดดนั้น ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินนี้ช่วยหนุนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการจำกัดการย้ายถิ่นฐานและกระตุ้นความต้องการแรงงานชาวอเมริกัน ทั้งนี้ U.S. Chamber of Commerce ซึ่งเป็นฝ่ายยื่นฟ้องเพื่อขัดขวางมาตรการดังกล่าว ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้

โฮเวลล์ปฏิเสธข้อโต้แย้งของหอการค้าสหรัฐที่ระบุว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยชี้ว่าคำประกาศของทรัมป์ออกภายใต้การให้อำนาจตามกฎหมายอย่างชัดแจ้งจากสภาคองเกรส

โฮเวลล์ระบุในคำวินิจฉัยว่า “ในกรณีนี้ สภาคองเกรสได้มอบอำนาจตามกฎหมายอย่างกว้างขวางให้ประธานาธิบดี ซึ่งเขาได้นำมาใช้ในการออกคำประกาศ เพื่อจัดการกับปัญหาที่เขาเห็นว่าเป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ ตามแนวทางที่เขาเห็นสมควร”

ด้าน ดารีล โจเซฟเฟอร์ รองประธานบริหารของหอการค้าสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ค่าธรรมเนียมระดับ 100,000 ดอลลาร์ ทำให้วีซ่า H-1B มีต้นทุนสูงจนแทบไม่สามารถใช้งานได้

“เรารู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินของศาล และกำลังพิจารณาทางเลือกทางกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการวีซ่า H-1B สามารถดำเนินไปตามเจตนารมณ์ของสภาคองเกรส นั่นคือการเปิดโอกาสให้ธุรกิจอเมริกันทุกขนาดสามารถเข้าถึงบุคลากรจากทั่วโลกที่จำเป็นต่อการขยายกิจการ”

โครงการวีซ่า H-1B ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบการย้ายถิ่นฐานเพื่อการจ้างงานของสหรัฐ โดยเปิดทางให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจ้างแรงงานต่างชาติที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในสายงานเฉพาะทางได้ เมื่อเดือนกันยายน ทรัมป์ได้ลงนามในคำประกาศเพิ่มค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า เพื่อยับยั้งบริษัทที่เขาอ้างว่าใช้โครงการนี้ในทางที่ผิดและแย่งงานแรงงานอเมริกัน

วีซ่า H-1B จัดสรรผ่านระบบจับสลาก และถูกใช้งานเป็นหลักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยบริษัทอย่าง Amazon, Tata Consultancy Services, Microsoft, Meta Platforms และ Apple เป็นกลุ่มที่ถือครองวีซ่า H-1B มากที่สุด ตามข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ

หอการค้าสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ภาคธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ระบุในคำฟ้องเมื่อเดือนตุลาคมว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขัดต่อกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง และเกินขอบเขตอำนาจในการกำหนดค่าธรรมเนียมที่สภาคองเกรสมอบให้

นอกจากนี้ อัยการสูงสุดจาก 19 รัฐ ยังได้ยื่นฟ้องคัดค้านคำประกาศของทรัมป์ โดยมุ่งเน้นผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับภาคสาธารณะ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและการศึกษา ซึ่งพึ่งพาโครงการวีซ่า H-1B เช่นกัน ขณะเดียวกัน ยังมีคดีแยกต่างหากที่ยื่นโดยบริษัทจัดหาพยาบาลระดับโลก

คดีนี้มีชื่อว่า Chamber of Commerce vs. U.S. Department of Homeland Security เลขคดี 25-cv-03675 ในศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...