โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กินโยเกิร์ตก่อนหรือหลังอาหาร แบบไหนดีกว่า? หมอมาเฉลย หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เฉลยแล้ว! กิน

เฉลยแล้ว! กิน "โยเกิร์ต" ตอนไหนได้ประโยชน์สูงสุด ก่อนหรือหลังอาหาร? หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด

หากพูดถึงตัวช่วยในการปรับสมดุลลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น โยเกิร์ต คงเป็นเมนูแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง แม้จะเป็นของกินที่หาได้ง่ายและกินเป็นประจำ แต่ก็ยังมีคำถามยอดฮิตที่ถกเถียงกันอยู่เสมอว่า แท้จริงแล้วเราควรทานโยเกิร์ตเวลาไหนกันแน่ ระหว่าง "ก่อนอาหาร" หรือ "หลังอาหาร" ถึงจะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

คำถาม: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกินโยเกิร์ตคือตอนไหน?

  • A: กินก่อนอาหาร (ตอนท้องว่าง)
  • B: กินหลังอาหาร

iStockphoto

คำตอบที่ถูกต้องคือ… ข้อ B "กินหลังอาหาร"

นพ.ฮิโรอากิ ฮายาชิ ศัลยแพทย์และผู้อำนวยการคลินิกในเมืองมุนากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า หากคุณต้องการเน้นเรื่องการปรับสมดุลลำไส้ การทานโยเกิร์ต หลังอาหาร คือทางเลือกที่ดีที่สุด

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์: สงครามระหว่าง "จุลินทรีย์" และ "กรดในกระเพาะ"

เป้าหมายหลักของการกินโยเกิร์ตคือการส่งจุลินทรีย์ดีอย่าง แลคโตบาซิลลัส หรือ บิฟิโดแบคทีเรีย ให้เดินทางไปถึงลำไส้เพื่อทำหน้าที่ดูแลระบบขับถ่าย แต่ศัตรูตัวฉกาจที่ขวางทางอยู่คือ กรดในกระเพาะอาหาร

หากเรากินโยเกิร์ตตอนท้องว่าง (ก่อนอาหาร) น้ำย่อยในกระเพาะจะมีความเป็นกรดสูงมาก ซึ่งอาจทำลายจุลินทรีย์เหล่านี้ให้ตายลงก่อนจะไปถึงลำไส้ ในทางกลับกัน หากเรากิน หลังอาหาร อาหารที่เราทานเข้าไปจะทำหน้าที่เป็นเหมือน "เบาะรองรับ" ช่วยเจือจางความเข้มข้นของกรดในกระเพาะ ทำให้จุลินทรีย์มีโอกาสรอดชีวิตและเดินทางไปถึงลำไส้ได้มากขึ้นนั่นเอง

เคล็ดลับเพิ่มเติมจากคุณหมอ

นพ.ฮายาชิ แนะนำเพิ่มเติมว่า แม้ช่วงเวลาหลังอาหารจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของจุลินทรีย์ได้ตามหลักสรีรวิทยา แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า "เวลา" คือ ความสม่ำเสมอ

การกินโยเกิร์ตให้ได้ผลดีที่สุด ควรกินต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน โดยอาจเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและความอร่อยด้วยการเติมผลไม้ ผงถั่วเหลือง หรือน้ำผึ้งลงไป เพื่อให้การดูแลลำไส้เป็นเรื่องสนุกและทำได้นานในระยะยาว

  • grape
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...